Skip to content

หน้าแรก
เชิญนักศึกษาทุกสถาบันทั่วไทยร่วมค่ายอาสา
ขอเชิญเพื่อนนักศึกษาทุกสถาบันร่วมค่ายอาสาพัฒนาชนบท
วันที่ 15-31 มีนาคม 2552
รายละเอียดติดตามได้ที่เว็บไซท์นี้นะครับ
ขณะนี้กำลังสำรวจหมู่บ้านอยู่ครับ
เรานัดเพื่อนๆกันข้ามปีเลยนะครับ

กลุ่มค่ายอาสาฯ บ้านเซเวียร์
 
บอกมาได้เลยครับ
ขณะนี้เว็บไซท์กลุ่มค่ายกำลังพัฒนาเนื้อหาอยู่ครับ
ถ้าท่านมีอะไรจะเสนอแนะ เชิญเสนอแนะได้เลยครับ
ขอบคุณมากครับ
 
ความประทับใจของชาวค่ายบ้านแม่จุม เชียงใหม่
ความประทับใจจากการร่วมชีวิตกับชาวบ้าน

เมื่อชาวค่ายอยู่ร่วมกับชาวบ้านมาระยะหนึ่ง
พวกเราค่อยๆ ย้อนมองเรื่องราวที่เกิดขึ้น
และเล่าความประทับใจให้กันฟัง...

เรารู้สึกได้ถึงความจริงใจและความเอาใจใส่ที่ชาวบ้านมีให้กับเรา...
เชิญทุกท่านอ่านดูนะ


..........................................................

เป็นคนที่ไม่กินเผ็ด แต่ถามที่บ้านที่อยู่ด้วยบอกว่า
กินเผ็ดมากๆ แต่พอบอกว่าออยกินเผ็ดไม่ได้เลย
ที่บ้านก็ไม่ทำ กับข้าวเผ็ดเลย
แม้แต่แกงส้มที่เขาทำก็ทำเป็นเหมือนต้มจืดเลย
ทุกมื้อจะไม่มีอาหารเผ็ดเลย

พอบรือครี

..........................................................

พ่อทำกับข้าวให้กินทุกวัน วันละ 3 มื้อ
วันแรกกินไม่ค่อยได้ เพราะมันเผ็ดมาก
หลังๆ พ่อรู้ว่ากินไม่ได้ ก็เลยทำที่มันเผ็ดน้อยๆ ให้กิน
และส่วนตัวเป็นคนที่กลัวควาย และที่บ้านผูกควายไว้หน้าห้องน้ำ
เราเลยไม่ค่อยกล้าเดิน
แม่รู้ แม่เลยมายืนเฝ้าหน้าห้องน้ำให้

............................................................

สิ่งดีที่ได้รับหลังจาก 2 วัน 3 คืนที่ผ่านมานี้
ชาวบ้านที่นี่ น่ารักมากๆ ค่ะ ได้รับการดูแลจากพ่อและแม่ที่บ้านอย่างดีมาก
อย่างคืนแรกที่มา พ่อที่บ้านกลับบ้านช้าด้วย
เพราะติดธุระเลยทำให้ที่บ้านต้องกินข้าวดึก
แต่ว่ามีการนัดประชุมกรรมการก่อน

จุดที่ประทับใจคือ พอพ่อกลับมาแล้ว
รู้ว่าหนูยังไม่ได้กินข้าว ก็เดินออกมาจากบ้านตอน 1 ทุ่มครึ่ง
เพื่อมาตามหนูที่โบสถ์เพื่อไปกินข้าว รอหนูไปกินข้าวพร้อมกัน
ขนาดเพิ่งมาเจอกันวันแรกยังมาตาม คอยห่วงว่ากลับบ้านดึก
และห่วงเรื่องกินข้าว จุดนี้หนูประทับใจมากค่ะ

........................................................


