Advertisement
อัปเดทล่าสุด : อังคาร 10 ธันวาคม 2562 : carefor.org อัปเดททุกวัน
Carefor ใหม่ arrow ความรัก arrow อกหักไม่ยักตาย6
สื่อสารด้วยหัวใจ
สื่อสารด้วยหัวใจ
บ้านใส่ใจ Carefor.org
Carefor ใหม่
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
ติดต่อลุงริศ
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี19ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่ออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 713 ท่าน

ค้นหา-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

ท่านพุทธทาส-สวนโมกข์
กลุ่มค่ายนิสิตนักศึกษาอาสาพัฒนาฯ
นักศึกษาคาทอลิก
ฟังธรรม
พระไพศาล
จิตวิวัฒน์
สวนเจ็ดริน
สันติวนา
แก้วไดอารี่
ยุติธรรม&สันติ
เสมสิกขาลัย
เพื่อผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านนอก
ธนาคารจิตอาสา
อกหักไม่ยักตาย6 พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
คุณบอบช้ำ คุณเป็นผู้เจ็บป่วยปวดร้าว เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกสนิทใจ
และพร้อมปฏิบัติตอบสนองด้วยดีต่อคนที่สร้างความเจ็บช้ำให้คุณ
ไม่มีความคิดจองเวร และโดยไม่มีการเสแสร้งหรือไม่มีความรู้สึกต้องบังคับใจให้ทำ
เมื่อนั้นแหละที่คุณเป็นอิสระเสรี สร่างไข้ ใจสบายอย่างสมบูรณ์...



เยียวยาและยกโทษ

ข้อสามสิบสองแล้วละจ้ะ เป็นอย่างไรบ้างเล่า สามสิบเอ้ดข้อที่ผ่านมานั่นน่ะ
อะลิตเติลบิตเบตเตอร์ขึ้นมาบ้างไหม ตานี้ไปข้อสามสิบสองนะ

อาการละห้อยหาที่คาค้าง มิใช่ข้อพิสูจน์ว่าคือความรัก

32. อาการละห้อยหาที่คาค้าง มิใช่ข้อพิสูจน์ว่าคือความรัก

จริงๆ จ้ะ จริงนะจ๊ะ จริงทีเดียว การที่คุณยังป้ำๆ เป๋อๆ หงุดหงิดมึนงง
ละห้อยหวลถะหวาหิลถวิลหาถึงเขาอยู่นี้
มิใช่เป็นสิ่งพิสูจน์ซอตอพอแต่ประการใดเลยว่านี่คือรักแท้
มิได้หมายความว่า นี่แล้วคือรักแท้ของเราที่เขาโละทิ้ง
เปล่าเลย หามิได้ มิใช่เลย เพราะฉะนั้น
จงอย่าพยายามยึดมั่นพันผูกว่านี่แล้วคือรักแท้
แล้วทุ่มเทความเจ็บปวดให้กับตัวเอง

อย่าให้ความเจ็บช้ำระกำอกมันลอยหน้าลอยตาอยู่กับเรา
เกินกว่าความจำเป็นที่มันจะอยู่ได้

รักแท้อันงดงามนั้นเป็นสิ่งเกื้อหนุนชีวิต (แหม...เช้ยเชย)
รักแท้ไม่ต้องการปฏิกิริยาตอบสนองที่หมองหม่น แท้จริงแล้ว
รักแท้ควรจะนำชีวิตของเราไปสู่ความเริงร่าและความสุขอันใหญ่ยิ่ง

คำกล่าวนี้มิได้เหลวไหลเกินไปดอกนะ อยู่ที่ว่าคุณจะเชื่อไม่เชื่อแค่ไหนเท่านั้นแหละ

33. เขียนบันทึกตรงบรรทัดหัดไว้หนู

จำวรรคนี้มาจากไหนสักที่หนึ่ง ข้อนี้เขาบอกว่าให้เขียนบันทึก
เขาบอกว่า การบันทึกจะช่วยได้มากเหมือนกัน
จะทำในลักษณะบันทึกประจำวันหรือรายงานความเคลื่อนไหวของตัวเองให้ตัวเองอ่านก็ได้

รวบรวมความคิดให้เขม็ง เพ่งเล็งอารมณ์ให้ขะมักเขม้น โดยการเขียนหนังสือ
เป็นทางหนึ่งที่ดีที่จะทำให้คุณได้ระบายออก (แรกๆ คงจะรู้สึกว่ากำลังระบายเข้าอยู่บ้าง)
พยายามรวบรวมความคิดสามารถในการเขียนของเรา (เท่าที่มี)
เขียนให้ดี ให้ตัวเองอ่านรู้เรื่อง ให้รู้สึกตัวตลอดเวลาที่เขียนว่าเรากำลังเขียนอะไร
ไม่ใช่ปล่อยให้ปากกาขยุกขยิกไปตามเวรตามกรรม เขียนจบแล้วอ่านดู
แล้วไพล่ไปโกรธว่าใครมาเขียนอะไรเลอะเทอะในสมุดของเรา

