carefor_banner028.jpg
อัปเดทล่าสุด : เสาร์ 22 พฤศจิกายน 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก arrow ใส่ใจมาฝาก arrow เมื่อหัวใจมาพบกัน
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 284 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

เมื่อหัวใจมาพบกัน พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน

Naris Manikhao : Photo

ผมถามเขาว่า ในช่วงที่เขากำลังเป็นทุกข์อยู่นี้... กำลังใจของเขามาจากไหน เขามองตาผมและตอบว่า

“ มาจากคนอื่น... ก็เขาเป็นเหมือนกับเรา หันไปทางไหนก็มีคนที่เป็นเหมือนกับเรา เขาอยู่ได้ เราก็ต้องอยู่ได้... ถ้าไปอยู่ที่อื่น...ที่ไม่เจอแบบเดียวกับเรา ผมต้องตายแน่ๆ... เห็นเขาอยู่กับครอบครัว กินข้าว หัวเราะ... ถ้ามีแต่ผมที่เป็นอย่างนี้อยู่คนเดียว ผมคงอยู่ไม่ได้... ผมต้องตายแน่ๆ... ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ เวลาจะหลับ เห็นหน้าลูกสาว... ไปที่ไหนที่เคยไปด้วยกันก็คิดถึง...”



โดย นริศ มณีขาว

ก่อนจะกลับจากการใช้ชีวิตร่วมกันกับพ่อแม่พี่น้องที่บ้านน้ำเค็ม บางม่วง ทุ่งหว้า จ.พังงา น้องนักศึกษาคนหนึ่งได้รับจดหมายซึ่งเขียนโดยแม่บ้านผู้ประสบภัยสึนามิคนหนึ่ง ที่จริงแล้วเธอเขียนหนังสือไม่ได้ แต่เธอบอกเล่าความในใจ แล้วให้สามีของเธอช่วยเขียนจดหมายฉบับนี้ มอบให้กับนักศึกษาอาสาสมัคร : เพื่อนร่วมทุกข์ผู้ประสบภัยสึนามิ... เมื่อเราอ่านจดหมายฉบับนี้ให้นักศึกษาอาสาสมัครฟังในตอนค่ำวันหนึ่ง... ทุกคนฟังแล้วรู้สึกอึ้ง... ต่างคนต่างพูดไม่ออกเลยทีเดียว

....................................................


จดหมายจากบางม่วง ตะกั่วป่า จ.พังงา

4 ทุ่ม ท่ามกลางสายฝน

ฉันรู้สึกเหงาและเศร้าใจ ฉันอยากให้คืนนี้ยาวนานที่สุด เมื่อรู้ว่าพรุ่งนี้ เธอจะจากฉันไป

ตั้งแต่ฉันประสบภัย ได้สูญเสียหลายๆอย่าง สมบัติที่มีตีเป็นมูลค่าความเสียหายก็มากโขอยู่หรอก ฉันไม่เสียดายเลย แต่สิ่งที่ฉันเสียใจ ที่สุดคือ คนที่ฉันรักและนับถือได้ล้มหายตายจากไปหลายคนในวันเดียวกัน มันเกินที่จะยอมรับจริงๆ

ในบางครั้งฉันรู้สึกท้อแท้และเบื่อชีวิตเหมือนกัน เพราะฉันตระหนักดีว่า... ที่สุดแล้ว เงินไม่ได้มีค่าที่สุดสำหรับชีวิตคนเรา ผู้ประสบภัยหลายคน...จนป่านนี้ยังไม่เจอศพญาติพี่น้องเลย คิดดูว่าเขาจะเจ็บปวดใจเพียงใด ถึงจะมีเงินมากแค่ไหน คงจะไม่สามารถทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมได้หรอก

แล้วความสุขอยู่ตรงไหน... คงจะไม่มีใครตอบได้ใช่ไหม...