มีวันหนึ่งประชุมกลับดึก แต่ว่าพ่อ ก็ยังรอกลับบ้านอยู่ ซึ่งตอนแรกคิดว่าทุกคนหลับหมดแล้ว
ก็เลยรู้สึกประทับใจมาก แม่ก็หาผ้าห่มมาให้เป็น 10 ผืน
ปูที่นอนนุ่มๆ ให้ น้องที่บ้านก็สอนภาษาให้ และก็เสียสละห้องนอนให้ ขอบคุณมากค่ะ

สวยที่สุด

........................................................

รู้สึกอบอุ่นจากครั้งแรกที่ได้ก้าวเข้าสู่บ้านหลังเล็กๆ
แต่มากมายไปด้วยความรักความห่วงใยจากคนในครอบครัว
มีทั้งพ่อ แม่ พี่ชาย พี่สาวที่น่ารัก ทุกคนต่างยิ้มแย้มเมื่อเจอหน้ากัน ถึงแม้เวลาเจอกันไม่รู้จะพูดอะไร แต่ทุกคนก็จะยิ้มให้กันเสมอ

Fanta
...................................................

สิ่งดีๆตั้งแต่มาวันแรกคือการเอาใจใส่ของน้องๆ และครอบครัวที่เราอยู่
บางทีการเอาใจใส่ นอกจากพ่อแม่แล้ว ก็ทำให้เราได้นึกอีกสิ่งหนึ่ง
คือการเอาใจใส่ของเพื่อนมนุษย์ ที่เราอาจหลงลืมไป
สุดท้ายการเอาใจใส่ก็คือสิ่งที่ประทับใจที่สุด แม้มันจะไม่ใช่เหตุการณ์
ก็คือสิ่งที่ประทับใจใน 2 วันนี้

..................................................

โลกใบกลม..ดวงใหญ่ๆ..ประเทศไทย พื้นที่กว้างๆ
แต่ก็มีคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งมาอยู่ร่วมกัน..บนดอยสูง
มาด้วยความรู้สึกเดียวกัน..และมาอยู่บ้าน ครอบครัวหนึ่งที่แสนอบอุ่น..
และมีคนในบ้านที่เกิดวันเดียวกัน เดือนเดียวกันกับเรา
โอ้โห ไม่น่าเชื่อ " เพราะนี่คือพรหมลิขิต "

23 พฤษภาคม

.......................................................

คือ ตอนที่ขึ้นเขาไปทำท่อที่จุด 1
พี่ๆ เพื่อนๆ ให้ความช่วยเหลือกันอย่างดี
ไม่ว่าจะช่วยกันขึ้นเขา รอคนที่ไปไม่ไหว หรือช่วยกันแบกปูน เพื่อไปทำท่อต่อ
แม้ว่าแต่ละคนจะเหนื่อยจากการปีนเขาและแบกของที่หนัก
แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันเลย
จะคอยถามเสมอว่า "ไหวไหม" "หนักไหม" "พี่ช่วย" ตลอดเวลา
และชาวบ้าน พ่อแม่ ก็ช่วยเหลือกัน คอยเป็นห่วงนิสิตตลอด กลัวจะเหนื่อย

J

..........................................................

ประทับใจทุกคนในบ้านมากๆ
ตั้งแต่วันแรก เพราะดูแลเราอย่างดีมาก
ทั้งเรื่องอาหาร ที่นอน ซึ่งคิดว่าเป็นที่นอนที่ดีมากในบ้าน
ทุกคนเป็นกันเองและใจดีมากๆ ทำอะไรก็ช่วยกันทำ
วันที่ 2 ก็ขึ้นไปตัดไม้กับพี่ระวี ระยะทางประมาณ 1 กม.
ก็มีคนมาช่วยตัด ผมช่วยแค่หน่อยเดียวก็เหนื่อยแล้ว กลับมาก็หลับ
พี่เขาก็ไม่ปลุกให้ไปเก็บถั่วด้วย

.........................................................

เราปวดท้องมาก แม่ก็หายาสมุนไพรมาให้เรากิน
ห่วงเรามากๆ ซึ้งมาก

ไม้ขีดไฟ

.........................................................

