Advertisement
อัปเดทล่าสุด : อาทิตย์ 8 ธันวาคม 2562 : carefor.org อัปเดททุกวัน
Carefor ใหม่ arrow กำลังใจ arrow อาบเหงื่อ...วิธีฉลองปีใหม่วัยรุ่นยุคสึนามิ
สื่อสารด้วยหัวใจ
สื่อสารด้วยหัวใจ
บ้านใส่ใจ Carefor.org
Carefor ใหม่
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
ติดต่อลุงริศ
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี19ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่ออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 234 ท่าน

ค้นหา-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

ท่านพุทธทาส-สวนโมกข์
กลุ่มค่ายนิสิตนักศึกษาอาสาพัฒนาฯ
นักศึกษาคาทอลิก
ฟังธรรม
พระไพศาล
จิตวิวัฒน์
สวนเจ็ดริน
สันติวนา
แก้วไดอารี่
ยุติธรรม&สันติ
เสมสิกขาลัย
เพื่อผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านนอก
ธนาคารจิตอาสา
อาบเหงื่อ...วิธีฉลองปีใหม่วัยรุ่นยุคสึนามิ พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน

มติชน : ภาพ

"มีฝรั่งเขามาพูดขอบคุณที่เราดูแลเขาอย่างดี บอกเขาจะกลับมาอีก มันภูมิใจนะ แล้วถึงผมไม่ได้มาเป็นล่ามที่นี่ แต่แม่ลงชื่อสมัครให้ผมเป็นล่ามไว้ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 แล้ว ปิดเทอมคราวนี้ทำให้ผมภูมิใจ..."


แม้ศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยคลื่นยักษ์ "สึนามิ" ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตจะปิดตัวลง เนื่องจากขณะนี้ไร้ผู้ประสบภัยรายใหม่ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารับความช่วยเหลือแล้ว แต่ภาพรถยนต์คันแล้วคันเล่าก่อนหน้านี้ ซึ่งบึ่งตรงเข้ามาในบริเวณดังกล่าว เพื่อมอบข้าวปลาอาหาร เสื้อผ้า และของใช้จำเป็นแก่ผู้ประสบภัย...

ยังมีคนกลุ่มเล็กกลุ่มหนึ่งคอยช่วยประสาน หอบหิ้ว ขนย้ายน้ำใจที่หลั่งไหลเหล่านี้ ในนาม Volunteer หรือ "อาสาสมัคร"

แอม นันทินี มาลานนท์ อุปนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ช่วยแนะนำกลุ่มเพื่อนอาสาสมัคร ทั้งที่ยังทำงานมือเป็นระวิงในช่วงก่อนนี้ว่า นับแต่วันแรกที่มหาวิทยาลัยเปิดศูนย์ช่วยเหลือมีอาสาสมัครทั้งที่เป็นนักศึกษาและประชาชนทั่วไป มาเสนอตัวช่วยเหลือจำนวนมาก แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ล่าม และสตาฟฟ์รับสิ่งของบริจาค ส่วนใหญ่มักมีผู้แจ้งความประสงค์จะมาช่วยเป็นล่ามภาษาอังกฤษ แต่ปัญหาที่ประสบคือ ผู้ประสบภัยชาวต่างชาติจำนวนมากถนัดการใช้ภาษาบ้านเกิด เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยน มากกว่า ล่ามภาษาที่ 3 จึงมีความจำเป็น ความยากจึงมาตกที่การต้องเปลี่ยนข้อเสนอของผู้ประสงค์ดีอยากเป็นล่ามภาษาอังกฤษให้ช่วยทำงานอื่น

พูดยังไม่ทันขาดคำ หนุ่มนักเรียนเวลลิงตัน คอลเลจแห่งนิวซีแลนด์วัย 15 ปี อัน-ภูริช สิทธิชัย และมิ้น-เปรมินทร์ เลาหพูนรังษี สองคู่ซี้ก็ต้องรับประทานแห้ว เพราะอัตราล่ามภาษาอังกฤษที่เขาทั้งสองพูดคล่องดันเต็มเสียนี่

มิ้นบอกว่า ช่วงนี้ปิดเทอมจึงบินกลับมาบ้าน ปกติช่วงปิดเทอมจะนั่งๆนอนๆ และนำงานจากโรงเรียนวชิราวุธ ซึ่งเป็นโรงเรียนลำดับ 2 ที่กำลังเรียนอยู่มาทำ พอเห็นข่าวสึนามิเข้า พ่อจึงแนะนำให้มาช่วยเป็นล่าม และบ้านมิ้นก็อยู่ละแวกธรรมศาสตร์ นั่งแท็กซี่จากบ้าน 15 นาทีก็ถึง จึงชวนอันมาเป็นเพื่อน

อันเสริมว่า เมื่ออาสาสมัครล่ามเต็ม แล้วเขาถามว่ามาเป็นสตาฟฟ์รับบริจาคแทนไหม ผมก็โอเค พอใครจอดรถเราก็เข้าไปยกของ แล้วนำมาวางในเต๊นท์เพื่อแยกหมวดเสื้อผ้า ข้าวสาร มาม่า และของใช้ต่างๆ

