Advertisement
อัปเดทล่าสุด : พุธ 20 พฤศจิกายน 2562 : carefor.org อัปเดททุกวัน
Carefor ใหม่ arrow สื่อสารด้วยหัวใจ arrow ตัวอย่างของการสื่อสารอย่างสันติ
ตัวอย่างของการสื่อสารอย่างสันติ พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
"เวลาแม่เห็นลูก(สาว)กลับบ้านหลังเที่ยงคืนแล้วได้กลิ่นแอลกอฮอล์ แม่กลุ้มใจแล้วก็เป็นห่วงลูกมาก..."

 


เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นเรามาดูที่ตัวอย่างกันดีกว่า

เริ่มสื่อสารด้วยองค์ประกอบ ๔ ประการ


เมื่อเราจะสื่อสารอย่างสันติกับผู้อื่น
เราจะมุ่งความสนใจของเราไปที่องค์ประกอบ ๔ ประการข้างต้นคือ

1 เราสังเกตเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
2 แล้วเรารู้สึกอย่างไร
3 เรามีความต้องการอย่างไร
4 แล้วเราจะขอร้องอะไรจากอีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อเติมเต็มชีวิตของเรายิ่งขึ้น


ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงให้เห็นว่า
เมื่อเรารวมองค์ประกอบทั้งสี่เข้าด้วยกันแล้ว
การสื่อสารอย่างสันตินั้นแตกต่างไปจากการสื่อสารที่เราใช้กันอยู่อย่างไร

ตัวอย่างที่ ๑
ลูกน้องของคุณเอาเอกสารที่มีรอยเปื้อนกาแฟมาแจกให้ที่ประชุมครั้งสำคัญ
หลังการประชุมคุณพูดกับลูกน้องว่า


"คุณไม่รับผิดชอบงานเอาเสียเลย วันหลังอย่าทำให้ผมขายหน้าเวลาประชุมอีก เข้าใจไหม"

ลองเปรียบเทียบดูกับการใช้องค์ประกอบ ๔ ประการของการสื่อสารอย่างสันติ

"ตอนที่คุณแจกเอกสารมีรอยเปื้อนกาแฟ (สังเกต) ผมรู้สึกอายมาก (ความรู้สึก) เพราะผมต้องการให้ผู้เข้าร่วมประชุมยอมรับและเห็นประสิทธิภาพการทำงานของทีมเรา (ความต้องการ) ในการเตรียมเอกสารครั้งต่อไป เมื่อคุณถ่ายเอกสารเสร็จแล้ว คุณช่วยเอาเอกสารใส่ซองพลาสติกกันน้ำเลยจะได้ไหม (ขอร้อง) "

การพูดแบบแรกนั้น เป็นการตำหนิและโยนความผิดให้ลูกน้อง อีกทั้งไม่ได้บอกชัดเจนว่าต้องการให้ลูกน้องทำอะไร

ส่วนการพูดแบบการสื่อสารอย่างสันตินั้น หัวหน้าจะอธิบายให้ลูกน้องเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น โดยไม่ตัดสิน และบอกชัดเจนว่าขอให้ลูกน้องทำอะไรเพื่อจะได้ตอบสนองความต้องการของหัวหน้า


ตัวอย่างที่ ๒
คุณเป็นแม่ และเห็นว่าลูกสาวของตัวเองกลับบ้านดึกแทบทุกวัน
และยังมีกลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้ง คุณจึงพูดกับลูกสาวว่า


"พรุ่งนี้ไม่ต้องไปเที่ยวแล้ว ทำตัวเป็นเด็กใจแตกอย่างนี้ อยากให้แม่กลุ้มใจตายหรืออย่างไร"

เปรียบเทียบกับการสื่อสารอย่างสันติ

"เวลาแม่เห็นลูกกลับบ้านหลังเที่ยงคืนแล้วได้กลิ่นแอลกอฮอล์ (สังเกต) แม่กลุ้มใจแล้วก็เป็นห่วงลูกมาก (ความรู้สึก) แม่อยากให้ลูกปลอดภัย แล้วแม่ก็อยากเข้าใจลูกด้วย (ความต้องการ) ลูกช่วยเล่าให้แม่ฟังหน่อยได้ไหมว่าลูกไปเที่ยวเพราะอะไร เพื่อแม่จะได้เข้าใจลูกมากขึ้น (ขอร้อง)"

