Advertisement
อัปเดทล่าสุด : อาทิตย์ 17 พฤศจิกายน 2562 : carefor.org อัปเดททุกวัน
Carefor ใหม่
สื่อสารด้วยหัวใจ
สื่อสารด้วยหัวใจ
บ้านใส่ใจ Carefor.org
Carefor ใหม่
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
ติดต่อลุงริศ
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี19ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่ออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 93 ท่าน

ค้นหา-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

ท่านพุทธทาส-สวนโมกข์
กลุ่มค่ายนิสิตนักศึกษาอาสาพัฒนาฯ
นักศึกษาคาทอลิก
ฟังธรรม
พระไพศาล
จิตวิวัฒน์
สวนเจ็ดริน
สันติวนา
แก้วไดอารี่
ยุติธรรม&สันติ
เสมสิกขาลัย
เพื่อผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านนอก
ธนาคารจิตอาสา
อยู่ได้ไหมถ้าไม่แต่งงาน? พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
 Image
Naris Manikhao : Photo

การได้ใช้ชีวิตร่วมกับกับใครอีกคน ซึ่งถือว่าเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเราในตอนแรก เพราะเราไม่รู้จักกันมาตั้งแต่เกิด มันเป็นสีสันหนึ่งของชีวิต มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่น่าสงสัยสำหรับชีวิตมนุษย์...

คำเตือน เลิกอ่าน และเลิกตั้งคำถามนี้กับตัวเอง
หากยังไม่ก้าวสู่วัยทอง..
เพราะมันเป็นอาการของคนปลอบใจตัวเอง
มากกว่าคิดอย่างนั้นจริงๆ

มีหลายคนชักสงสัยว่า
"ทำไมทุกคนต้องมีแฟน ?"
"ไม่มีแฟน จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ไหม ?"

คนที่ถามส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นคนที่ยังไม่มีแฟน
หรือมีแล้วแต่อกหัก เลิกกันไปแล้ว กำลังอยู่ในช่วงทำใจ
แต่ก็ยังคิดมากอยู่ เหมือนพยายามใช้ชีวิตอยู่ให้ได้โดยปราศจากเขา

สำหรับคนที่ยังไม่มีแฟน แล้วมองเห็นคู่รักผ่านสายตาไปหลายๆ คู่
ข้อสงสัยนี้มักเกิดจากอาการอิจฉาริษยาเขา

ในใจลึกๆ ก็อยากมีกับเขาบ้าง แต่ไม่มีเลย
ก็เลยพยายามคิดว่า ถ้าเกิดเราไม่มีแฟน
เราควรจะใช้ชีวิตอยู่ให้ได้ แต่จะอยู่ยังไง ?
แก่ไปจะเป็นยังไง ?

จริงๆ แล้วอยู่ได้จริงหรือไม่ ?
นั่นคืออาการไม่แน่ใจ ลังเลสงสัย

ถ้าถามฉัน แล้วฉันตอบว่า "อยู่ได้"
หลายคนก็อาจจะคิดว่า มันเป็นการปลอบใจชัดๆ
เหมือนให้กำลังใจตัวเอง ไม่มีก็ไม่เป็นไร เราก็มีความสุขดีอยู่นี่
ใช้ชีวิตให้สุขกับสิ่งอื่นได้อีกถมเถไป ครอบครัว การงาน เพื่อนฝูง
หรือมีความสุขกับการท่องเที่ยว งานอดิเรก สัตว์เลี้ยง ต้นไม้

มันก็มีความสุขอยู่ในแต่ละวันได้ แม้จะเป็นรักที่ต่างกัน
แต่ถ้าพูดถึงอนาคตไกลๆ ล่ะ ?

ถ้าถามฉัน แล้วฉันตอบว่า
"อยู่ได้....แต่อย่าไปคิดมาก อย่าเห็นคนอื่นมีครอบครัว
แล้วมาเปรียบเทียบกับตัวเองแล้วทุกข์ อย่าเหงา...แล้วจะอยู่ได้"

คงมีคนขำ และถ่มน้ำลายใส่ฉัน
"ใครจะไปทำอย่างนั้นได้วะ...ไม่ใช่พระใช่ชีนี่ ถึงทำใจได้ มันก็ต้องคิดกันบ้างล่ะ"

นี่แหละคือคำตอบของปัญหาข้างบน

ถ้าคุณเชื่อในตัวเอง มั่นคงในตัวเอง
ไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น
ไม่ใช้ชีวิตโดยยึดติดกับมาตรฐานสังคมมากนัก
คุณก็ใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข
ขอเพียงคุณยอมรับได้ในสภาพที่คุณเป็นอยู่

แน่นอนว่า เมื่อผ่านพ้นวัยหนึ่งไปแล้ว
อะไรหลายๆ อย่างที่คุณเคยมีเวลาทุ่มเทให้กับมัน มันจะหายไป
คุณต้องเผื่อใจไปกับการวางแผนว่าเมื่อช่วงเวลาเหล่านั้นว่างลง

คุณจะทำอะไร ? เช่น ช่วงเวลาที่คุณเคยมีกิจกรรมกับเพื่อน
วันหนึ่งเพื่อนคุณก็จะมีครอบครัวกันไป หรืองานอดิเรกบางอย่าง
คุณก็จะไม่สามารถทำมันได้อีกในวัยที่ไม่เอื้ออำนวย

คุณจะใช้เวลาเหล่านี้ทำอะไร ?
ช่วงเวลาที่ครอบครัวสุขสันต์ คุณจะอยู่กับอะไรได้บ้าง ?