"ตอนผมอยู่ที่นู่น เขาจะเหยียดเราประมาณว่า เขาเจริญกว่า แต่เมื่อวานผมดูซีเอ็นเอ็น เขาเอารูปวิธีการเก็บศพของไทย อินเดีย อินโดนีเซียมาให้ดู อย่างของเขาจะโยนๆ ขึ้นรถ แต่ของเราห่อใส่โลงอย่างดี มีฝรั่งเขามาพูดขอบคุณที่เราดูแลเขาอย่างดี บอกเขาจะกลับมาอีก มันภูมิใจนะ แล้วถึงผมไม่ได้มาเป็นล่ามที่นี่ แต่แม่ลงชื่อสมัครให้ผมเป็นล่ามไว้ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 แล้ว ปิดเทอมคราวนี้ทำให้ผมภูมิใจขึ้น มันก็เหมือนเราทำบุญด้วย วันนี้เราช่วยเขา วันหน้าถ้าเราเกิดอะไรบ้าง เราก็น่าจะรอด เพราะผมว่ายน้ำไม่เป็น"

เห็นสองหนุ่มร่างยักษ์พูดเล่นแบบนี้ แต่เวลาทำงานเขากลับคล่องแคล่วได้อย่างน่าประทับใจ

หันมาทางด้านล่ามสาวภาษาเยอรมัน เตย-ดลยา ศิริกุลพิพัฒน์ สาวนิติศาสตร์ เจ้าบ้านธรรมศาสตร์เล่าว่า มีเพื่อนจากโครงการนักเรียนเอเอฟเอสโทรศัพท์มาบอกว่า "ขาดล่าม ยิม 4" เตยจึงรีบเดินทางมาลงทะเบียนเพื่อเป็นล่าม โดยวันแรกนั้นมีพี่ผู้ใช้แรงงานรับจ้างก่อสร้างรีสอร์ตที่เกาะพีพีเข้ามาที่ศูนย์ เตยเข้าไปช่วยยกของเสิร์ฟน้ำหาข้าวและพูดให้กำลังใจ เพราะแต่ละคนต่างอิดโรยและเสียขวัญ ร้อยละ 90 บอกว่าจะไม่กลับใต้อีก เพราะฝังใจกลัวคลื่น กลัวคนตาย แต่ทุกคนก็รู้สึกดี เมื่อได้รับการดูแล พี่ๆ บอกว่า ชีวิตนี้ไม่เคยมีใครมาอำนวยความสะดวกเอาอาหารดีๆ มาให้กิน

ส่วนแพน-ปาลิน ศิริธานนท์ สาวอักษรจุฬาฯล่ามภาษาอิตาเลี่ยน และพิม-พิมพิชาญ์ ทับสุวรรณ สาวรัฐศาสตร์จุฬาฯล่ามภาษาฝรั่งเศสบอกว่า พอสอบกลางภาควันสุดท้ายเสร็จ รุ่งขึ้นจึงรีบมาช่วยชาวต่างชาติที่กลับจากใต้มาสนามบิน ติดต่อสถานทูต ถามถึงสิ่งที่ผู้ประสบภัยต้องการ และอำนวยความสะดวกต่างๆ

"บางคนเข้ามาถึงสนามบิน เขาถามเราว่าคนประเทศเขาตายเท่าไหร่ พอเราตอบ 15 คน เขาก็ทรุดลงไปนั่งน้ำตาไหล ประเทศเขาตายน้อยมากแล้วนะ แต่เขาก็ยังห่วงคนในประเทศ แล้วมีฝรั่งคนหนึ่งชาวเยอรมัน หนูเข้าไปคุย เขาพูดไม่เป็นภาษาแล้วคือ เขาสติแตกไปแล้ว มีคนบอกว่า เมียเขาตายเขาเลยเสียใจมาก ตอนนี้เราไม่กล้าให้เขาขึ้นที่สูง กลัวเขากระโดดลงมา" พิมเล่าถึงการทำงานอย่างตื่นเต้น

ด้านแพนบอกว่า ได้ติดต่อขอไปเป็นล่ามที่บ้านเกิด จ.พังงา และขณะนี้ได้รับการติดต่อให้ไปเป็นล่ามแล้ว แต่ไปที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตแทน แพนได้รับข่าวว่า ญาติของเธอเสียชีวิตจากคลื่นยักษ์ครั้งนี้ด้วย แพนจึงมีความมุ่งมั่นจะกลับบ้านไปช่วยผู้ประสบภัย

"แพนเห็นญาติออกทีวีร้องไห้เท่านั้น ร้องไห้ตามเลย แม้จะไม่สนิทแต่เราก็ญาติกัน ปกติปีใหม่จะไปเที่ยวกับครอบครัว แต่ปีนี้ขอช่วยคนดีกว่า เชื่อได้อย่างหนึ่งว่า คนที่มาที่นี่มาด้วยใจกันทุกคน และเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ทุกคนต่างเสียใจอย่างสุดซึ้ง แต่อยากบอกว่าอย่างไร เมืองไทยยังเวลคัม(Welcome) ตลอด"

สำหรับเตยกับพิมมีนัดกับครอบครัวล่วงหน้าในช่วงปีใหม่เรียบร้อยแล้ว แต่สองสาวบอกว่า ถึงตัวจะไปเที่ยวแต่อย่างไรก็ไม่สนุก เพราะใจอยู่ที่นี่ อยากช่วยเหลือผู้ประสบธรณีพิบัติภัยครั้งนี้

นี่คืออีกมุมหนึ่งของน้ำใจหนุ่มสาวที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยไม่มีการแยกชาติพันธุ์หรือชนชั้นแต่อย่างใด


มติชน 5 มกราคม 2548

เชิญแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:



กรุณาใส่รหัสที่เห็น:* Code

ความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย อโกคอมเม้นท์ ๒.๐!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License