Advertisement
อัปเดทล่าสุด : เสาร์ 16 กุมภาพันธ์ 2562 : carefor.org อัปเดททุกวัน
Carefor ใหม่ arrow สื่อสารด้วยหัวใจ arrow "สื่อสารอย่างสันติ...สื่อสารเพื่อรักและเข้าใจ" (โดยลุงริศ)
"สื่อสารอย่างสันติ...สื่อสารเพื่อรักและเข้าใจ" (โดยลุงริศ) พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
"ได้วิธีการที่จะบอกความรู้สึกและความต้องการของเราให้คนอื่นทราบ รวมทั้งวิธีการขอร้องอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น"

 


โดย นริศ มณีขาว (ลุงริศ)

ช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้ ผมมีโอกาสเป็นกระบวนกร (หรืออาจเรียกว่าเป็นผู้เอื้ออำนวยการเรียนรู้ : Facilitator) เพื่อการเรียนรู้ "การสื่อสารอย่างสันติ" ร่วมกัน ผมรู้สึกมีความสุขและประทับใจมากครับ เลยเขียนมาเป็นของฝากสำหรับท่านผู้อ่านทุกท่าน ผมหวังว่าจะมีประโยชน์กับชีวิต การทำงาน และความสัมพันธ์ของท่าน ทั้งกับบุคคลในครอบครัว เพื่อน ตลอดจนบุคคลอื่นๆที่ท่านเกี่ยวข้องด้วย

ประโยชน์ที่ได้รับ

ผมจะเริ่มจากประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมได้รับก่อนเลยนะครับ หลังจากการเรียนรู้ร่วมกันอยู่ 2 วัน ผู้เข้าร่วมเขียนถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนรู้ร่วมกันดังนี้ครับ

"สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น สื่อสารกับคนใกล้ชิด เพื่อลดความขัดแย้ง ด้วยความเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น"

"เรียนรู้การฟังความคิดเห็นและเหตุผลของคนอื่น แม้เมื่อเรารู้สึกโกรธและไม่เห็นด้วยกับเขาก็ตาม"

"ได้ทักษะการเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น"

"ได้วิธีการที่จะบอกความรู้สึกและความต้องการของเราให้คนอื่นทราบ รวมทั้งวิธีการขอร้องอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น"

"รู้จักการปรับลดอารมณ์ความรุนแรงของผู้อื่น โดยคำพูดและการสื่อสารที่ดี"

"ได้ผ่อนคลาย และเรียนรู้วิธีการสื่อสารอย่างสันติที่จะนำไปใช้ในการปฏิบัติงานและใช้ในชีวิตครอบครัว"

"ได้เรียนรู้การระบายความรู้สึกคับข้องใจ ทำให้สบายใจขึ้น"

"ได้เรียนรู้แนวทางการรับมือกับสถานการณ์ทางลบ รู้จักผ่อนหนักให้เป็นเบา"

"ยอมรับและเห็นคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์"

"เรียนรู้วิธีการขอความร่วมมือจากคนอื่นอย่างไรจึงจะได้ผล"

"ทักษะการสื่อสารในขณะที่โกรธหรือสถานการณ์ที่กดดัน"

"รักและเอาใจใส่ผู้อื่นมากขึ้น"

"รู้สึกดีและผ่อนคลายเมื่อปัญหาที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งได้รับการแก้ไขและบรรเทาเบาบางลง"

"เข้าใจคนอื่นมากขึ้น เข้าใจความต้องการของตัวเองและเพื่อนร่วมงานมากขึ้น"

"เรียนรู้การจัดการกับปัญหาทั้งในชีวิตครอบครัวและหน้าที่การงาน โดยการใช้วาจาเหมาะสม (ภาษาดอกไม้)"

"รักในตนเอง รักครอบครัว รักเพื่อน รักองค์กรมากขึ้น... เข้าใจปัญหา เข้าใจชีวิต เข้าใจสถานการณ์ที่เป็นอยู่... เชื่อใจคนมากขึ้น... และรูสึกอบอุ่นเมื่อรักและเข้าใจกัน"

ตัวอย่างการใช้การสื่อสารอย่างสันติ : ก่อนและหลังการเรียนรู้ร่วมกัน

เมื่อได้ทราบประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนรู้ร่วมกันแล้ว หลายๆท่านต้องการความชัดเจน จึงถามถึงตัวอย่างของการใช้การสื่อสารอย่างสันติ ผมจึงนำตัวอย่างโดยเปรียบเทียบคำพูดก่อนและหลังการเรียนรู้การสื่อสารอย่างสันติในสถานการณ์ต่างๆ