อย่าตั้งกติกาอะไรเกี่ยวกับการเขียนบันทึกนี้ให้ตัวเอง
ไม่ต้องกำหนดว่าจะต้องเขียนทุกวัน หรือจะเขียนทุกครั้งที่คิดถึงเขา
ขอให้เขียนเมื่อคุณรู้สึกอยากจะเขียน ถ้าไม่อยากเขียนก็ไม่ต้องเขียน

ท่าจะได้เป็นนักเขียนกันคราวนี้แล

เห็นว่าการเขียนนี้อาจช่วยให้สร่างได้ในเวลาเพียงไม่เกินเดือนเท่านั้นเอง
เพราะฉะนั้นน่าจะพิจารณาสักหน่อย

เขียนอะไรดีล่ะ นอกจากเรียกความส่งครูและจดหมายถึงเขาแล้วก็ไม่เคยเขียนอะไรเอาเลย
ส่วนใหญ่คนอกหักเขาก็ขี้มักจะเขียนกลอนกัน

เฮอ...เรื่องกลอนกับเรานี่มันถูกกันเสียที่ไหน เคยเขียนไว้เหมือนกัน
แต่กล้าให้ใครดูเมื่อไหร่ จุ๊ดจู๋...ป้ากะปู่ กู้อีจู้ จะดูไหม
ไม่ดูจ้ะ ดูอีจู้ ดูทำไม กู้อะไร กู้อีจู้ ไม่ดูโว้ย...อย่างเงี้ย
แล้วจะกล้าให้ใครเขาดู

ก็คงจะต้องเขียนพวกกลอนเปล่าๆ ง่ายดี ไม่มีสัมผัส
จำกัดคำอยากเขียนอะไรก็เขียนไป
ประเภทอะไรก็ได้ตามใจคุณอย่างนั้นแหละ เหอะน่า เขียนไปเถอะ
ไม่มีใครเขารู้หรอกน่ะว่าเราเป็นคนเขียน

ดึกแล้ว
น้ำค้างหยดแหมะลงมาจากใบมะม่วง
กลิ้งขลุกๆ ไปตามพื้นดิน
แล้วซึมหาย
อยากเป็นน้ำค้าง
จะมุดดินหนีเธอ

เขียนอะไรทำนองนี้ก็ได้ หรือท่ามันยุ่งยากนักก็เขียนบันทึกไปเลย...วันนี้ตื่นแต่เช้า
เข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟัน ลงไปกินข้าวต้มกับหมูเค็ม
กินเสร็จแล้วขึ้นมาร้องไห้อีกสองยก จากนั้นนอนหลับ
ตื่นมาร้องไห้เสียอีกยกลงไปกินบะหมี่เกี๊ยว...อย่างนี้ก็ได้

34. มีความงามในความโศกเศร้า

คุณก็รู้ว่าในความโศกสลดนั้น มีแง่งามแฝงเร้นอยู่ด้วยเสมอ
แต่ต้องเป็นความโศกเศร้าที่เป็นจริง เป็นความโศกเศร้าตามธรรมชาติ
ไม่ใช่โศกเศร้าเพราะสงสารตนเอง

ออกจะเป็นสิ่งที่ให้อรรถาธิบายยากอยู่ แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรจะกล่าวถึงเป็นหนึ่งข้อไว้
ถ้าคุณจะเห็นแง่งามและรู้สึกมีความสุขที่มองเห็นความงามในความหม่นหมองของตนเอง
ขอให้รู้ว่าไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่มีอะไรเสียหายเลย

ถ้าคุณมองไม่เห็น หาไม่เจอ คลำไม่พบ ก็แล้วไป
ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องก้มหน้าก้มตาค้นอยู่นั่นแล้ว
ว่าความงามในความโศกเศร้าของตัวอยู่ที่ไหน แต่รู้ไว้หน่อยว่า
การร้องไห้ตีอกชกหัวสะอื้นเฮือกจนลูกกระเดือกกระดกนั้นไม่ใช่ความงาม

