Advertisement
อัปเดทล่าสุด : พุธ 21 สิงหาคม 2562 : carefor.org อัปเดททุกวัน
Carefor ใหม่
สารพัดกลโกงในห้องสอบ เทคโนโลยียังต้องหลบ พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
ส่วนใหญ่ว่าที่ฮิตสุดในปัจจุบันคือ การเขียนโพยไว้ที่หน้าอก หรือติดไว้ที่เสื้อใน เขียนที่ขาอ่อน ตามง่ามนิ้วมือแล้วหนีบไว้... ง่ายหน่อยก็จะเขียนโพยติดไว้ที่พื้นรองเท้า หรือใส่โพยไว้ในกระเป๋าใต้ขอบกางเกงนักเรียน... ----------------------------------------------------------------


ระบือลือลั่นแบบฉาวๆ อีกครั้งเมื่อเกิดข่าว "บิ๊ก" คณะกรรมการอุดมศึกษา(กอ.) ตัดตอนชุดข้อสอบเอ็นทรานซ์ก่อนจะถึงมือคณะอนุกรรมการพิมพ์ข้อสอบ นัยว่าจะเอาไปเก็บไว้เพื่อความปลอดภัยของข้อสอบ แต่ไปๆ มาๆ กลับทำรั่วเสียเอง

สื่อบางฉบับถึงกับใช้คำว่า "เอา 4 ครั้ง ครบทุกวิชา"

ถ้าเป็นมือทุจริตอาชีพต้องยกนิ้วให้ เพราะนั่นแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการเจาะข้อสอบเพื่อนำมาปรุงสำเร็จ สำหรับป้อนใส่ปากลูกค้าแบบม้วนเดียวจบ ไม่ต้องเสียเวลาหาเทคนิคอย่างอื่นให้เมื่อย เพราะที่ผ่านมาเมื่อถึงฤดูกาลการสอบเอ็นทรานซ์ เม็ดเงินที่ยักย้ายถ่ายเทจากกระเป๋าผู้ว่าจ้างสู่กระเป๋าผู้รับจ้าง...ว่ากันเป็นแสน ทำให้การทุจริตข้อสอบไม่มีวันตาย

กรรมวิธีดังกล่าวจะว่าใหม่ก็ไม่เชิง เพียงแต่ครั้งนี้เป็นระดับประเทศ ทำเอานักเรียนที่เพิ่งผ่านพ้นจากข้อสอบมาหมาดๆ ถึงกับร้อนๆ หนาวๆ เกรงว่าจะต้องสอบใหม่

อดีตนักศึกษาสถาบันราชภัฏแห่งหนึ่งเล่าถึงเคล็ดลับการเตรียมตัวก่อนสอบว่า

"บางครั้งอาจารย์ก็เปิดคอร์สติวก่อนสอบ นำข้อสอบที่จะออกมาสอนเลย โดยคิดค่าเรียนคนละ 100 บาท เป็นอย่างน้อย"

ทั้งนี้ กาญจนา นาคสกุล ประธานคณะกรรมการกลั่นกรองชุดวิชาภาษาไทย ให้ความเห็นเกี่ยวกับการทุจริตข้อสอบว่า

"ยุคแรกเมื่อสัก 10 ปี เห็นจะได้ วิธีการโกงจะเป็นการจดตัวเล็กๆ ใส่มือ เขียนใส่ไม้บรรทัดหรืออุปกรณ์ที่จะเอาเข้าห้องสอบได้ ที่เราเรียกกันว่า "ฝิ่น" สลักบนดินสอบ้าง บางทีก็เขียนบนเสื้อสีขาวที่มีขอบเสื้อข้างในพลิกดูได้ แต่ก็ไม่เคยได้พบเองสักครั้งเดียว ได้ยินแต่ว่าส่วนมากจะเป็นเด็กผู้ชาย"