ในครอบครัว : เมื่อลูกชายบอกว่าแม่จู้จี้ขี้บ่น

ก่อนการเรียนรู้เรื่องการสื่อสารอย่างสันติ

แม่พูดกับลูกชาย : "อะไรนะ ลูกว่าแม่จู้จี้ขี้บ่นเหรอ แม่จู้จี้ขี้บ่นก็เพราะลูกนั่นแหละ ทำตัวแบบนี้ จะไม่ให้แม่บ่นได้ยังไง ไม่รับผิดชอบหน้าที่ ไม่รู้จักดูตัวเองบ้างเลย"

หลังการฝึกปฏิบัติการสื่อสารอย่างสันติ

แม่พูดกับลูกชาย : "แม่ได้ยินลูกพูดว่า แม่จู้จี้ขี้บ่น... แม่ฟังแล้วรู้สึกเสียใจนะ ลูกก็คงรู้สึกเบื่อใช่ไหม..." "...ลูกคงอยากฟังคำพูดสั้นๆ แม่เองก็อยากทำตามหน้าที่" "ถ้าอย่างนั้นแม่ขอร้องให้ลูกทำธุระส่วนตัวให้เสร็จพร้อมจะขึ้นรถไปโรงเรียนตอน 6 โมงเช้าจะได้ไหม" "หรือว่าลูกมีข้อเสนออย่างอื่น"

ในครอบครัว : เมื่อพ่อบอกลูกสาวถึงอันตรายของการเดินทาง

ก่อนการเรียนรู้เรื่องการสื่อสารอย่างสันติ

ลูกสาวพูดกับพ่อ : "นี่พ่อ ลูกไปต่างจังหวัดทีไร พ่อชอบบอกว่าอันตราย เดี๋ยวรถชน รถคว่ำ เดี๋ยวจะถูกข่มขืน พ่อมองโลกแต่ในแง่ร้าย พูดไม่ดีอย่างนี้ทุกทีเลย..."

หลังการฝึกปฏิบัติการสื่อสารอย่างสันติ

ลูกสาวพูดกับพ่อ : "เวลาหนูจะเดินทางไปต่างจังหวัด หนูได้ยินพ่อบอกว่าอันตราย เดี๋ยวรถชน รถคว่ำ เดี๋ยวจะถูกข่มขืน... หนูได้ยินแล้วหนูรู้สึกไม่สบายใจ และหนูคิดว่าพ่อคงเป็นห่วงหนูใช่ไหมค่ะ" "...พ่อคงต้องการความปลอดภัย หนูก็ต้องการความปลอดภัยและคำอวยพรด้วย" "...อย่างนี้ได้ไหมพ่อ หนูจะดูแลตัวเองให้มากขึ้น และหนูขอพ่อช่วยอวยพรให้หนูเดินทางปลอดภัยด้วยนะคะ..."

กับเพื่อนบ้าน : เมื่อเพื่อนบ้านจอดรถไว้หน้าบ้าน

ก่อนการเรียนรู้เรื่องการสื่อสารอย่างสันติ

ผู้เข้าร่วมพูดกับเพื่อนบ้าน : ปรกติจะไม่กล้าพูดกับเพื่อนบ้าน เพราะกลัวว่าจะผิดใจกันกับเพื่อนบ้าน ก็จะเดินไปบอกให้มาช่วยถอยรถทุกครั้ง (ทั้งที่หน้าบ้านของเพื่อนบ้านก็ว่างและจอดรถได้) และเก็บความอึดอัดใจ โกรธ หรือขัดเคืองใจเอาไว้

หรือไม่ก็ไปพูดกับเพื่อนบ้านว่า "นี่คุณ คุณจอดรถยังไง ขวางประตูบ้านผมอยู่เรื่อยเลย ทั้งที่หน้าบ้านคุณก็ว่าง ผมจะถอยรถออกก็ไม่ได้ ยิ่งวันเสาร์อาทิตย์คุณไม่อยู่ด้วย ผมยิ่งลำบาก คุณทำยังนี้ไม่คิดถึงคนอื่นเลย"

หลังการฝึกปฏิบัติการสื่อสารอย่างสันติ

ผู้เข้าร่วมพูดกับเพื่อนบ้าน : "คุณครับ สองเดือนมานี้ผมเห็นรถของคุณจอดหน้าบ้านผมเกือบทุกวันครับ ผมรู้สึกอึดอัดใจ เพราะผมต้องการพื้นที่ว่าง จะได้ถอยรถเข้าออกได้สะดวก และผมก็ต้องการรักษาความสัมพันธ์ด้วย ผมขอร้องให้คุณช่วยขยับรถของคุณ เพื่อให้มีพื้นที่ว่างหน้าบ้านผมด้วยนะครับ"

