Advertisement
อัปเดทล่าสุด : อังคาร 12 พฤศจิกายน 2562 : carefor.org อัปเดททุกวัน
Carefor ใหม่ arrow กำลังใจ arrow ทำงานด้วยความจริงใจต่อตัวคุณเอง
สื่อสารด้วยหัวใจ
สื่อสารด้วยหัวใจ
บ้านใส่ใจ Carefor.org
Carefor ใหม่
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
ติดต่อลุงริศ
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี19ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่ออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 264 ท่าน

ค้นหา-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

ท่านพุทธทาส-สวนโมกข์
กลุ่มค่ายนิสิตนักศึกษาอาสาพัฒนาฯ
นักศึกษาคาทอลิก
ฟังธรรม
พระไพศาล
จิตวิวัฒน์
สวนเจ็ดริน
สันติวนา
แก้วไดอารี่
ยุติธรรม&สันติ
เสมสิกขาลัย
เพื่อผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านนอก
ธนาคารจิตอาสา
ทำงานด้วยความจริงใจต่อตัวคุณเอง พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
หากคุณจริงใจกับความต้องการของตัวเอง
คุณจะรู้สึกว่าการเลือกเส้นทางการงาน
มันเป็นการออกแบบชีวิตที่สำคัญ...


 
อย่าเห็นว่างานเป็นแค่สิ่งที่เราต้องทำ...
เพราะครึ่งค่อนชีวิตของเราต้องอยู่ตรงนั้น
ครึ่งค่อนชีวิต ฉันเห็นระบบอุตสาหกรรม

และหลายครั้งที่ได้คุยกับคนทำงาน หลายคนอยู่ในระดับสูง เงินเดือนสูง
แต่ชีวิตและหัวใจของพวกเขาส่วนใหญ่จะแห้งแล้ง

พวกเขาบอกว่าระบบงานอุตสาหกรรมเขาจะเลี้ยงเราให้สบาย

เขาไม่รู้หรอกว่าตัวเองชอบอะไร
หรือถนัดอะไร อยากทำอะไร
และไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเดินทางไปไหน

รู้แต่ว่ามันคืองาน และต้องทำ
อาจจะไม่ทุกข์เท่าไหร่นัก
แต่ก็ไม่สุขเอาซะทีเดียว
แต่ที่แน่ๆ เราจะไม่ขยับตัวเพราะ
เราไม่รู้ว่าข้างหน้าจะปลอดภัยเท่านี้

อะไรคือความชอบ อะไรคือความสุข
รู้แต่ว่าต้องรักษาความปลอดภัย
ความสบายที่เขามอบให้
เพื่ออยู่กับมันให้นานที่สุด

พอตกเย็นหลังเลิกงาน
ฉันจะเห็นคนหนุ่มสาวเหล่านี้บางคน
ดื่มหนักเที่ยวหนัก
อาจจะไม่ต้องคิดอะไรมากนักในการทำงาน
เพราะระบบทุกอย่างถูกวางไว้หมดแล้ว

หลายคนบอกว่า
สำหรับระบบอุตสาหกรรมแล้ว
โลกยิ่งกว้าง ทางมันก็ยิ่งแคบลง
ที่จะยืนมันก็น้อยลง
ทุกจุดมันจะถูกระบุไว้ว่าเป็นของใคร
ที่ตรงไหนเป็นของเรา
เกินจากนี้ไปแล้วเป็นของคนอื่น
คุณไม่มีสิทธิ์แทรกแซง
ยิ่งอายุมากความมั่นคงยิ่งน้อยลง

....................................

แต่เวลาที่คนเราทำอะไรมากๆ ซ้ำๆ กัน
เป็นเวลานาน เราจะจมลงไปในนั้นเรื่อยๆ
ยิ่งจมลงไปเท่าไหร่
มันก็กลายเป็นชีวิตเป็นหัวใจเรามากขึ้นเท่านั้น

ถ้าทำงานเพราะคิดว่ามันคืองาน...
เราจะไม่มีพัฒนาการในวิชาชีพ...
ทำอะไรก็อยู่แค่นั้น
เส้นกราฟชีวิตคงนิ่ง (และดิ่งลงเรื่อยๆ )

แต่ถ้าเราอยากทำอะไรแล้วเราได้ทำ
เราจะเกิดพัฒนาการในวิชาชีพ
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นตามลำดับ
(แม้ต้องล้มลุกคลุกคลาน)
เส้นกราฟชีวิตจะขึ้นๆ ลงๆ
อย่างมีสีสัน คงสนุกดี

ฉันพอจะเข้าใจว่าทำไมหนุ่มสาว
ในโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีเงินเดือนแพงๆ
และมีความปลอดภัยในหน้าที่การงานสูง
บางคนจึงดื่มหนักเที่ยวหนัก
ส่วนหนึ่งเกิดจากความต้องการที่จะระบายความเครียด
ต้องการปลดปล่อย

เพราะที่มาของความท้อแท้หดหู่ของคนส่วนมาก
คือบางสิ่งบางอย่างที่รบกวนจิตใจ

นั่นคือความต้องการลึกๆ ในใจ
ที่กำลังเรียกร้องอยู่ตลอดเวลา
แต่ไม่สามารถทำตามหัวใจเรียกร้องได้
เพราะหวงแหนความมั่นคงปลอดภัย...
กับเรื่องนี้จริงๆ แล้วนานาทัศนะ

............................

