Advertisement
อัปเดทล่าสุด : อาทิตย์ 8 ธันวาคม 2562 : carefor.org อัปเดททุกวัน
Carefor ใหม่ arrow สื่อสารด้วยหัวใจ arrow ทำความรู้จักกับการสื่อสารอย่างสันติ
ทำความรู้จักกับการสื่อสารอย่างสันติ พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
"คุณมีแต่เรียกร้องให้ผมทำตามใจคุณ แต่ไม่เคยเข้าใจผมเลย ไม่เคยรับรู้เลยว่าผมทำงานหนักและเหนื่อยแค่ไหน"

"คุณทำงานประสาอะไร ถึงได้มีลูกค้าเขียนด่าบริษัทเราถึงขนาดนี้ สมองมีรอยหยักบ้างรึเปล่า"

"ครูว่าคนอย่างเธอคงไม่มีทางประสบความสำเร็จได้หรอก แค่งานเด็กๆ แค่นี้ยังทำไม่ได้เลย"

"พวกนักการเมืองวันๆ มีแต่โกงกินบ้านเมือง ชาวบ้านเดือดร้อนขนาดไหนไม่เคยมาเหลียวแล"

"พวกเอ็นจีโอ มันก็พวกถ่วงความเจริญนั่นแหละ รัฐมีโครงการพัฒนาดีๆ มันก็ค้านกันอยู่เรื่อยเลย"

คุณรู้สึกอย่างไรบ้างเมื่ออ่านประโยคด้านบนนี้ คุณอยากฟังใครมาพูดเช่นนี้ใส่คุณหรือไม่ หรือถ้ามีใครพูดเช่นนี้กับคุณ คุณอยากจะตอบกลับว่าอย่างไร คำพูดเช่นนี้จะนำไปสู่ความขัดแย้งหรือความเข้าใจ

คราวนี้ลองอ่านประโยคด้านล่างแล้วเปรียบเทียบกับประโยคด้านบน

"ที่คุณขอให้ผมไปดูหนังกับคุณ ผมฟังแล้วรู้สึกกังวลใจ เพราะผมอยากทำงานที่ค้างไว้ให้เสร็จก่อน จะได้สบายใจ และผมก็กังวลว่าถ้าไม่ไปดูหนังกับคุณ คุณจะรู้สึกผิดหวัง ผมก็อยากให้คุณสบายใจด้วย เอาอย่างนี้ดีมั้ย ขอเวลาผมเคลียร์งานอีก สองวัน แล้ววันเสาร์นี้ผมจะไปดูหนังกับคุณ"

"ฉันอ่านใบแสดงความคิดเห็นของลูกค้าแล้ว มีอยู่เกินครึ่งที่บอกให้เราปรับปรุงการบริการของเรา ฉันรู้สึกเครียดขึ้นมาทันที เพราะฉันอยากให้ลูกค้าพึงพอใจ บริษัทจะได้รับการยอมรับ คุณช่วยมานั่งคุยกับฉันสักครู่จะได้ไหมว่า เราจะปรับปรุงการบริการของเราได้อย่างไรบ้าง"

"ตอนที่เธอบอกว่าทำงานส่งไม่ทัน ครูรู้สึกผิดหวัง เพราะครูต้องการให้นักเรียนของครูมีความรับผิดชอบ ซึ่งจำเป็นมากสำหรับการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จ"

"ฉันรู้สึกเบื่อกับการกระทำของนักการเมืองที่รับสินบนจากบริษัทธุรกิจ ฉันต้องการผู้แทนที่มีความซื่อสัตย์ เอาใส่ใจ และช่วยแบ่งเบาความทุกข์ความเดือดร้อนของประชาชน"

"เวลาที่อ่านข่าวเอ็นจีโอประท้วงโครงการพัฒนาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อนหรือโรงไฟฟ้า ผมรู้สึกโกรธ เพราะผมอยากเห็นประเทศชาติของเรามีโครงการดีๆ เราจะได้มีความสะดวกสบายมากขึ้น"

คุณอาจเห็นด้วยว่าผู้ฟังจะเปิดใจรับฟังประโยคด้านล่างนี้มากกว่าประโยคด้านบน...

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการสื่อสารแบบประโยคด้านบนนั้น เป็นการวิพากษ์วิจารณ์อีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งทำให้ผู้ฟังเกิดความอึดอัดใจหรือลำบากใจในการรับฟัง แต่ประโยคด้านล่างนั้น ผู้พูดรับผิดชอบความรู้สึกที่เกิดขึ้นและไม่วิพากษ์วิจารณ์ผู้ฟัง ซึ่งมีผลทำให้ผู้ฟังเปิดใจรับฟัง รวมทั้งสามารถสื่อสารกันต่อไปได้ง่ายและราบรื่นขึ้น

การสื่อสารแบบประโยคด้านล่างนี้เรียกว่า "การสื่อสารอย่างสันติ" หรือ "ภาษาแห่งความกรุณา" ในการสื่อสารเช่นนี้ ผู้พูดจะรับผิดชอบต่อความรู้สึกของตนเอง โดยเชื่อมโยงว่าความรู้สึกนั้น เกิดจากความต้องการใดที่ได้รับการตอบสนอง หรือไม่ได้รับการตอบสนอง ผู้พูดจะปล่อยวางการตัดสิน การวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นลง รวมทั้งพยายามทำความเข้าใจอีกฝ่ายหนึ่งด้วยว่า เขารู้สึกอย่างไรและต้องการอะไร

การสื่อสารเช่นนี้จะก่อให้เกิดคุณลักษณะของการสื่อสารที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ ความกรุณา ความสัมพันธ์อันดี และความคิดสร้างสรรค์ที่จะหาหนทางแก้ปัญหาร่วมกัน

เราสามารถสื่อสารอย่างสันติได้ในหลายระดับ
ทั้งในการทำความเข้าใจตัวเอง สร้างสันติในครอบครัว ในสถานที่ทำงาน ประสานรอยร้าวระหว่างความสัมพันธ์ทั้งในระดับบุคคล กลุ่ม ชุมชน ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในระดับสังคม

ในระดับลึกที่สุดแล้ว การสื่อสารอย่างสันติยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยบ่มเพาะความกรุณาขึ้นในใจเรา และช่วยให้การมองชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างลึกซึ้ง

_________________________________
"สื่อสารอย่างสันติ". ไพรินทร์ โชติสกุลรัตน์, เรียบเรียง. นริศ มณีขาว, บรรณาธิการ.กรุงเทพฯ : เสมสิกขาลัย, 2550.

เชิญแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:



กรุณาใส่รหัสที่เห็น:* Code

ความคิดเห็น
รักเราไม่จริง ขอร้องอย่ารักเลย จบ
เขียนโดย น้องฟ้าใส อิอิ เมื่อ 2014-09-11 21:21:54
:) :grin ;) 8) :p :sigh :zzz :upset :eek :roll :? :cry :( :x

ขับเคลื่อนโดย อโกคอมเม้นท์ ๒.๐!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License