หรืออย่างการจ้างคนเข้าไปสอบแทนก็มีอยู่ ส่วนใหญ่จะเลือกคนที่หน้าตาคล้ายคลึงกันเข้าไปสอบแทน แม้ว่าจะมีการตรวจบัตรประจำตัวก็ตาม บางทีก็หลุดรอดสายตาของผู้คุมสอบ เพราะคนเข้าสอบมีจำนวนมาก เด็กก็หน้าตาคล้ายๆ กัน ประกอบกับรูปที่ติดบัตรก็ไม่ชัด ดูรูปแล้วดูยาก

วิชาที่มักเกิดการทุจริตขึ้นบ่อยครั้งถ้าเป็นเมื่อก่อนจะเป็นวิชาที่มีการคำนวณ มีตัวเลขเข้ามาเกี่ยวข้อง

ส่วนวิธีการป้องกันการทุจริต อาจารย์กาญจนาว่า พยายามไม่ให้มีอะไรติดตัวเข้าห้องสอบ อย่างบางแห่งก็จะมีการเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อม เด็กไม่ต้องเอาเข้าไปเอง นอกจากนาฬิกา เพราะเด็กจะต้องใช้ดูเวลา แต่ก็จะมีครูเดินสำรวจว่ามีพฤติกรรมอะไรแปลกหรือเปล่า

"หลังๆ ก็จับไม่ค่อยได้ เพราะจะเป็นแบบที่เพื่อนในห้องช่วยๆ กัน เช่น ยอมให้เพื่อนที่อยู่ข้างหลังแอบดู"

ทั้งนี้จากการสอบถามบรรดานักเรียนผู้มากประสบการณ์ แต่ไม่ประสงค์จะออกนาม ส่วนใหญ่ว่าที่ฮิตสุดในปัจจุบันคือ การเขียนโพยไว้ที่หน้าอก หรือติดไว้ที่เสื้อใน เขียนที่ขาอ่อน ตามง่ามนิ้วมือแล้วหนีบไว้

ถ้าหน้าหนาวก็จะเพิ่มพื้นที่ในการเก็บโพย โดยจะเขียนไว้ตามแขน เพราะใส่เสื้อหนาวอาจารย์ที่คุมสอบก็จะไม่เห็น

ง่ายหน่อยก็จะเขียนโพยติดไว้ที่พื้นรองเท้า หรือใส่โพยไว้ในกระเป๋าใต้ขอบกางเกงนักเรียน ดูจังหวะที่อาจารย์ไม่เห็นก็หยิบขึ้นมาวางไว้ใต้ข้อสอบ จะได้ดูได้ง่ายขึ้น

หรืออย่างโรงเรียนบางแห่งที่มีการจัดห้องสอบพร้อมกับเขียนเลขที่นั่งสอบไว้ที่กระดาน ก็จะเป็นโอกาสให้เด็กนักเรียนมาเขียนโพยไว้ที่โต๊ะสอบก่อน

เรียกได้ว่าอุปกรณ์เครื่องเขียนทุกอย่างที่สามารถเขียนได้ เครื่องคิดเลขที่สามารถบันทึกได้ ล้วนถูกนำเข้ามาใช้ประโยชน์ทั้งสิ้น

แม้กระทั่งในยาดม ไม้โปรแทร็กเตอร์ โดยจะขูดผิววัสดุด้านหนึ่งออกเพื่อใช้เขียน อีกด้านหนึ่งจะปล่อยไว้เพื่อเป็นฉากหน้า เหน็บตามชายเสื้อ ชายกระโปรงเข้าห้องสอบ

"บางครั้งก็ใช้ดินสอไม้ทำให้ข้างในโปร่งเพื่อที่จะใส่โพยเข้าไปได้" เจ้าหน้าที่คุมสอบในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเล่าให้ฟัง

ถ้ามีสตางค์หน่อย หรือมีอิทธิพลก็จะใช้วิธีการซื้อข้อสอบ เพราะจ่ายหนักหน่อยก็ไม่ต้องไปทำคอยืดคอยาวในห้องสอบ

