Advertisement
อัปเดทล่าสุด : พุธ 21 สิงหาคม 2562 : carefor.org อัปเดททุกวัน
Carefor ใหม่
แปรเปลี่ยนความขัดแย้งในสังคมด้วยการสื่อสารอย่างสันติ พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
มีคำถามอยู่บ่อยๆว่า การสื่อสารอย่างสันติหรือการสื่อสารที่ไร้ความรุนแรง 
(Nonviolent Communication) นั้น สามารถนำมาใช้ในการเปลี่ยนแปลงความขัดแย้งในสังคมนำไปสู่สันติได้หรือไม่ และอย่างไร? โดยเฉพาะในกรณีที่กลุ่มคน องค์กร ฝ่ายบริหารมีนโยบายหรือระเบียบโครงสร้างที่มีผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน

----------------------------------------------------

เพื่อหาคำตอบดังกล่าว ผมได้นำประสบการณ์และการแบ่งปันของ ดร. มาร์แชล โรเซนเบิร์ก ผู้ทำหน้าที่ในคนกลางมานานกว่า 35 ปี เขาช่วยให้เกิดความเข้าใจกันทั้งในความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูก สามีกับภรรยา ผู้จัดการกับคนงาน ชาวปาเลสไตน์กับชาวอิสราเอล ชาวเซอร์เบียกับชาวโครเอเชีย หรือในการสู้รบกับของกลุ่มต่างๆในเซียร่า ลีโอน ไนจีเรีย บุรุนดี ศรีลังกา และรวันดา

ดร. มาร์แชลพบว่า เราทุกคนมีความสามารถที่จะแก้ไขความขัดแย้งได้อย่างสันติ และทุกฝ่ายเกิดความพึงพอใจ สิ่งนี้จะเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น ถ้าคู่ขัดแย้งสามารถสร้างความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนมนุษย์ขึ้นมาได้ ดร. มาร์แชลพัฒนากระบวนการสื่อสารอย่างไร้ความรุนแรงขึ้นมา อันประกอบด้วยจิตสำนึก(แนวคิด)และทักษะการสื่อสารที่เพิ่มความมั่นใจให้เราว่า เราสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่เปี่ยมด้วยความกรุณาทั้งกับผู้อื่นและตัวเราเอง กระบวนการนี้ถูกนำมาใช้ในชีวิตส่วนตัว ครอบครัว การทำงานร่วมกัน และการเคลื่อนไหวทางสังคมมาแล้วกว่า 35 ปีเช่นเดียวกัน

 

ดร. มาร์แชลแสดงความห่วงใยต่อองค์กร หน่วยงาน หรือแม้แต่รัฐบาลบางชุดที่วางนโยบาย หรือโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่หรือก่อให้เกิดความรุนแรงต่อประชาชน... ดร. มาร์แชลเล่าเรื่องเปรียบเทียบได้อย่างน่าสนใจว่า ชายคนหนึ่งเห็นเด็กทารกลอยมากับสายน้ำในแม่น้ำ เขาก็กระโดดน้ำลงไปช่วยเด็ก... ต่อมาเขาเห็นเด็กลอยน้ำมาอีก ชายคนนั้นก็ว่ายน้ำไปช่วยเด็กอีก แต่เด็กก็ยังลอยน้ำมาอีกหลายคน... ชายคนนั้นจึงเรียกคนที่เดินอยู่แถวนั้นมาช่วยกันนำเด็กทารกขึ้นมาบนฝั่ง...

 

การช่วยเหลือเด็กทารกที่ลอยน้ำมาเรื่อยๆนั้น แตกต่างจากการเดินขึ้นไปบนต้นน้ำ และมองหาว่าใครเป็นผู้นำเด็กทารกปล่อยลงไปในแม่น้ำ เขาต้องการอะไร... เราจะได้พูดคุยสื่อสาร สร้างความสัมพันธ์ที่เปี่ยมไปด้วยความกรุณาต่อเขาโดยปราศจากการตัดสิน กล่าวโทษ วิจารณ์ ตำหนิ เพื่อให้เขารับรู้ถึงผลกระทบ และช่วยให้เขาเห็นว่ามีวิธีการต่างๆอีกมากมายที่จะตอบสนองความต้องการของเขาและความต้องการของทุกคน รวมทั้งความปลอดภัยในชีวิตของเด็กๆด้วย...

 

การสร้างความสัมพันธ์และสื่อสารกันเช่นนี้จะช่วยรักษาชีวิตและความปลอดภัยของเด็กๆได้เป็นจำนวนมาก แตกต่างจากการช่วยเด็กทีละคนๆ... ด้วยเหตุนี้...การสื่อสารอย่างไร้ความรุนแรงจึงสนับสนุนให้เราเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือระเบียบโครงสร้างของสังคมที่สร้างผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนโดยใช้จิตสำนึกและทักษะเช่นเดียวกันนี้เอง

 

ดร. มาร์แชล ชี้ให้เราเห็นความแตกต่างระหว่างการรณรงค์ให้คนในสังคมร้อยละ 51 มีประชามติให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสังคมที่สร้างผลกระทบต่อชีวิตของผู้คน... กับการสื่อสารด้วยความกรุณากับบุคคลหรือกลุ่มคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องดังกล่าวโดยตรงซึ่งอาจมีจำนวน 1 คน, 5 คน หรือ 10 คน... เขาแน่ใจว่าการสร้างสัมพันธ์และสื่อสารกับบุคคลหรือกลุ่มคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจช่วยให้เราหยุดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้อย่างรวดเร็ว...