การพูดแบบแรกนั้นสามารถก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากลูกสาว พอลูกได้ยินคำว่าเด็กใจแตก อาจมีผลทำให้ลูกสาวประชดแม่ด้วยการเที่ยวและดื่มหนักขึ้น

ส่วนการพูดแบบการสื่อสารอย่างสันตินั้น แม่เปิดใจพูดและพร้อมที่จะรับฟังลูก ลูกจะรู้สึกไว้ใจที่จะบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองให้แม่รับรู้มากกว่าการพูดแบบแรก


ตัวอย่างที่ 3
ช่วงปีที่ผ่านมา องค์กรของคุณกำลังอยู่ในสภาพย่ำแย่ คุณต้องทำงานหนักมาก
และมักทำงานวันเสาร์อาทิตย์อยู่บ่อยๆ วันหนึ่งแฟนคุณทนไม่ไหวมาบอกคุณว่า


"เลิกทำงานวันหยุดซะทีได้ไหม ครอบครัวเป็นยังไง คุณไม่เคยสนใจเลย"
คุณเลยตอบกลับไปว่า "คุณน่ะไม่เคยเข้าใจอะไรซะเลย"

ลองเปรียบเทียบกับการสื่อสารอย่างสันติ

"ที่คุณบอกว่าให้ฉันเลิกทำงานวันหยุด (สังเกต) ฉันก็รู้สึกลำบากใจนะ (ความรู้สึก) เพราะว่าฉันก็อยากทำงานเพื่อให้องค์กรมีความมั่นคงมากกว่าที่เป็นอยู่ จะได้เป็นที่พึ่งของคนที่เดือดร้อนได้ และฉันก็อยากดูแลครอบครัวของเราด้วย (ความต้องการ) เรามานั่งคุยกันเพื่อช่วยกันหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นดีไหม
(ขอร้อง)"

การพูดในแบบแรกนั้น อาจทำให้แฟนของคุณรู้สึกว่าเขาถูกตำหนิ และโกรธมากยิ่งขึ้น แทนที่จะเข้าใจคุณ แฟนของคุณอาจจะปิดใจและไม่ยอมรับฟังเหตุผลของคุณต่อไป

ส่วนการพูดแบบการสื่อสารอย่างสันตินั้น เป็นการอธิบายเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจ และเชื้อเชิญให้มานั่งคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน

ตัวอย่างที่ ๔
ในการชุมนุมประท้วงของประชาชนที่ไม่พอใจการใช้ความรุนแรงของฝ่ายรัฐบาลในการจัดการปัญหาความไม่สงบ ผู้ชุมนุมกล่าวปราศรัยว่า
 
"เราไม่ต้องการรัฐบาลอำมหิต เข่นฆ่าประชาชน รัฐบาลอย่างนี้ไร้ความชอบธรรมในการปกครองประเทศออกไปๆๆๆๆๆ !"

เปรียบเทียบกับการสื่อสารอย่างสันติ

"ในการชุมนุมของประชาชนในคืนวันที่ ๒๖ กันยายน เวลา ๒๒.๓๐ น. ทหารจำนวน ๓๐๐ นาย ใช้อาวุธปืนและกระบองเข้าสลายการชุมนุม มีผลให้ประชาชนเสียชีวิต ๓ คน และบาดเจ็บอีก ๒๘ คน (สังเกต) พวกเรามาชุมนุมในที่นี้ด้วยความเศร้าสลดใจในการกระทำของรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง (ความรู้สึก) ในฐานะประชาชนเราต้องการการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและความปลอดภัยในชีวิต (ความต้องการ) เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีนี้ โดยให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมทั้งให้กระบวนการยุติธรรมเข้ามาไต่สวนกรณีนี้ด้วย (ขอร้องหรือข้อเรียกร้อง)"

