Advertisement
อัปเดทล่าสุด : อาทิตย์ 8 ธันวาคม 2562 : carefor.org อัปเดททุกวัน
Carefor ใหม่ arrow ความรัก arrow เมื่อไหร่...ที่เราจะรู้ว่า เราพร้อมจะแต่งงาน?
สื่อสารด้วยหัวใจ
สื่อสารด้วยหัวใจ
บ้านใส่ใจ Carefor.org
Carefor ใหม่
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
ติดต่อลุงริศ
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี19ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่ออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 239 ท่าน

ค้นหา-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

ท่านพุทธทาส-สวนโมกข์
กลุ่มค่ายนิสิตนักศึกษาอาสาพัฒนาฯ
นักศึกษาคาทอลิก
ฟังธรรม
พระไพศาล
จิตวิวัฒน์
สวนเจ็ดริน
สันติวนา
แก้วไดอารี่
ยุติธรรม&สันติ
เสมสิกขาลัย
เพื่อผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านนอก
ธนาคารจิตอาสา
เมื่อไหร่...ที่เราจะรู้ว่า เราพร้อมจะแต่งงาน? พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image 
Naris Manikhao : Photo

แต่ถ้าคุณรู้จักพื้นฐานจิตใจเขา ความคิด และวิธีแก้ปัญหาต่างๆ ของเขา แล้วคุณยอมรับได้ หรือถึงขั้นชื่นชมก็คงพอเป็นเกณฑ์ตัดสินใจให้กับตัวคุณได้ เพราะทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคตระหว่างคุณและเขา มันจะแก้ไขได้หมด ถ้าเรามีพื้นฐานความเข้าใจซึ่งกันและกัน ...มันเป็นเรื่องน่ากลัวจริงๆ กับการจะตัดสินใจแต่งงานกับใครสักคน เพราะไม่มีใครหรอกที่อยากประสบปัญหาหย่าร้างในอนาคต

การแต่งงานหรือการมีครอบครัวไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะตัดสินใจ
เพราะแม้แต่ครอบครัวที่ให้เราเกิดมา วันหนึ่งต่างคนก็ต้องจากกัน และแยกย้ายกันไป

นับประสาอะไรกับใครก็ไม่รู้ ที่รู้จักกับเราไม่เท่าไหร่ก็คิดจะมาใช้ชีวิตร่วมกันในช่วงเวลาที่เหลือ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะอยู่กันได้นานแค่ไหน จะรักกันนานเท่าไหร่ เมื่อไหร่ที่มันจืดจาง หมดสนุก เราก็ต้องแยกย้ายกันไปอย่างนั้นหรือ วันนั้น...คงไม่สนุกเท่าไหร่หรอกนะ

ก็เลยเกิดคำถามว่า...
จะแน่ใจได้ยังไงว่าคนนี้แล้วล่ะ ที่เราควรจะแต่งงานด้วย แล้วอยู่ด้วยกันได้ ?

ฉันว่าเราอย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้น
ไม่ต้องไปคิดหรอกว่า...ถ้าเราอยู่กันได้ไม่นานล่ะ...ถ้าเราต้องเลิกกันล่ะ
เราจะรักกันจนตายหรือเปล่า แล้วเราต้องเลิกกันไหมในวันหนึ่ง ?
จะกลัวทำไมเพราะถึงยังไงเราก็ต้องแยกกันตายอยู่ดี

ยิ่งคิดมันก็ยิ่งมีปัญหาตามมาอีกมากมาย ชีวิตหลังแต่งงาน ปัญหามันมีแน่ๆ
แต่เราไม่ต้องไปคิดเผื่ออนาคตหรอก ต้องถามจากตัวเรานี่แหละว่า

เราพร้อมแล้วหรือยังที่จะเผชิญปัญหากับคนๆ นี้ เราจะเบาใจ ไว้วางใจ หรือสบายใจขึ้นไหม ถ้าเราต้องเผชิญปัญหาแบบมีเขาอยู่ข้างๆ ด้วย หรือถ้ายังนึกไม่ออก ก็อย่าเพิ่งตัดสินใจ เพราะขนาดคุณเองก็ยังไม่มั่นใจเลย