ในที่ทำงาน : เมื่อเพื่อนร่วมงานไม่ส่งงานตามกำหนด

ก่อนการเรียนรู้เรื่องการสื่อสารอย่างสันติ

ผู้เข้าร่วมพูดกับเพื่อนร่วมงาน : "นี่คุณ เมื่อไรจะส่งงานให้ทันสักที ลูกค้าโทรมาทวงหลายครั้งแล้ว หน่วยงานของเราเสียชื่อหมด"

หลังการฝึกปฏิบัติการสื่อสารอย่างสันติ

ผู้เข้าร่วมพูดกับเพื่อนร่วมงาน : "ตอนที่ผมได้ยินลูกค้าโทรมาบอกว่า คุณยังไม่ได้ส่งงานให้เขาตามกำหนดส่ง... ผมรู้สึกผิดหวังและผมกังวลใจมาก เพราะผมต้องการรักษาคำมั่นสัญญา... เป็นไปได้ไหมครับว่า ในงานครั้งต่อไป ผมขอให้คุณเป็นคนกำหนดวันส่งงาน และส่งงานตามเวลาที่คุณกำหนดจะได้ไหม เพื่อเราจะได้ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับลูกค้า ลูกค้าจะได้เชื่อถือหน่วยงานของเรา และอาจเรียกใช้เราอีกในอนาคต"

กับเพื่อน : เมื่อเพื่อนอกหัก

ก่อนการเรียนรู้เรื่องการสื่อสารอย่างสันติ

ผู้เข้าร่วมพูดกับเพื่อน : "ผู้ชายก็เป็นอย่างนี้แหละ เป็นแฟนกันสักพักหนึ่งมันก็เบื่อ มันก็ทิ้งเราไปหาแฟนใหม่ นิสัยไม่ดี ผู้ชายอย่างนี้ ให้มันไปซะได้ก็ดี อย่าไปเสียน้ำตาให้มัน"

หลังการฝึกปฏิบัติการสื่อสารอย่างสันติ

ผู้เข้าร่วมพูดกับเพื่อน : "เธอบอกฉันว่า แฟนของเธอไปมีแฟนใหม่แล้วมาบอกเลิกกับเธอ... ตอนนี้เธอคงรู้สึกเจ็บปวดมาก..." "เธอคงต้องการกำลังใจและอยากผ่านพ้นความทุกข์นี้ไปให้ได้" "ฉันอยากบอกเธอว่า ฉันยินดีจะอยู่เป็นเพื่อน ยินดีรับฟังความทุกข์ของเธอนะ.."

3 ทางเลือกเพื่อ "การสื่อสารอย่างสันติ"

จากประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมได้รับ และจากตัวอย่างของการสื่อสารอย่างสันติแล้ว ท่านจะสังเกตได้ว่า การสื่อสารอย่างสันตินั้นมีทางเลือกที่จะสื่อสารได้ถึง 3 ทางเลือกคือ

1) เข้าใจคนอื่นอย่างจริงใจ ทั้งในเรื่องที่เราเห็นด้วยและเราไม่เห็นด้วย
    โดยไม่ต้องยอมตามหรือประนีประนอม (ถ้าใจเราไม่เห็นด้วย)
2) เข้าใจตนเองว่าตนเองรู้สึกและต้องการอะไรในส่วนลึก รวมถึงการดูแลและเติมเต็มจิตใจของตนเอง
3) สื่อสารให้ผู้อื่นรับรู้ความรู้สึกและความต้องการที่แท้จริงของเราอย่างจริงใจ
    โดยไม่ตำหนิ ไม่กล่าวโทษตนเองหรือผู้อื่น

องค์ประกอบของการสื่อสารอย่างสันติ

ทางเลือกทั้ง 3 ทางเลือกนี้จะเป็นจริงได้นั้น อาศัยการสื่อสารโดยมีองค์ประกอบอยู่ 4 ส่วนด้วยกันเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจทั้งสองฝ่ายคือทั้งตนเองและคนอื่นครับ (ท่านจะสังเกตได้ว่าทั้ง 4 องค์ประกอบนี้มีอยู่ในตัวอย่างการใช้สื่อสารอย่างสันติที่ได้กล่าวไว้แล้ว) คือ

1) ให้ข้อสังเกตได้ว่าเกิดอะไรขึ้น โดยไม่ตัดสิน ไม่ประเมิน หรือตีความ
2) พูดสื่อความรู้สึกทั้งของตัวเราเองและคนอื่นได้อย่างตรงใจ
3) ค้นหาและบอกความต้องการในส่วนลึกของเราและคนอื่น
4) หาข้อตกลงร่วมกันหรือขอร้องให้เกิดการแก้ปัญหาที่ปฏิบัติได้จริงด้วยการสื่อสารที่ชัดเจน และเป็นทางบวก

จากความต้องการ "สันติ" สู่การร่วมกัน "เพิ่มพื้นที่แห่งสันติ"

ท่านผู้อ่านคงได้รับประโยชน์จากการแบ่งปันเรื่องการสื่อสารอย่างสันติตามสมควรนะครับ...