35. เยียวยารักษาด้วยระยะเวลาของตัวคุณเอง

คนเราไม่เหมือนกัน ระยะเวลาการฟื้นไข้ของคุณ
ไม่จำเป็นจะต้องเหมือนกันหรือเท่ากับของคนอื่น
ถ้าคนอื่นเขาหายในเจ็ดวัน ก็ขออย่าได้คิดว่าคุณจะต้องหายในเจ็ดวัน
และอย่าได้สงสัยว่าทำไมเราไม่หายในเจ็ดวัน

อาจจะมีใครใกล้คุณเคี่ยวเข็ญคุณ ว่าทำไม เพราะอะไร
คนอื่นเขาอกหักหัวปักหัวปำเขาไม่เห็นเป็นอย่างนี้
เขาเป็นอยู่เดี๋ยวเดียวก็หาย ทำไม ทำไมต้องทำท่าเหมือนจะตาย
ทำท่าจะตายมาเดือนหนึ่งแล้ว ทำไมไม่ตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเสีย

อย่า...อย่ารู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ อย่ารู้สึกว่าตัวเรานี้โง่เง่า
อย่ารู้สึกว่าตัวเองผิดมนุษย์ธรรมดาที่ไม่ยอมเข้าใจว่าทำไมความสูญเสียนี้จึงเกิดขึ้น
และก็อย่า...อย่าออกท่ายอมรับความสูญเสียนั้น อย่าร่าเริงสบายอารมณ์
ถ้าคุณไม่ได้รู้สึกอย่านั้นจริงๆ คุณอาจโกหกใครได้เก่ง
แต่โกหกตนเองจะได้หรือ แน่ะ...ลงเป็นกลอน เพราะเชียว

ถ้าคุณพ่ายแพ้จมจ่อมอยู่กับความทุกข์ใจอันใหญ่หลวง
แล้วพยายามเสแสร้งปกปิดบาดแผล ยิ้มฝืน หัวเราะเฝื่อน สั่งให้ตัวเองดัดจริต
พูดทำนองว่ามันก็ชีวิตหรือ...ก็...ไม่เป็นไรหรอก...เรื่องธรรมดา...อะไรทำนองนี้
การยอมรับเก๊ๆ อย่างนี้แหละที่จะทำให้เกิดลักษณะปฏิเสธความเป็นจริงขึ้นมา
ซึ่งเคยบอกไปแล้วว่าเป็นสิ่งที่ขัดขวางขั้นตอนการพยาบาลตนเองของคุณ

คุณควรจะจำไว้ว่า การรักษาพยาบาลตนเองนี้มีสามขั้นตอน
คุณมีสิทธิอันชอบธรรมโดยสมบูรณ์ที่จะให้ตัวเองผ่านขั้นตอนทั้งสามนี้ให้ครบ

ลืมไปแล้วมังว่าสามขั้นตอนมีอะไรบ้าง
ก็หนึ่ง...เสียใจและปฏิเสธ
สอง...โกรธและสลดหดหู่
สาม...เข้าใจและยอมรับ

คุณควรจะผ่านขั้นตอนซึ่งเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาตินี้ให้ครบเพื่อที่คุณจะได้เข้าใจ
และตระหนักด้วยตัวคุณเองและด้วยเวลาของคุณเอง

อย่างที่บอก ไม่ใช่และไม่จำเป็นว่าจะต้องเจ็ดวันเหมือนกับของคนอื่น

36. ขณะที่การเยียวยารักษาเดินหน้าไป

ช่วงเวลาที่การรักษาตัวเองของคุณดำเนินไปนี้ คุณจะพบว่า

* คุณมีความคิดที่มีเหตุผล ฉลาด เฉียบคมขึ้น

* การวินิจฉัยเรื่องราวและการตัดสินใจของคุณพอจะเชื่อได้ น่าไว้ใจมากขึ้น

* ความตั้งใจในการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดของคุณดีขึ้น

* โลกทัศน์ (ความคิดเห็นต่อสรรพสิ่งในโลก) กว้างขึ้น กังวลเกี่ยวกับตนเองน้อยลง
ความเห็นแก่ตัวน้อยลง

* คุณจะรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้น

พอถึงระดับหนึ่ง คุณจะรู้สึกเข้มแข็งขึ้นและรู้สึกตัวเอง เห็นอิสระมากขึ้น
ไม่ติดเหนอะเตอะตังกับความคิดว่าตัวเองไปไหนไม่รอดอย่างตะก่อน

ตอนนี้คุณอาจเริ่มครางหงิงๆ ได้บ้าง...เช้าวันใหม่ ชีวิตใหม่ ไม่มีเธอ ไม่เห็นเป็นไรนี่เออ
ไม่มีเธอก็ไม่เป็นไรนี่ ฉันจะมีคนใหม่ ดีกว่าเธอบานตะไท เป็นคนใหม่ เป็นของฉัน...