ประเภทที่นิยมใช้ตัวช่วยเป็นเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ก็ยังมีอยู่ โดยจะใช้เครื่องสื่อสารขนาดจิ๋วใส่ไว้ในหูพร้อมกับไมโครโฟนเล็กๆ ใส่ไว้ในเสื้อ หรือใช้วิธีการส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ เช่น วิชาการตลาดถามเกี่ยวกับความสำคัญของ SWOT คนในห้องสอบก็ส่งไปแค่ "SWOT" คนนอกห้องก็ส่งคำตอบกลับมา โดยที่อาจารย์ผู้คุมสอบก็ไม่ทันสังเกตเห็น

หรือโทรศัพท์บางรุ่นที่สามารถถ่ายภาพได้ก็ถ่ายจากหนังสือเรียนส่งได้เลย

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามคณาจารย์และนิสิตนักศึกษาทั่วไปพบว่า ปัจจุบันเทรนด์ของเทคนิคการทุจริตการสอบจะเป็นแบบสูงสุดสู่สามัญ คือกลับไปใช้การแอบดูเพื่อนข้างๆ หรือส่งสัญญาณด้วยท่าทาง ด้วยเหตุผลที่ว่า

"ถ้าใช้เทคโนโลยีอย่างโทรศัพท์มือถือ เครื่องมือสื่อสารอย่างอื่นจะเอิกเกริก เป็นที่สังเกต แต่เท่าที่เห็นนิสิตทำกัน จะเลือกวิธีที่ไม่ให้ใครสังเกตเห็นเลย อย่างข้อสอบช้อยส์ เขาจะเลือกนั่งใกล้คนเก่ง แล้วใช้วิธีส่งรหัสกัน ซึ่งจะมีเยอะ อาจจะใช้วิธีโยกตัว เกาศีรษะข้างซ้ายข้างขวาจะมีรหัสของเขาอยู่ ซึ่งเรานึกไม่ถึง" อาจารย์คุมสอบระดับอุดมศึกษา เล่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมา

ส่วนจำนวนผู้ทุจริตนั้น จะเกิดขึ้นในกลุ่มเด็กที่เกเรเป็นส่วนมาก เพราะคิดว่าตนเองไม่เสียอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว จึงกล้าที่จะลองเสี่ยง

แต่ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาที่สถาบันด้วย เช่นบางสถาบันไม่เข้มงวดเรื่องการทุจริตสอบ ถ้าจับได้ก็ไม่ได้เอาผิดกันหนักหนา จับได้แล้วหยวนๆ กันไปก็มี แต่บางแห่งอย่างธรรมศาสตร์นี่เอาโทษหนัก จับได้นิดเดียวเขาจะให้พักการเรียน หรือไล่ออกเลย จะไม่ค่อยมีการทุจริต

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่การทุจริตข้อสอบยังเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ อาจารย์คนดังกล่าวว่า ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากนโยบายของผู้บริหารสถาบันการศึกษาด้วย เพราะเดี๋ยวนี้ค่อนข้างจะต้องการจำนวนคนเรียนมากๆ ถึงจะผิดเล็กผิดน้อยก็ไม่ค่อยว่ากัน เอานิสิตไว้ก่อน จะได้มาจ่ายค่าหน่วยกิต ค่าเล่าเรียน

ฟังเช่นนี้แล้วจะโทษว่าเป็นที่ตำราที่ไม่พัฒนาคงไม่ได้แล้ว แต่ล้มเหลวกันทั้งระบบการศึกษา รวมทั้งสถาบันครอบครัว และสภาพแวดล้อมทางสังคมที่หล่อหลอมให้ผลิตผลที่ได้ออกมาเป็นพวกวัตถุนิยมขนานแท้

ถ้าคิดเพียงว่าการศึกษาเป็นแค่บันไดขั้นหนึ่ง ที่กลั้นหายใจกระโดดข้ามก็พ้นแล้ว สุดท้ายกระดาษแผ่นเดียวที่ได้มาคงไม่ทำให้สังคมได้ผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพมาหรอก

-------------------------------------------------------------
มติชน วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9516

เชิญแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:



กรุณาใส่รหัสที่เห็น:* Code

ความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย อโกคอมเม้นท์ ๒.๐!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License