บางคนบอกว่า
พร้อมแล้ว...
แต่ยังไม่มีแฟน อยากแต่งงานจะแย่อยู่แล้ว

อยากแต่งงาน...กับอยากมีแฟน มันคนละเรื่องกันนะ

ถ้าคุณได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับใครสักคน การได้ใช้ชีวิตโดยมีคนอีกคนมาแย่งเวลาส่วนตัวของคุณไป ถ้าคุณดำรงอยู่ได้อย่างมีความสุข ถือว่าคุณพร้อม แต่ถ้าคุณยังใช้ชีวิตอยู่คนเดียว เหงาไปวันๆ มันนิ่งมานานแล้ว

การที่คุณบอกว่าคุณอยากแต่งงานแล้ว คุณกำลังเข้าใจผิดว่า
คุณจะได้มีใครสักคนเข้ามาเพิ่มเติมสีสันให้กับชีวิตคุณ โดยลืมมองไปเลยว่า
"ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปแน่ๆ ไม่มากก็น้อย เมื่อเขาเข้ามา"

ถ้าเขาเข้ามาทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นจริงๆ หรือสดชื่นขึ้น คุณค่อยพูดว่าคุณอยากแต่งงานกับเขา แต่ถ้าเขาเข้ามาทำให้แต่ละวันของคุณมันแย่ยิ่งขึ้น ชีวิตเริ่มเป็นสีเน่าๆ

คุณรู้สึกเสียความเป็นส่วนตัว เสียการทรงตัว ไม่เป็นตัวของตัวเอง
หรืออึดอัดจนอยากกลับไปมีชีวิตเบื่อหน่ายเหมือนเดิมดีกว่า นั่นล่ะ
คุณจะตอบตัวเองได้ว่าคุณอยากแต่งงานจริงหรือ ?

อาการอยากแต่งงาน ไม่ใช่อาการที่อยากเกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง คุณรู้สึกได้เองก็จริง แต่มันเป็นอาการที่ต้องมีอีกคนหนึ่งมาช่วยกระตุ้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากอีกฝ่ายหนึ่ง ถึงจะทำให้เราเกิดความรู้สึกนี้ได้

เพราะฉะนั้น หนุ่มโสดหรือสาวโสด ที่รู้สึกอยากแต่งงาน
คุณคงวินิจฉัยโรคของตัวเองผิดมากกว่า
มันเป็นเพียง "โรคเหงาของคนที่พร้อมทุกอย่างแล้ว แต่ขาดแฟน" แค่นั้นเอง

เราจะรู้สึกได้อย่างไรว่าเรา "พร้อมแล้ว" สำหรับคนนี้ ?

...เราคงต้องมีความพร้อมในตัวเองก่อน คือดูแลตัวเองได้
รับผิดชอบในหน้าที่การงานของตัวเองได้ เลิกแบมือของเงินพ่อแม่แล้ว หาเงินได้เอง
ทำอะไรได้ด้วยตัวเองและจะดีมาก

ถ้ามีประสบการณ์ในการดูแลผู้อื่นและเป็นที่พึ่งพาของผู้อื่นมาบ้าง คืออยู่ให้เพื่อนฝูง
ญาติพี่น้องพึ่งพาได้บ้าง เรียกง่ายๆ ว่า"ทำตัวเป็นประโยชน์" ได้บ้างแล้ว

...ถ้าหลายๆ อย่างรอบๆ ข้างดูนิ่งๆ ฉันค่อนข้างเชื่ออย่างหนึ่งว่า
อะไรต่างๆ ที่คนๆ หนึ่งต้องเจอ จะค่อยๆ ทยอยมา เหมือนหมดเรื่องนี้ต่อเรื่องนั้น

จบเรื่องเรียนต่อเรื่องงาน จบปัญหาหนึ่งต่ออีกปัญหาหนึ่ง ถ้าคุณเจอมาหลายอย่างแล้ว
ผ่านปัญหามาเกือบทุกเรื่อง จนตอนนี้รู้สึกนิ่งๆ แล้วชีวิตเริ่มลงตัว อะไรๆ ก็ราบรื่น

นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่า "แต่งงานได้แล้ว"
(ถ้ามีคู่อยู่แล้วนะ และต้องไม่รู้สึกอยากหาใหม่ด้วยล่ะ)

...หากคุณเบื่อหน่ายกับการแสวงหาคนใหม่ เคยเจ้าชู้ก็ชักขี้เกียจ
เคยเที่ยวกลางคืนก็เริ่มเบื่อ เริ่มเที่ยวกับเพื่อนไม่สนุก
เกิดแรงเฉื่อยในตัวเอง อยากอยู่บ้าน ทำอะไรสงบๆ คล้ายๆ อาการของคนเริ่มแก่ตัว
เสียงกรี๊ดเบาลงเวลาเห็นใครหน้าตาดี แถมอยากเจอคนรักบ่อยขึ้นทุกวัน