สำหรับผม ผมเชื่อว่าลึกๆแล้วมนุษย์เราทุกคนล้วนต้องการสันติมากกว่าความรุนแรง ต้องการความรักมากกว่าความเกลียดชัง ต้องการความเข้าใจมากกว่าความไม่เข้าใจ...

ในขณะนี้เราพบความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้น อาจเกิดขึ้นกับตนเอง กับคนรัก กับคนรอบข้าง กับเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว ในสถานศึกษา ในวัด ในชุมชน ในที่ทำงาน ทั้งในเมืองและชนบท ความรุนแรงต่อเด็ก สตรี เยาวชน คนชรา จนถึงความขัดแย้งในระดับสังคม การเมือง รวมไปถึงความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ความขัดแย้งเหล่านี้ในด้านหนึ่งอาจทำให้เรามีความทุกข์ เป็นกังวล แต่เมื่อเรามองในอีกด้านหนึ่ง เราจะเห็นความจำเป็นและเห็นความพยายามที่จะร่วมสร้างสันติ ลดความรุนแรงต่อกันมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...

หลายฝ่ายที่ทำงานเพื่อสร้างสันติเห็นความจำเป็นเร่งด่วนนี้และขอเชิญชวนทุกท่านว่า "เรามาร่วมกันขยายพื้นที่แห่งสันติให้กว้างขึ้นและลดพื้นที่แห่งความรุนแรงให้น้อยลงอย่างรีบด่วนกันเถอะ... " สิ่งนี้ย่อมเกิดผลดีต่อตัวเราเอง ต่อคนที่เรารักและลูกหลานของเราด้วย...

มาร่วมสร้างสันติ มาร่วมสนับสนุนให้สังคมของเราอยู่ร่วมกันด้วยความรักและความเข้าใจ อยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุข บนพื้นฐานของความสัมพันธ์และการปฏิบัติต่อกันด้วยความกรุณา โดยไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ต้องเจ็บปวดหรือเสียสละฝืนใจตนเอง

และท่านก็เป็นคนหนึ่งที่สามารถร่วมสร้างสันติได้ที่นี่ และเดี๋ยวนี้ โดยอาจเริ่มจากตัวท่านเอง ขยายออกไปสู่คนรอบข้าง สู่ครอบครัว ที่ทำงาน สถานศึกษา ชุมชน และสังคมได้ในทุกๆขณะและทุกๆวันของชีวิต

ขอให้ทุกท่านมีความสุข และมีกำลังใจที่จะร่วมสร้างสันติอยู่เสมอๆนะครับ

_________________________________
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการสื่อสารอย่างสันติเพิ่มเติมได้จาก "สื่อสารอย่างสันติ". ไพรินทร์ โชติสกุลรัตน์, เรียบเรียง. นริศ มณีขาว, บรรณาธิการ.กรุงเทพฯ : เสมสิกขาลัย, 2550.

เชิญแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:



กรุณาใส่รหัสที่เห็น:* Code

ความคิดเห็น
เขียนโดย เมื่อ 2014-07-19 17:15:44
ดีมากๆเลยค่ะ :)
.....5555555
เขียนโดย กวาง เมื่อ 2011-02-21 19:22:51
OK โดนเลย
รักนะ
เขียนโดย แป้ง เมื่อ 2011-02-21 19:20:41
ดีมีคุณธรรม :grin
เขียนโดย ธนากร เมื่อ 2010-01-28 18:17:44
อ่านแล้ว ดี จัง
ขอบคุณสำหรับบทความดีดี
เขียนโดย สุญาณินท์ เมื่อ 2009-07-10 16:17:32
;) ขอบคุณคุณลุงริศสำหรับบทความดีดีเช่นนี้นะคะ ขอน้อมรับไปปรับใช้ค่ะ :)
66
เขียนโดย 55 เมื่อ 2008-11-16 21:45:20
:upset
ไม่อยากจะเอย
เขียนโดย nana เมื่อ 2008-06-18 17:39:36
;) ;) ;) สุ๊ดยอดดด
โดนมาก
เขียนโดย eveค่ะ เมื่อ 2008-04-28 12:34:27
พี่นริศ เขียนอะไรก็โดน กำลังพยายามอยู่ค่ะ 
เขียนโดย เมื่อ 2008-03-09 11:14:22
:)

ขับเคลื่อนโดย อโกคอมเม้นท์ ๒.๐!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License