บางคนสรรค์สร้างมาเกือบทั้งชีวิตใช้เวลา 20 - 30 ปี แต่โดนคลื่นยักษ์ทำลายหมดตัว แค่ไม่กี่นาที ซึ่งอนาถใจเสียเหลือเกิน

แต่ฉันก็ภูมิใจอยู่อย่าง หรือจะเรียกว่าโชคดีก็ได้... ที่ฉันได้เกิดมาเป็นคนไทย เพราะคนไทยไม่ทิ้งกัน... ฉันคิดว่าคำคำนี้ ถึงทำให้ฉันได้พบเธอ เธอมากันหลายคน จากหลายจังหวัด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ อยู่ที่ไหนๆก็เหมือนกัน ในเมื่อเรามีหัวใจความเป็นไทยเหมือนกัน

ขอให้เธอทุกคนจงภูมิใจเถิดนะที่เธอมาหาฉันในยามนี้ มันเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด... ในเวลานี้สิ่งที่ฉันต้องการคือ กำลังใจ และคำปลอบใจ เหมือนที่เธอกำลังปฏิบัติต่อฉันในตอนนี้นั่นแหละ...ใช่เลย ตลอดเวลาที่เธออยู่ให้กำลังใจ... ทำให้ฉันมีความสุขมาก เพราะเธอเปรียบเสมือนยารักษาแผลใจ...

ฉันต้องขอขอบคุณในความเสียสละของเธอ ฉันคงได้อะไรหลายๆอย่างจากเธอ อย่างน้อยๆก็กำลังใจ... มันทำให้ฉันรู้สึกว่า ชีวิตฉันยังมีค่าเสมอ ความรู้สึกที่ดีๆจากเธอ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้เธอผิดหวังในตัวฉัน...

แน่นอน หวังว่าเราคงจะได้พบกันอีก ขอให้เธอจงโชคดีตลอดไป...

" คิดถึงตลอดเวลา"

จากฉัน "ผู้ประสบภัย" (บ้านน้ำเค็ม)

ขวานผ่าซากน่ะใช่ ถึงไม่เคยอ่อนโยน แต่คนใต้ก็ไม่อ่อนแอ ยอมรับแต่ไม่ยอมแพ้

โดน "สึนามิ" ไม่ตาย... เสียดายอะไรกับ...ชีวิต

แด่เธอผู้มาเยือน

... คนด้ามขวาน...

ป.ล. อย่าให้เหลือแต่ความทรงจำ

--------------------------------------------------------

เวลาที่เราเริ่มรู้สึกตัวว่า เราเป็นที่รักของใครสักคน มีคนเป็นห่วงเรา รักเรา... รู้สึกอาลัยเมื่อเราจะต้องจากกัน... ณ ช่วงเวลานั้น เรารู้สึกตัวว่า ชีวิตเรามีความหมาย... ในขณะเดียวกันเราอาจรู้สึกร้าวรานใจ... โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรารู้สึกว่า อีกฝ่ายหนึ่งรักและจริงใจกับความสัมพันธ์มากกว่าเรา... ในครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมอดรู้สึกร้าวรานใจไม่ได้... ขณะที่ชาวบ้านน้ำเค็ม ชาวบางม่วง ชาวทุ่งหว้าหลายคนมีความสนิทสนมและจริงใจกับเรามากๆ พวกเขาหวังจะได้พบกับพวกเราอีก... แต่ผมบอกไม่ได้ว่า ผมจะกลับมาพบกับพวกเขาอีกหรือไม่ และเมื่อไหร่... แม่บ้านบางคนพูดกับน้องๆนักศึกษาว่า “ พอเริ่มจะรัก ก็ต้องจากกันเสียแล้ว” ได้ยินแบบนี้แล้ว เราพูดไม่ออก รู้สึกจุกแน่นอยู่ที่หน้าอก จุกแน่นอยู่ที่คอครับ...