เรื่องสำคัญที่สุดคือ เราต้องได้รู้จักคนๆ นั้นมาพอสมควรแล้ว เห็นข้อดีข้อเสีย
มีโอกาสได้แบ่งปันทุกข์สุขกัน ได้พึ่งพาอาศัยกัน
และเวลาทะเลาะกันก็ทำให้เข้าใจกันมากขึ้น

ไม่ใช่ลดทอนความรักจนทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าเราต้องใช้ชีวิตกับเขา
เราน่าจะอยู่กับเขาได้ เรานึกภาพออกว่าเรากับเขาจะใช้ชีวิตร่วมกันยังไง
เพราะมีเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน
หรือสามารถปรับมาอยู่ใกล้กันได้โดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่รู้สึกสูญเสีย

หลายคนบอกว่า "ต้องอาศัยเวลา" แต่ฉันกลับคิดว่า "เวลาที่คบกัน" ไม่สำคัญเท่า
"เวลาที่ใช้ด้วยกัน" หรอกนะ

ถ้าคุณมั่นใจเกิน 50% ฉันคิดว่าคุณพร้อมแล้ว
ทำไมเราไม่พูดว่า ต้องมั่นใจ 100% ล่ะ ?

เพราะการทำความรู้จักกับคนๆ หนึ่งไม่กี่ปี และต้องใช้ชีวิตกับคนๆ นั้นอีกหลายสิบปี
ยังมีอะไรในตัวเขาให้เราได้รู้จักอีกเยอะ ฉันว่ามีอีกถึงครึ่งนะ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ
คุณจะได้เห็นเขาในสถานการณ์ต่างๆ ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน

คุณอาจจะได้ทะเลาะกับเขาในเรื่องที่คุณไม่คาดฝันมาก่อน หรือคุณจะซาบซึ้งจนเขาน้ำตาร่วงในวันใดวันหนึ่ง มีอะไรอีกมากมายที่คุณจะได้เรียนรู้ ทำบุญมาดีก็ได้เจอเรื่องดีหน่อย ขึ้นอยู่กับความเมตตาของสวรรค์ล่ะ ว่าเขาจะให้คุณเจอกับอะไรได้บ้าง

แต่ถ้าคุณรู้จักพื้นฐานจิตใจเขา ความคิด และวิธีแก้ปัญหาต่างๆ ของเขา
แล้วคุณยอมรับได้ หรือถึงขั้นชื่นชมก็คงพอเป็นเกณฑ์ตัดสินใจให้กับตัวคุณได้
เพราะทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคตระหว่างคุณและเขา มันจะแก้ไขได้หมด
ถ้าเรามีพื้นฐานความเข้าใจซึ่งกันและกัน

มันเป็นเรื่องน่ากลัวจริงๆ กับการจะตัดสินใจแต่งงานกับใครสักคน
เพราะไม่มีใครหรอกที่อยากประสบปัญหาหย่าร้างในอนาคต

เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจกันได้ง่ายๆ แต่ขณะเดียวกัน
ก็ไม่ใช่เรื่องเครียดจนต้องคิดมาก เอามือก่ายหน้าผาก เพราะสำหรับคนบางคน
เรากลับตอบตกลงโดยไม่ทันได้คิดด้วยซ้ำ (แอบตัดสินใจได้ ตั้งแต่ยังไม่ทันได้คุยกันเลย)

"ไม่ได้คิดหรอกว่าจะอยู่กันได้ไหม แต่ไม่รู้จะอยู่ยังไงถ้าไม่มีเขา ไม่ได้คิดจริงๆ "


ว.แหวน ชีวิตเรา...เอาไงดี ?. กรุงเทพฯ : ใยไหม,2546

เชิญแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:



กรุณาใส่รหัสที่เห็น:* Code

ความคิดเห็น
จะเเต่งงานเมื่อไร
เขียนโดย นงนภัส เมื่อ 2014-10-26 15:16:54
คนที่ไม่เคยเเต่งงานซักทีรีบเเต่งซะเดี้ยวหนีไปจากคุณ :grin ;) :) 8) :p :roll :eek :upset :zzz :sigh :? :cry :( :x
เขียนโดย เมื่อ 2014-06-18 17:45:05
8)

ขับเคลื่อนโดย อโกคอมเม้นท์ ๒.๐!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License