ตั้งแต่จำความได้...
ฉันก็เห็นความยิ่งใหญ่ของระบบอุตสาหกรรม
มีคำสั่งสอนของผู้ใหญ่กรอกหู
ตั้งแต่เล็กจนโต ว่าเราเกิดมาโชคดี
มีงานที่ดี มีอาชีพที่มั่นคงอยู่รอบๆ ตัว

ในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ เลือกทางเดิน
ที่คนส่วนมากเลือก
นั่นคือความมั่นคงปลอดภัย
เลือกงานที่หล่อเลี้ยงชีวิต
หล่อเลี้ยงร่างกาย
และทิ้งความฝันไว้กลางทาง
เมื่อถึงวันดีคืนดี ความต้องการนั้น
ก็จะรบกวนจิตใจร่ำไป
ชีวิตคนทำงานจำนวนไม่น้อยจึงท้อแท้หดหู่
หรือสิ้นหวังลึกๆ

มีคนหลายคนท้วงติง
เมื่อฉันหันหลังให้ความมั่นคง
จนดูเหมือนเป็นคนดื้อดึง

ทั้งที่จริงแล้ว ฉันไม่ใช่คนดื้อดึง
หรือไม่มีเหตุผล
แต่เพราะจริงใจต่อความต้องการของตนเอง
ฉันเชื่อว่าความมั่นคงในชีวิต
ไม่ได้อยู่ที่ระบบงาน หรือหน้าที่การงาน

.............................

ความมั่นคงที่แท้จริง
ชีวิตจะดีขึ้นอย่างแท้จริงนั้น
ก่อนที่คุณจะเริ่มต้น
คุณต้องรู้ตัวก่อนว่าจะไปทางไหน
ไม่อย่างนั้นคุณจะเริ่มไม่ถูก

สำหรับฉัน ฉันถือว่าหน้าที่การงาน
ที่จะทำให้ชีวิตมั่นคง ไม่ใช่แค่ว่า
สามารถดูแลชีวิตเรา หล่อเลี้ยงชีวิตเรา

แต่สิ่งนั้นต้องสามารถดูแลความฝัน
หล่อเลี้ยงวิญญาณ
เลี้ยงอุดมการณ์ของฉันได้ด้วย

.............................................

หากคุณจริงใจกับความต้องการของตัวเอง
คุณจะรู้สึกว่าการเลือกเส้นทางการงาน
มันเป็นการออกแบบชีวิตที่สำคัญ

การเริ่มต้นอย่างมีเป้าหมาย
และมีเหตุผล จะส่งผลต่อเราในอนาคต
เพราะชีวิตเราต้องอยู่กับงาน

ถ้าเรามีความสุขกับมัน
นอกจากชีวิตจะมีความสุขแล้ว
เราจะประสบความสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้น

...................................

ไม่มีอะไรในโลกนี้โหดร้ายเท่ากับการทำงานหนักเกินไป
แบบไม่เห็นเดือนเห็นตะวันอีกแล้ว
ที่จริงตรงนี้เป็นปัญหาของใครหลายๆ คน

ลองถามตัวเองหน่อยว่าคุณทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า...
เกือบทั้งชีวิตฉันทำงานเยอะมาตลอด
เคยทำงานเยอะที่สุดตอนเรียน

ชีวิตเหนื่อยมาก คิดเยอะ ทำอะไรเยอะแยะไปหมด
สมองไม่เคยได้หยุดพัก เพราะความประมาท
คิดแค่ว่าไม่เป็นไร เพิ่งอยู่บนโลกนี้ไม่นานนัก
ร่างกายยังพร้อมที่จะถูกใช้งานหนักๆ
(เดี๋ยวแก่ๆ แล้ว ค่อยถนอมก็ได้)

สุดท้าย...อะไรที่อยากได้ก็ได้เกือบทุกอย่างจริงๆ
แต่ฉันไม่ได้มีโอกาสชื่นชมมันเลยสักนิด
เพราะนอนป่วยแทบไม่รับรู้อะไรเลย
และหลังจากนั้นก็ป่วยเป็นกิจวัตรมาตลอด

และปรากฏว่าร่างกายที่เราใช้มันอย่างสมบุกสมบันน่ะ
ต้องใช้เวลาพักฟื้นเป็นปี ทำยังไงก็ไม่ดีได้เหมือนเดิม
และก็กลายเป็นคนขี้เกียจอย่างร้ายกาจ
พอเรียนจบปุ๊บหนีเลย ไม่ทำอะไรทั้งนั้น

ทั้งๆ ที่ยังอยากทำอะไรอีกหลายๆ อย่าง
ช่วงหลังๆ ถ้ารู้สึกว่าเหนื่อยเกินไป
ฉันจะหยุดทำอะไรทั้งหมด
พักและวางแล้วเดินออกมาจากตรงนั้นสักสองสามวัน

....................................

เป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่คนเดิม
ไม่ได้อยู่ตรงนั้น ไม่ได้ทำหน้าที่นั้น
ไม่รู้ไม่ชี้ แล้วค่อยว่ากันทีหลัง

บางคนบอกว่ายิ่งทำงานยิ่งหนัก
ก็ยิ่งเข้าใกล้ความสำเร็จได้เร็ว
แต่การทำงานหนัก
จะเดินไปไม่ถึงความสำเร็จ
หากคุณทำงานหนักแบบไร้ทิศทางไร้เหตุผล

ความสำเร็จในชีวิต ไม่ได้แลกมา
จากการทำงานหนักเพียงอย่างเดียว
แต่ถ้าทำงานอย่างฉลาด
คุณจะไปไกลกว่า...

"ชีวิตปกติต้องเจอกับปัญหาเยอะแล้ว
ดังนั้นเรื่องบางเรื่องที่ไม่สำคัญพอ
ก็ไม่ควรให้เป็นปัญหา"



การ์ตูน ก้าวข้ามความล้มเหลว. กรุงเทพฯ : ใยไหม, 2546

เชิญแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:



กรุณาใส่รหัสที่เห็น:* Code

ความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย อโกคอมเม้นท์ ๒.๐!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License