การพูดแบบแรกนั้นอาจเป็นการยั่วยุให้ประชาชนที่ฟังคำปราศรัยเกิดความโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น และอาจจุดชนวนให้เกิดความรุนแรงขึ้นในฝ่ายประชาชนได้ และเมื่อประชาชนใช้ความรุนแรง ฝ่ายรัฐบาลก็จะมีอำนาจชอบธรรมในการเข้าจัดการสลายการชุมนุมด้วยกำลังเช่นกัน

ส่วนการสื่อสารอย่างสันตินั้น มุ่งให้เกิดการแก้ไขปัญหาโดยสันติระหว่างทั้งสองฝ่าย ไม่มุ่งให้เกิดการขยายตัวของความโกรธแค้นไม่ว่าจะในฝ่ายใดก็ตาม

_________________________________
"สื่อสารอย่างสันติ". ไพรินทร์ โชติสกุลรัตน์, เรียบเรียง. นริศ มณีขาว, บรรณาธิการ.กรุงเทพฯ : เสมสิกขาลัย, 2550.

เชิญแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:



กรุณาใส่รหัสที่เห็น:* Code

ความคิดเห็น
บ้า
เขียนโดย ซัน เมื่อ 2015-09-25 11:05:56
:p :p :p :p :p :p :p :p :p :) :eek :roll :? :cry :x :zzz :sigh :sigh :sigh :sigh :sigh :sigh :sigh :sigh :) :) :) ;) 8)
123
เขียนโดย 555 เมื่อ 2015-08-28 10:52:47
:) :) :) :) ดีคับ
3694858
เขียนโดย 5555555 เมื่อ 2015-08-28 10:51:48
:) :) :)
เขียนโดย iw52 เมื่อ 2015-08-28 08:41:42
:cry :x :? :cry :( :( :(
เขียนโดย iw52 เมื่อ 2015-08-28 08:41:42
:cry :x :? :cry :( :( :(
...
เขียนโดย 000 เมื่อ 2014-06-13 18:27:09
:p  
สื่อสาร
เขียนโดย ดะ เมื่อ 2013-12-19 18:35:50
:grin
สื่อสาร
เขียนโดย ดะ เมื่อ 2013-12-19 18:35:48
:grin
สื่อสาร
เขียนโดย เฟิร์น เมื่อ 2013-10-31 11:00:52
รู้เรื่องมาก
ตัวอย่างของการสือสารอย่างสัรติ
เขียนโดย ขวัญตา เมื่อ 2012-11-19 15:45:43
:grin
liek
เขียนโดย อ้อน เมื่อ 2012-07-03 20:57:29
:grin :grin :p :p :roll :roll :) :) สุดยอดเลยขอกด liek 
:grin :grin :p :p :? :?
การสื่อสารข้ามสายงาน
เขียนโดย ครูวราทิพย์ เมื่อ 2012-06-25 19:19:42
ปัญหาการทำงานร่วมกัน สาเหตุหลักเกิดจากทัศนคติ พฤติกรรมของคน ซึ่งต้องแก้ด้วยการเปิดใจ เข้าใจกันเป้าหมาย ข้อจำกัดของแต่ละคน และใช้คำพูดที่ก่อให้เกิดความร่ืวมมือ เมื่อมีปัญหาก็ร่วนกันแก้ไขอย่างสันติ มหาวิทยาลัยได้เิชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ท่านอาจารย์อุไรวรรณ อยู่ชา ซึ่งมีประสบการณ์ตรงในการทำงานข้ามสายงาน มาบรรยายผ่าน Workshop ฝึกปฏิบ้ัติ จำลองสถานการณ์ ตรงประเด็นมาก ท่านอาจารย์ทำให้เห้นทั้งต้นตอของสาเหตุและแนวทางการแก้ไขป้องก ันได้ชัดเจนมาก อาจารย์เก่งมาก ๆ ได้ประโยชน์ที่สุดเลยค่
เขียนโดย เมื่อ 2012-06-21 10:42:12
:)
เขียนโดย ครูนก ตราด เมื่อ 2011-08-13 09:24:24
วิธีนี้น่าจะเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหาในสังคมทุกวันนี้ได ้ ควรเผยแพร่ให้กว้างขวางในสถาบันครอบครัวและในโรงเรียน
การสื่อสาร
เขียนโดย บุ้ง เมื่อ 2011-07-20 20:20:08
ดีมากเป็นสิ่งที่ดี คนไทยน่าจะใช้คำพูดแบบนี้กันมาก ๆ นะ
เขียนโดย เมื่อ 2011-07-20 20:16:41
ดีมากค่ะ จะนำไปใช้ในที่ทำงานบ้าง
เขียนโดย เมื่อ 2011-07-05 22:24:54
:upset
สื่อสารลดความขัดแย้ง
เขียนโดย ดาว เมื่อ 2011-06-12 11:52:55
การใช้คำพูดสำคัญมากจริง ๆ ค่ะเห็นด้วยกับการสื่อสารอย่างสันติค่ะ เคยไปเข้าอบรมหลักสูตร การสื่อสารข้ามสายงาน กับ อ.อุไรวรรณ อยู่ชา ได้ประโยชน์มากค่ะ ทำให้เห็นความสำคัญของสื่อสารของคนที่ทำงานข้ามสายงาน ที่ทำให้เกิดปัญหาเพราะความไม่เข้าใจกัน การใช้คำพูดที่ไม่สร้างสรรค์ค่ะ
ดีค่ะ
เขียนโดย นาริน เมื่อ 2011-05-24 19:07:25
ดีมากค่ะ :grin :grin :grin :grin
เขียนโดย Punch เมื่อ 2011-01-28 01:48:14
ที่บอกว่าต่างจากการใช้ภาษาแบบสิ้นเปลืองตรงไหนนั้น คุณอยากให้กระชับในการใช้ภาษาใช่ไหมค่ะ 
 