 

สิ่งสำคัญคือการสร้างสัมพันธ์ด้วยจิตสำนึกและทักษะที่เปี่ยมไปด้วยความกรุณา สื่อสารกับผู้มีอำนาจในการตัดสินใจอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา โดยปราศจากการตัดสิน ตำหนิ กล่าวโทษ ตีตราว่าเขาเป็นศัตรูหรือเป็นคนที่เลวร้าย... ในเวลาเดียวกันเราก็ช่วยให้เขาเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นและช่วยให้เขาเห็นถึงความต้องการของผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมกับช่วยให้เขาแน่ใจว่า... มีวิธีการอื่นๆอีกมากมายที่สามารถตอบสนองความต้องการของเขาและของทุกคนทุกฝ่ายได้...

 

เพราะเหตุใดการสื่อสารอย่างไร้ความรุนแรงจึงเสนอให้เราสร้างความสัมพันธ์กับคู่ขัดแย้งโดยปราศจากการตัดสิน ตำหนิ กล่าวโทษ ตีตราว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรู หรือคนไม่ดี คนเลว... คำตอบอย่างตรงไปตรงมาก็คือ เพราะการตัดสิน ตำหนิ กล่าวโทษ ฯลฯ เป็นการกีดกั้นความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน นอกนั้นยังมีผลทำให้ฝ่ายที่ถูกตัดสิน กล่าวโทษนั้นปิดใจที่จะรับฟังความต้องการของผู้ที่ตัดสิน กล่าวโทษเขาอีกด้วย... ที่สุดแทนการเปิดใจ รับฟังเพื่อนำไปสู่ความเข้าใจกัน... ก็กลายมาเป็นความโกรธ ขัดเคืองใจ ปกป้องตนเอง และใช้วิธีการตัดสิน ตำหนิ วิจารณ์ กล่าวโทษ ฯลฯ กลับมาเช่นเดียวกัน... และวงจรเช่นนี้ก็เพิ่มทวีเป็นความรุนแรงต่อกันมากขึ้นไปเรื่อยๆ... การแก้ไขความขัดแย้งก็เป็นไปได้ยากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน 

---------------------------

บันทึกจากใจ : ที่ผมเขียนเรื่องนี้เพราะผมกำลังคิดถึงสถานการณ์ในบ้านเมืองของเรา ด้วยความห่วงใยครับ... ท่านคงจะมองเห็นว่าเราแก้ไขความขัดแย้งด้วยความกรุณา ปราศจากการตัดสิน กล่าวโทษมากน้อยอย่างไร ???

ผมมั่นใจว่า เราเลือกที่จะสื่อสารด้วยหนทางใหม่นี้ได้... เราสามารถสื่อสารกับตนเอง คนอื่น โดยเฉพาะคนที่อยู่ตรงข้ามกับเราได้ด้วยความกรุณา ปราศจากการตัดสิน กล่าวโทษ...

การให้ข้อสังเกตเรื่องที่ส่งผลกระทบอย่างตรงไปตรงมา บอกความเป็นห่วง เจตนาที่อยากเห็น และขอร้องอย่างชัดเจน ให้โอกาสปฏิเสธคำขอร้องกันได้ เพื่อหาหนทางที่ตอบความต้องการของทุกฝ่าย จะนำพวกเราให้เปิดใจแก่กัน และร่วมมือกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ ไร้ความรุนแรงอย่างแน่นอนครับ... 

หัวข้ออื่นๆในบทความการสื่อสารอย่างสันติจะช่วยให้ท่านเกิดความชัดเจนมากขึ้นว่า ให้ข้อสังเกตอย่างไรปราศจากการตัดสิน... บอกความรู้สึกเพราะอะไร... บอกความต้องการหมายความว่าอย่างไร... ขอร้องโดยพร้อมกับคำปฏิเสธเป็นอย่างไร... แล้วจะตอบสนองความต้องการของทุกฝ่ายได้จริงหรือ...???

รวมทั้งตัวอย่างจากชีวิตจริงให้เพื่อความชัดเจนว่า ความเข้าใจกันนี้เกิดขึ้นด้วยกระบวนการสื่อสารอย่างสันติได้อย่างไร

_________________________________________
บางส่วนจากบทความ "แปรเปลี่ยนความขัดแย้งในสังคมด้วยการสื่อสารอย่างสันติ" โดย นริศ มณีขาว. คอลัมน์ไต่ตามโค้งตะวัน, อุดมศานต์. ธันวาคม 2555.
*อ้างอิงจาก The Nonviolent Communication Training Course : Marshall Rosenberg, Ph.D.

เชิญแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:



กรุณาใส่รหัสที่เห็น:* Code

ความคิดเห็น
เขียนโดย มนัสพร กุลพินิจ เมื่อ 2013-09-24 18:18:20
:ups 
 
 
 
 
et

ขับเคลื่อนโดย อโกคอมเม้นท์ ๒.๐!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License