เกี่ยวกับบ้าน ประทับใจบ้าน (ทางขึ้นบ้าน) เพราะสูงมาก
ในตอนแรกที่เจอแม่ แม่บอกว่าบ้านอยู่ไกล
ตอนแรกตกใจ สักพักแม่พาเลี้ยว ดีใจ ถึงเร็ว
แต่พอเห็นทางขึ้นบ้าน กลับพบว่าบ้านสูงมาก
ทางขึ้นบ้านชันมาก
มองหน้ากันกับพี่เมย์ นึกว่าจะพากันกลิ้งลงไปกับกระเป๋าแล้ว

ส่วนเรื่องดีๆ คุณพ่อเป็นคนพูดเก่งมาก
บาสกับพี่เมย์คุยกับพ่อเยอะสุดในบ้าน เพราะน้องๆ จะเป็นคนขี้อาย
คุณพ่อสอนอะไรต่างๆเยอะมาก

บาส

.....................................................

ประทับใจในเรื่องที่คุณพ่อทำไฟและหลังคาห้องน้ำให้
เพราะไปตอนแรกห้องน้ำจะเป็นแบบเปิดโล่ง ไม่มีไฟ
และพ่อก็ให้หนูไปเข้าของบ้านญาติแทน แต่มันก็อยู่ไกล พ่อเห็นว่ามันไกล ก็เลยทำไฟให้ในวันต่อมาพร้อมทั้งหลังคาด้วย
ทำให้รู้ถึงความห่วงใยที่พ่อมีให้เรา

BACKRO2M

.......................................................

นั่งกินข้าวกับพ่อที่บ้านมาหลายมื้อ แต่ก็ยังไม่ค่อยได้คุยกัน
แต่อาหารมื้อเย็นวันนี้พ่อมานั่งทานข้าวด้วยและได้พูดคุยกัน
ถึงเรื่องความแตกต่างของสังคมเมืองกับชีวิตบนดอย
ได้พูดคุยถึงปัญหาต่างๆ รวมทั้งพ่อได้เล่าความทุกข์ของพ่อให้ฟังด้วย
รู้สึกว่าทั้งเราและพ่อเปิดใจเข้าหากันมากขึ้น เหมือนเป็นพ่อลูกกันจริงๆ
เพราะนอกจากพ่อจะเล่าเรื่องความทุกข์ใจให้ฟัง
เรายังคุยกันในเรื่องที่ลึกซึ้งมากขึ้น มากกว่าแค่อิ่มไหม
หลับสบายดีหรือเปล่า
และวันนี้ยังได้ยินเสียงหัวเราะระหว่างเรากับพ่อดังกว่าเดิมด้วย

อุ้ยอ้าย
.........................................................

วันก่อนขึ้นดอยไปยกแปลงพริก เหนื่อยแต่สนุก
อยู่ดีๆพี่ที่บ้านก็พูดว่า
"คนเรามันปรับให้ตรงกันไม่ได้ แต่ปรับให้เข้ากันได้"
คือมาจากพี่กับภรรยาที่แตกต่างกันมาก แต่ก็อยู่กันได้
ทั้งตลกและมีสาระในเวลาเดียวกัน

ธูคับ
.........................................................

จากการมาอยู่ในหมู่บ้านเป็นเวลา 2 วัน ทำให้ผมรู้ว่า
การอยู่โดยอาศัยธรรมชาติ สิ่งของที่มีอยู่นั้น มีความสุขมาก
มีน้อยใช้น้อย การใช้เงินของเรานี้
ถ้าเป็นเราใช้อย่างประหยัดสัปดาห์ละ 700 บาท
คือวันละ 100 บาท
แต่ชาวบ้านใช้เงินเดือนหนึ่งประมาณ 200 บาท
มันแสดงให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ของเขา
ว่าเขาจะซื้อจะใช้สิ่งของที่จำเป็นจิงๆ

เศษฝุ่น
...................................................

 
Top

Newsflash