คุณสมบัติและกฏค่าย
คุณสมบัติผู้เข้าร่วม
คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม 1. เป็นนิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี อายุ 18-22 ปี ... (เกิดในระหว่างพ.ศ. 2531-2535) 2. มีจิตอาสา มีใจรักงานอาสาสมัคร หนักเอาเบาสู้ (Voluntary Spirit and Service Mind) 3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่และสิ่งเสพติดทุกชนิดได้ตลอดระยะเวลาออกค่าย (ตั้งแต่ปฐมนิเทศ ไตร่ตรองประสบการณ์ และกลับด้วยกันถึงบ้านเซเวียร์) 4. สามารถอยู่ร่วมค่ายได้จนจบ (ตั้งแต่ปฐมนิเทศ ไตร่ตรองประสบการณ์ และกลับมาด้วยกันถึงบ้านเซเวียร์) 5. ยินดีที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกัน และในกรณีที่ทำผิดข้อตกลง ยินดีที่จะได้รับการตักเตือน และ/หรือออกจากค่ายโดยไม่ถือโทษโกรธคณะกรรมการ 6. สุขภาพแข็งแรง พร้อมทำงานหนัก ไม่มีโรคประจำตัวและโรคติดต่อร้ายแรง 7. เต็มใจเข้าร่วมทุกกิจกรรม พร้อมเปิดใจรับ เรียนรู้ และแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ ร่วมกัน 8. ไม่จำเป็นต้องเก่ง หรือมีประสบการณ์ค่ายมาก่อน แต่พร้อมที่จะทุ่มเทในการทำงานอย่างเต็มที่ 9. กินง่ายอยู่ง่าย ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติและใช้อย่างเห็นคุณค่า 10. มีความตั้งใจจริง ใจกว้าง พร้อมรับคำวิจารณ์โดยไม่ถือโทษโกรธ 11. มีความยินดี เต็มใจ รับฟังและพร้อมปฏิบัติตามแนวทางของคณะกรรมการค่ายซึ่งอาจมีอายุน้อยกว่า
ข้อตกลงในการอยู่ร่วมค่าย ข้อตกลงเพื่อพิทักษ์ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (การละเมิดข้อตกลงนี้มีบทลงโทษโดยการเชิญออกจากค่าย) 1. เพื่อสติที่จะระลึกรู้ ถ้าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือเสพสิ่งเสพติดทุกชนิด การละเมิดข้อตกลงนี้มีบทลงโทษโดยการเชิญออกจากค่าย 2. เพื่อให้ความเคารพต่อชุมชน ถ้าเล่นการพนันทุกชนิด แม้จะไม่มีการเดิมพัน การละเมิดข้อตกลงนี้มีบทลงโทษโดยการเชิญออกจากค่าย3. เพื่อความปลอดภัยของเพื่อนๆ และชาวบ้านทุกคน ถ้าขับขี่ยานพาหนะทุกชนิดภายในหมู่บ้าน การละเมิดข้อตกลงนี้มีบทลงโทษโดยการเชิญออกจากค่าย 4. เพื่อให้ความเคารพต่อชุมชน ถ้าทำผิดต่อขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของท้องถิ่นหรือสถานที่ การละเมิดข้อตกลงนี้มีบทลงโทษโดยการเชิญออกจากค่าย
ข้อตกลงเพื่อพิทักษ์ความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน
(การละเมิดข้อตกลงนี้จะได้รับการตักเตือนและมีบทลงโทษโดยให้ทำประโยชน์ต่อส่วนรวม) 1. เพื่อเปิดใจรับฟังกันอย่างเต็มที่ งดการใช้เครื่องมือสื่อสาร และเทคโนโลยีทุกชนิด (อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ได้เฉพาะเวลา 16.00 -18.00น. ในช่วงไตร่ตรองประสบการณ์แบบเข้มข้นเท่านั้น) 2. เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ เมื่อคณะกรรมการค่ายจัดกลุ่มทำงานให้แล้ว ห้ามแลกกลุ่มกันเอง 3. เพื่อความเคารพในวัฒธรรม ห้ามไปไหนมาไหนตามลำพัง หรือไปเป็นคู่ชายหญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามวิกาล 4. เพื่อเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเต็มที่ ห้ามออกนอกหมู่บ้านและบริเวณค่ายฯที่กำหนดก่อนได้รับอนุญาต 5. เพื่อให้ชาวค่ายอยู่ร่วมกันอย่างรักใคร่ปรองดอง งดก่อการทะเลาะวิวาทระหว่างชาวค่าย และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงกระทำการใดๆ อันก่อให้เกิดการแตกความสามัคคีในหมู่คณะและชุมชน 6. เพื่อสร้างสันติในการอยู่ร่วมกันและเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี ขอให้ระวังคำพูดที่กระทบใจผู้อื่น พูดจาสุภาพ 7. เพื่อเคารพชุมชนและหมู่คณะโปรดรักษาความเงียบสงบในยามวิกาล โดยเฉพาะในห้องนอนและบริเวณใกล้เคียง 8. เพื่อความเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งต่อชาวบ้านและเพื่อนสมาชิก ขอให้สมาชิกค่ายแต่งกายให้สุภาพ งดใส่ เสื้อรัดรูป กางเกงขาสั้น บ็อกเซอร์ ผ้าเนื้อบาง กางเกงเอวต่ำ เสื้อผ้าโปร่งแสง เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่มีสีฉูดฉาด รวมทั้งงดถอดเสื้อในที่สาธารณะ 9. เพื่อความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องกับชุมชน งดใช้จ่ายเงินภายในหมู่บ้าน หากมีความจำเป็นจริงๆ ให้ปรึกษาคณะกรรมการค่ายก่อน 10. เพื่อความมั่นใจในการรักษาข้อตกลงร่วมกัน งดนำบุคคลอื่นเข้ามาในค่ายฯ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากที่ปรึกษาหรือประธานค่าย 11. หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ให้ยึดตามแนวทางของที่ปรึกษาและประธานค่ายเป็นสำคัญ 12. เพื่อรักษาความไว้วางใจซึ่งกันและกัน งดนำของมีค่าไปค่าย เช่น เครื่องประดับ กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่น MP3 ฯลฯ (ถ้านำไปด้วยทางคณะกรรมการจะเก็บสิ่งของที่มีค่าของสมาชิกไว้ในที่ที่ ปลอดภัย) 13. ผู้ที่มีโรคประจำตัวไม่ร้ายแรง เช่น โรคภูมิแพ้ โรคกระเพาะ ฯลฯ ให้เตรียมยาประจำตัวมาด้วย
* กฎระเบียบค่ายมีไว้เพื่อความเรียบร้อยของนิสิตนักศึกษาในการออกค่าย และให้สมาชิกรู้ข้อจำกัดในตัวเอง รู้สึกผิดชอบชั่วดี รู้จักเคารพในวัฒนธรรมของชาวบ้าน และรู้จักปฏิบัติตนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อกลุ่มและชุมชน |
อุดมการณ์กลุ่มค่ายฯ"นักศึกษาควรมีบทบาทที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาชนบท ขณะเดียวกันเป็นโอกาสที่สมาชิกศูนย์จะได้มีโอกาสฝึกฝนตนเองในด้านต่างๆด้วย"
(อันว่าด้วยความเป็นมาของค่ายนิสิตนักศึกษาอาสาพัฒนา บ้านเซเวียร์ พลชาติ ไกรบุญ ประธานค่ายฯครั้งที่ 1 : หนังสือค่ายครั้งที่ 4 ปี 2513) "เราทุกคนต่างมีจุดหมายเพื่อประโยชน์ของสังคม และผลทางอ้อมคือประโยชน์เพื่อตนเอง" ปัญญาสาร ปริศวงศ์ 2513
"งานค่ายไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพียงสลับฉากชีวิตประจำวันส่วนตัว ให้มีรสชาติแปลกๆ ต่างจากชีวิตการเรียน? หาใช่เช่นนั้นไม่ งานค่ายมีความสำคัญ เพราะเป็นเรื่องของส่วนรวม เกี่ยวโยงกับค่ายอื่นทุกค่าย ชื่อเสียงของนิสิตนักศึกษาชาวค่ายทุกคน ย่อมหมายถึงความดีงามของประเทศชาติด้วย" "เมื่อชาวค่ายมีความรับผิดชอบ ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม เมื่อรู้เจตนารมย์ของการปฏิบัติงานค่ายถ่องแท้แล้ว ค่ายก็ย่อมเป็นค่ายที่ดี ผลงานย่อมออกมาดี ประโยชน์ย่อมเกิดเต็มที่ ไม่เพียงแต่ด้านวัตถุ อันเกิดจากน้ำพักน้ำแรง เป็นสาธารณประโยชน์ เช่น โรงเรียน หรือ ฝายน้ำ เท่านั้น แต่ประโยชน์ทางใจยังจะเกิดแก่ชาวบ้าน ชาวชนบทที่อยู่ห่างไกล ด้วยเขาได้ตระหนักว่า ปัญญาชนหนุ่มสาวในเมืองหลวง ซึ่งจะมีความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองในอนาคต มีจิตสนใจห่วงใยพวกเขา..." "การมีกำลังใจมุ่งมั่นในหลักอุดมการณ์ พร้อมกับปฏิบัติไปตามหลักนั้นโดยไม่ท้อแท้ เพียรปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้ค่ายนิสิตนักศึกษาอาสาพัฒนา บ้านเซเวียร์ มีคุณลักษณ์ที่เด่นในตัวเอง จะเป็นตัวอย่างที่ดีสืบไป" บาทหลวง ซิกมูนด์ แลส์เช็นสกี้ 2515