ต่อให้คุณเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวใคร
คุณก็ไม่สามารถเป็นครอบครัวเดียวกันกับเขาได้อย่างสมบูรณ์
พี่น้องคุณก็ต้องมีครอบครัวของเขา พ่อแม่คุณวันหนึ่งเขาก็ต้องจากคุณไป
คุณจะจัดการกับความรู้สึกนี้อย่างไร และอยู่อย่างไร ? นี่คือสิ่งที่คุณต้องคิด


ถ้าคุณมีการวางแผนและมีคำตอบให้กับตัวเอง
คุณก็ไม่ต้องกลัวเหงา มันมีบ้างที่เรารู้สึกโดดเดี่ยว

แต่ถ้าคุณยังมีความสุขกับสิ่งรอบข้างและตัวคุณเองอยู่กับมันจะสามารถทดแทนกันได้
แม้จะไม่สมบูรณ์สักทีเดียวก็ตาม เพราะความรักในแต่ละรูปแบบ มันต่างการกระทำเสมอ

มันไม่สามารถแทนกันได้จริง แต่มันสร้างกำลังใจให้ชีวิตได้เหมือนกัน
ถ้าคุณให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นมากพอ

ฉันไม่อยากให้คำตอบว่า "อยู่ได้" ของฉัน
ทำให้หลายๆ คนมองข้ามความรักจากใครบางคนไป เพราะถึงยังไงฉันก็ยังถือว่า

"การมีชีวิตคู่ มันมีความอิ่มเอมกว่าอยู่ดี"
ไม่เช่นนั้น ทำไมมนุษย์ถึงต้องมีสองเพศ และการกำเนิดชีวิตใหม่ ถึงต้องใช้คนสองคน

ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาตามมาอีกมากมาย
หลายคนเมื่อเจอปัญหาคู่ของคนอื่น
ก็มักจะเปรยๆ กับตัวเองว่า "ไม่แต่งดีกว่า ปัญหาเยอะ"
หรือไม่ประเภทที่แต่งไปแล้วมีปัญหา ก็มักจะบ่นๆ ว่า "รู้อย่างนี้เป็นโสดจนตายดีกว่า"
ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปได้ ฉันว่ายังไงเขาก็ยังเลือกที่จะแต่งงานอยู่ดี

การได้ใช้ชีวิตร่วมกับกับใครอีกคน
ซึ่งถือว่าเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเราในตอนแรก
เพราะเราไม่รู้จักกันมาตั้งแต่เกิด มันเป็นสีสันหนึ่งของชีวิต
มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่น่าสงสัยสำหรับชีวิตมนุษย์

ต่อให้มีความทุกข์ หรือปัญหาเกิดขึ้น
มันจะทำให้ชีวิตมีมิติมากขึ้น มีความลึก มีการเรียนรู้
มีการเคลื่อนไหว มีการเปลี่ยนแปลง
จะเป็นด้านบวกหรือลบก็ขึ้นอยู่กับความสามารถส่วนตัวของแต่ละคู่
ว่าจะจัดการกับแต่ละเรื่องอย่างไร

มันเหมือนกับการเล่นเกม หลายคนชอบเพราะอยากเอาชนะกัน
เมื่อเล่นแล้วก็ต้องเล่นให้ชนะ ชีวิตถูกส่งมาให้เราเล่น

ต่างกันตรงต้องคิดให้มากขึ้นกว่าเกมปกติ
เพราะเล่นใหม่ไม่ได้ คงต้องไปเกิดใหม่

ตัวเราเป็นตัวเดินเรื่อง มันคงจะดีถ้าเรามีผู้ช่วยเก่งๆ มาช่วยเราใช้ชีวิต
บางคนเลือกผิด ทำชีวิตเราพังก็มี บางคนเลือกถูก
ก็พาชีวิตเราเดินไปได้ตลอดรอดฝั่ง

ทุกคนล้วนถูกส่งผู้ช่วยมาให้เลือกกันทั้งนั้น
ไม่มีการเลือกที่รักมักที่ชัง คนที่มักพูดว่า

"เดินคนเดียวดีกว่า" จริงๆ แล้วเขาก็เลือก แต่ดันเลือกผิด
คงไม่มีใครหรอกที่มีให้เลือกแล้วไม่เลือก

ส่วนคนที่บอกว่า "ฉันไม่เห็นได้เลือกเลย ไม่เห็นเขาส่งใครมาให้ฉัน"

ถ้าคุณมองให้ดีๆ ลองทบทวนอีกที อาจจะมีบางช่วงเสี้ยววินาทีที่คุณเดินอยู่
มีใครบางคนที่คุณคิดว่าไม่น่าไว้ใจผ่านมา
คุณแค่ประเมินด้วยหางตา แล้วคุณก็รีบเดินห่างๆ
หรือรีบผ่านเข้าไปโดยไม่กล้าแม้แต่จะเหล่ตามอง
ได้เฉียดใกล้เขาไม่ถึงห้าวินาทีด้วยซ้ำ

คนๆ นั้น อาจเป็นอัศวินขี่ม้าขาวที่จะช่วยคุณออกมาจากถ้ำมังกร
ถ้าเพียงคุณให้เวลากับเขามากกว่านี้

อย่าบอกนะว่า...
คุณไม่เคยเดินสวนกับใครมาก่อนเลยในชีวิต...............



ว.แหวน "ชีวิตเรา...เอาไงดี ?". กรุงเทพฯ : ใยไหม,2546

เชิญแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:



กรุณาใส่รหัสที่เห็น:* Code

ความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย อโกคอมเม้นท์ ๒.๐!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License