ถ้าร้องเพลงได้ ก็ร้องไปเล้ย

ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนใหม่ เป็นขั้นตอนแห่งการเจริญเติบโต
หลังจากที่หุบเหี่ยวมาแล้วอย่างน่าใจหาย ตอนนี้ฟื้นไข้ หัวใจทำงานดีขึ้นละ

37. คุณเข้มแข็งขึ้นแล้วตอนนี้

ถ้าผ่านมาถึงตอนนี้โดยที่คุณยังจับชีพจรได้ว่าหัวใจยังเต้นอยู่
ตอนนี้ก็เป็นตอนที่คุณเข้มแข็งขึ้น
คุณเรียนรู้แล้วว่าคุณสามารถรอดชีวิตมาและมีชีวิตอยู่ได้
ความเจ็บปวดรวดร้าวอ่อนแรงลง บาดแผลร้ายทางอารมณ์ของคุณมีอาการดีขึ้นจริง

คุณได้ผ่านประสบการณ์แห่งการสูญเสียอันใหญ่หลวง
และคุณได้เติบโตขึ้นจากก้นบึ้งแห่งความปวดร้าวเศร้าแสบนั้น

อย่างไรก็ตาม อย่าหยุดเพียงแค่ความพอใจที่รอดชีวิตมา
หรือพอใจเพียงแค่บาดแผลลึกละลายหาย คุณควรจะไปไกลกว่านั้น
คุณควรจะได้อะไรมาจากประสบการณ์จากความสูญเสียนี้
คุณควรจะได้เติบโตขึ้น งอกงามขึ้น เหมือนต้นไม้หนึ่งต้นที่ถูกตัดเหลือเพียงแต่ตอ
มันจะแตกกิ่งต่อเป็นหลายกิ่งโต

38. ยกโทษให้คนอื่น

เมื่อไรก็ตามที่คุณรู้สึกว่าคุณทำได้ เร็วที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ ยกโทษให้กับคนอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ที่ผ่านมา รวมทั้งไอ้หนุ่มหน้ามนคนนั้นด้วย

การยกโทษไม่ได้หมายความเพียงแค่ให้อภัยเท่านั้น
แต่หมายความถึงการปฏิบัติตอบสนองด้วยดีต่อเหตุแห่งความเจ็บไข้ของคุณ

คุณบอบช้ำ คุณเป็นผู้เจ็บป่วยปวดร้าว
เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกสนิทใจและพร้อมปฏิบัติตอบสนองด้วยดีต่อคนที่สร้างความเจ็บช้ำให้คุณ
ไม่มีความคิดจองเวร และโดยไม่มีการเสแสร้งหรือไม่มีความรู้สึกต้องบังคับใจให้ทำ
เมื่อนั้นแหละที่คุณเป็นอิสระเสรี สร่างไข้ ใจสบายอย่างสมบูรณ์

39. ให้อภัยตนเอง

นี่ก็เหมือนกัน เขาว่าถ้าเราสามารถจะทำได้เมื่อไรแล้วอย่าได้รอช้า
ให้รีบยกโทษให้ตัวเองเสียโดยไว

คุณอาจจะบอกว่าคุณไม่เคยโกรธตัวเอง
คุณไม่มีอะไรจะยกโทษให้ตัวเอง ถ้าอย่างนั้นก็ดี

แต่ก็มีอยู่ไม่น้อยที่หงุดหงิด และหมั่นไส้พะอืดพะอมตนเองในระยะเวลาที่ผ่านมา
โมโหตัวเองว่าทำอย่างนั้นไปได้อย่างไร เอารูปเขามาแนบอกสะอื้นสะอึกจนดึกดื่นได้อย่างไร
เขียนจดหมายงอนง้อเขาไปได้อย่างไรตั้งสิบห้าหน้า อะไรพวกนี้น่ะ
ถ้าคุณจะบังเอิญอาฆาตตนเองไว้ ก็ขอให้งดโทษ ให้อภัยตนเองในสิ่งแล้วล่วงมาเสีย
นิรโทษกรรมตนเองให้ได้โดยเร็ว

40. คิดถึงและสะสมแต่สิ่งที่ดีงาม

เมื่อความเจ็บช้ำของคุณทุเลาเบาบางจางลง
ความเข้าใจต่อความเป็นไปและเป็นมาของคุณก็จะกระจ่างและชัดเจนงอกงามขึ้น
ตอนนี้คุณอาจเริ่มมองเห็นสัจธรรมแห่งการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นธรรมชาติ
เป็นความเป็นจริงที่เราจะต้องเผชิญในชีวิต และบางครั้งเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้