จดหมายจากบางม่วงฉบับนี้ ทำให้ผมเกิดความรู้สึกที่ลึกซึ้งหลายอย่างครับ ความทุกข์ ความสูญเสีย ที่สำคัญคือ เมื่อหัวใจของเราพบกับหัวใจของใครคนหนึ่งอย่างจริงใจ เรารับรู้ได้ว่า เรามีความหมาย... และเราเกิดการเปลี่ยนแปลงจากข้างในตัวเรา... เหมือนกันหัวใจของแม่บ้านบางม่วงคนนี้ที่มาพบกับหัวใจของนักศึกษาอาสาสมัคร...

นักศึกษาอาสาสมัครคนหนึ่งค้นพบว่า เขาไม่ได้มาเป็นผู้ให้... เมื่อหัวใจของเขาพบกับหัวใจของชาวบ้าน ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปเช่นกัน...“ เมื่อก่อนผมเที่ยวบ่อยมาก เที่ยวทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์... มาเป็นอาสาสมัครแล้วชีวิตเปลี่ยนไป เหมือนชำระล้างตัวเองใหม่ ผมรู้สึกโล่ง เบา มีความสุขได้โดยไม่ต้องไปเที่ยว... เห็นตัวเองว่าที่ผ่านมา ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย ชาวบ้านเป็นทุกข์...ลำบากกว่าเรามาก สูญเสียทุกอย่าง...”

--------------------------------------------------------

เรื่องสุดท้ายที่ผมนำมาแบ่งปันทุกท่าน เป็นเรื่องที่ผมรู้สึกทั้งสะเทือนใจและประทับใจมากที่สุด ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เป็นเรื่องของชายหนุ่มผู้ประสบภัยคนหนึ่ง เขาสูญเสียทั้งครอบครัว ภรรยา ลูกสาว พ่อ... เหลือตัวเองรอดมาคนเดียว... ชายผู้นี้เศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก เพื่อนของเขาบอกว่า เวลาเขาอยู่คนเดียวเขายังร้องไห้และยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น... วันหนึ่งเมื่อผมมีโอกาสคุยกับเขา ผมถามเขาว่า ในช่วงที่เขากำลังเป็นทุกข์อยู่นี้... กำลังใจของเขามาจากไหน เขามองตาผมและตอบว่า

“ มาจากคนอื่น... ก็เขาเป็นเหมือนกับเรา หันไปทางไหนก็มีคนที่เป็นเหมือนกับเรา เขาอยู่ได้ เราก็ต้องอยู่ได้... ถ้าไปอยู่ที่อื่น...ที่ไม่เจอแบบเดียวกับเรา ผมต้องตายแน่ๆ... เห็นเขาอยู่กับครอบครัว กินข้าว หัวเราะ... ถ้ามีแต่ผมที่เป็นอย่างนี้อยู่คนเดียว ผมคงอยู่ไม่ได้... ผมต้องตายแน่ๆ... ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ เวลาจะหลับ เห็นหน้าลูกสาว... ไปที่ไหนที่เคยไปด้วยกันก็คิดถึง...”

กำลังใจของชายหนุ่มคนนี้เป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับผมด้วยเช่นกัน เมื่อผมฟังเขาตอบ มองไปที่ดวงตาเศร้าๆของเขา ผมรู้สึกนับถือน้ำใจและความจริงใจของเขามากครับ... และผมพบว่า เราทุกคนต่างเป็นกำลังใจ เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆได้ แม้ว่า เรายังมีความทุกข์ เรายังมีเรื่องราวที่ทำใจไม่ได้อยู่... ชีวิตเรานั้นสั้นนัก... เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่... เพียงได้เดินเคียงข้างไปกับคนที่เราพบในแต่ละวัน... อยู่และทำวันนี้ให้ดีเท่าที่เราจะทำได้... โดยหวังให้ผู้คนที่เราพบได้รับรู้ว่า... เขาไม่ได้โดดเดี่ยว ยังมีคนอีกมากมายที่ต้องการเขา... บนหนทางของถนนที่เรียกว่าชีวิตแห่งนี้เอง..


ไต่ตามโค้งตะวัน พฤษภาคม 2548
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License