สำหรับฉัน ฉันคิดว่ามันต่างกันตรงที่เป้าหมายให้เกิดความเข้าใจกันค่ะ
เขียนโดย เมื่อ 2011-01-26 12:30:37
ดีคร้า :p :eek :roll :upset
เลิศ
เขียนโดย ชิมุชิมิ เมื่อ 2011-01-24 15:30:55
ดีอะพูดกันแบบนี้ แล้วมันต่างจากการใช้ภาษาแบบสิ้นเปลืองตรงหนัย อะคร๊าาา อันนี้สงสัยจริง
ดูดี
เขียนโดย บอย เมื่อ 2010-11-11 20:55:09
ก็ดีนะ :grin :) ;) :zzz :p 8) :roll :upset
ดีมาก
เขียนโดย Taxme เมื่อ 2010-11-11 13:32:44
มีอบรมที่ใหน่บ้างครับ 
น้าสนใจดี
ดดี
เขียนโดย เพชร เมื่อ 2010-10-28 09:36:28
:grin :grin :upset :x :( :?
ดีคะ
เขียนโดย ขวัญ เมื่อ 2010-08-28 11:41:35
น่ารักรักจัง :roll
ดีคะ
เขียนโดย มิ้น เมื่อ 2010-08-28 11:40:18
ละเอียดจัง
เขียนโดย ไอด้า เมื่อ 2010-06-21 11:01:28
ดีมาก 
:) :grin ;) 8) :p :roll :eek :upset :zzz :sigh :? :cry :( :x
good
เขียนโดย kuy เมื่อ 2009-11-10 12:19:51
:grin :grin good
...GOOD CONVERSATION..
เขียนโดย .....JUNE.... เมื่อ 2008-11-05 11:42:50
..ABSOLUTLY...,...ESPECIALLY WHEN TALKING ABOUT WITH KIDS .
เขียนโดย ยายูมิ เมื่อ 2008-09-20 14:44:35
ดีจังเลยค่ะคนเราถ้าพูดีปัญหาก็ย่อมคลี่คลายเร็วขึ้นสถานการณ์ย ่อมดีขึ้น
ขอชื่นชมและขอบคุณค่ะ
เขียนโดย อารยา เมื่อ 2008-05-15 13:32:56
:)

ขับเคลื่อนโดย อโกคอมเม้นท์ ๒.๐!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License