เอาเถอะน่า...คุณอาจจะคิดว่าไม่จริง
คนอื่นที่เขาไม่ต้องเผชิญเรื่องโหดร้ายหรือคนโหด*มอย่างคุณมีแยะไป
ทำไมเล่า แล้วทำไมเล่า ทำไมถึงต้องเป็นเรา อย่าคิดอย่างนั้นเลย
การเปลี่ยนแปลงและพลัดพรากนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

คุณถูกแจ๊กพ็อตเสียตั้งแต่ต้นจนรักษาชีวิตรอดและมองเห็นโลกสว่างอีกหนหนึ่งนี้
โชคดีกว่าใครเขาแล้ว

คิดถึงความดีงามของสัมพันธภาพที่ผ่านมาได้แล้ว
ตอนนี้มันช่างดีงาม ดีเลิศ ประเสริฐ และแสนจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์
อย่างนี้นี่เล่า เราถึงได้เสียดาย เสียใจ
เสียความรู้สึกจนแทบเสียคนเมื่อต้องพลัดพรากจากมันมา

แต่รู้หรือไม่เล่าว่า ความดีความงามประโยชน์หลายอย่างก็ยังอยู่กับคุณ

คิดดูซี

คุณเดินเก่งขึ้น ไม่เตาะแตะต้วมเตี้ยมอย่างแต่ก่อนก็เพราะการที่เคนเดินไปกับเขาทีเดียว
คุณปีนเขาเป็น ขึ้นเขาเก่ง ก็เพราะขึ้นภูหลวงไต่ภูกระดึงกับเขามาใช่ไหมเล่า

คุณแต่งตัวเป็น แต่งตัวทันสมัยเป็นเพราะเขาจ้ำจี้จ้ำไช
ให้คุณรู้จักเสื้อผ้าอาภรณ์ที่งดงามเหมาะสมใช่ไหมเล่า
คุณรู้จักเลือกฟังเพลง เพราะการที่เคยไปฟังเพลงกับเขาใช่ไหม

คุณว่ายน้ำเป็นเพราะเขาเป็นคนสอนให้คราวที่ไปล่องแก่งแหย่งตีนลงทะเลด้วยกันคราวนั้นไง
คราวที่เขาแต๊ะอั๋งตอนสอนว่ายน้ำให้น่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก
ไม่เป็นไร ให้อภัย ขอกันกินนิดๆ หน่อยๆ คิดเสียว่าทำบุญสร้างโบสถ์สร้างวิหาร

ประสบการณ์ความชำนาญพิเศษเหล่านี้เหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่คุณได้มา
ซึ่งคุณอาจจะไม่มีวันได้มาเลยถ้าไม่ผ่านประสบการณ์นี้
ถ่านเถ้าแห่งสัมพันธภาพในอดีตมีสิ่งที่น่าระลึกถึงและน่าขอบใจอยู่เสมอ
คุณอาจจะขอบคุณเขาได้สำหรับความเป็นแรงบันดาลใจ
ให้คุณขับบทกวีชิ้นงามๆ หลายชิ้นหลายบท ขอบคุณเขาสำหรับความรู้ใหม่
ความเข้าใจเกี่ยวกับความรัก ขอบคุณที่เขาให้คุณเป็นคนที่เข้มขึ้น แน่นขึ้น แกร่งขึ้น

อ้อ...ไม่ต้องตามไปขอบคุณเขาถึงบ้านดอกนะ
รู้สึกขอบคุณเขาเฉยๆ เงียบๆ

มาได้ตั้งสี่สิบข้อแล้ว แจ้นไปขอบคุณเขาถึงบ้าน
เดี๋ยวจะต้องมาเริ่มต้นข้อหนึ่งใหม่

_____________________________________
จาก อกหักแต่ไม่ยักตาย โดย วานิช จรุงกิจอนันต์

อกหักแต่ไม่ยักตายมีทั้งหมด 9 ตอน คลิกอ่านได้จาก Link ด้านล่างนี้ครับ

อกหักไม่ยักตาย1
อกหักไม่ยักตาย2
อกหักไม่ยักตาย3
อกหักไม่ยักตาย4
อกหักไม่ยักตาย5
อกหักไม่ยักตาย6
อกหักไม่ยักตาย7
อกหักไม่ยักตาย8
อกหักไม่ยักตาย9
อกหักไม่ยักตาย10

เชิญแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:



กรุณาใส่รหัสที่เห็น:* Code

ความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย อโกคอมเม้นท์ ๒.๐!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License