"จุดประสงค์ของค่ายคือ การได้อยู่ใกล้ชิดกับชาวบ้าน ส่วนมากเราไม่ได้ตั้งค่ายท่ามกลางหมู่บ้าน แต่พักอยู่ต่างหากตามโรงเรียน หรือในเต็นท์ ซึ่งอาจทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่า เราไม่อยากอยู่ใกล้ชิดกับพวกเขา ฉะนั้นเรามีทางที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้หรือไม่" "...ควรเรียนภาษาท้องถิ่นเพื่อสร้างสัมพันธ์ รู้จักและใกล้ชิดกับชาวบ้าน ...ระมัดระวังการพูดแบบดูหมิ่นชาวบ้านโดยไม่ได้ตั้งใจ... " บาทหลวง ซิกมูนด์ แลส์เช็นสกี้ ค่ายครั้งที่8 ปี2517
"...ยังขาดกิจกรรมประเภทที่ช่วยให้นักศึกษาได้มองออกนอกเหนือจากตนเอง เพื่อจะได้มีโลกทัศน์ที่กว้างกว่าขอบเขตที่นักศึกษาใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน และมีประสบการณ์ตรงกับชีวิตจริง โดยหวังว่าเขาจะได้มีความรู้สึกร่วมกับเพื่อนร่วมชาติของเขา ซึ่งส่วนใหญ่ยากไร้ นักศึกษาจะได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบที่ตนมีต่อสังคมมากยิ่งขึ้น..." "...งานค่ายอาสาพัฒนาได้เคยพิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่า สามารถที่จะช่วยให้นักศึกษาเติบโตขึ้นมาก ดังที่ชาวค่ายเก่าผู้หนึ่งเคยบอกว่า 'งานค่าย ทำให้รู้จักใส่หัวใจลงไปในทุกสิ่งที่ทำ'..." บาทหลวง วิชัย โภคทวี ค่ายครั้งที่ 12 ปี 2530
"งานค่ายเน้นการเรียนรู้จากชาวบ้าน ...พัฒนาชาวค่ายให้มองสังคมวงกว้างในระดับโลก ระดับนานาชาติมากขึ้น ขณะเดียวกันกับการมองลึกมาที่แก่นของคุณค่าแบบไทยๆ และเริ่มปฏิบัติจากตนเองสู่คนรอบข้างมากขึ้น..." "สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งซึ่งไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย และมีแต่จะยิ่งก้าวไกลและลุ่มลึกขึ้น คือ อุดมคติของชาวค่ายบ้านเซเวียร์ ที่เน้นการพัฒนาคนให้มีจิตสำนึกต่อความรับผิดชอบที่ตนพึงมีต่อชีวิตของตน ต่อชีวิตของผู้คนในสังคม ...หวังว่าชาวค่ายรุ่นน้องๆ จะได้สืบสานต่อและพัฒนาอุดมคตินี้ให้ลึกซึ้ง ให้มีความหมายต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมกันต่อไปอีกนานเท่านาน..." ค่ายฯบ้านเซเวียร์ยุคคลื่นลูกที่4 : นริศ มณีขาว ค่ายครั้งที่ 19 ปี 2538 ประวัติกลุ่มค่ายฯ2508 -> เรืองยศ กาฬวิจิตร ประธานศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาคาทอลิก บ้านเซเวียร์
หลังการสัมมนาฝึกผู้นำที่ปากช่อง ได้ผลดี แต่ถ้ามีการออกแรงทำงานด้วย เชื่อว่าจะเกิดผลดียิ่งขึ้น 2509 -> คุณวิทย์ เลาหนิวัตร ประธานศูนย์ฯ หลังสัมมนาที่ดอยสุเทพ เชียงใหม่ เสนอว่าควรมีโครงการค่าย (Work Camp) ตอนปิดภาคฤดูร้อน ต้องอาศัยประสบการณ์และทุนทรัพย์มาก ต้องเตรียมการแต่เนิ่นๆ 2509 ->วันที่14 สิงหาคม 2509 เริ่มก่อตั้งกลุ่มค่ายนิสิตนักศึกษาอาสาพัฒนา บ้านเซเวียร์ โดยคณะกรรมการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษา บ้านเซเวียร์ ปี 2509 เป็นผู้ดำเนินงานค่าย และเริ่มค่ายครั้งแรก 17 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2510 บ้านเมืองบาง จ.หนองคาย และกรรมการชุดใหม่ได้ รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมค่ายทั้งหมด วันที่ 3 กันยายน 2510 จึงมีกรรมการค่ายโดยตรง |



