
ร้องไห้กับชาวบ้าน
เธอวิ่งหนีคลื่นมาที่บ้าน และอุ้มลูกสาวทั้ง 2 ไว้ในอ้อมแขน
พอคลื่นซัดมาลูกสาวของเธอก็หลุดจากอ้อมแขนของเธอทีละคน ทีละคน... พอเล่าถึงตรงนี้เธอร้องไห้...
โดย นริศ มณีขาว
เพื่อนร่วมทุกข์
ผมมาอยู่กับทีมนักศึกษาอาสาสมัคร : เพื่อนร่วมทุกข์ผู้ประสบภัยสึนามิ เราอยู่ที่บ้านน้ำเค็ม 21 วัน
โดยมีหัวใจอยู่ที่การเป็นเพื่อนร่วมทุกข์กับชาวบ้าน ให้หัวใจเราอยู่กับชาวบ้าน เราไม่ได้มาอย่างฮีโร่
แต่มาอย่างคนเล็กๆ คนธรรมดาๆ มาเป็นเพื่อน มาเป็นลูก เป็นหลานชาวบ้าน
ไม่ได้มาเป็นผู้ให้แล้วชาวบ้านเป็นผู้รับ แต่มาเป็นผู้อยู่เคียงข้างกับชาวบ้าน ไม่ได้มาเป็นผู้รู้
แต่มาอย่างผู้เรียนรู้ เรียนรู้จากชีวิตจริง ให้ชาวบ้านเป็นครูสอนชีวิต
เพราะจริงๆแล้วนักศึกษาก็ไม่ได้รู้อะไรมากไปกว่าการเรียนหนังสือ ส่วนการทำงาน ก่ออิฐ ถือปูน
และอะไรๆอีกหลายอย่างที่เกี่ยวกับชีวิต ความเป็นอยู่ อย่างเช่น การทำอาหาร มหาวิทยาลัยก็ไม่ได้สอน
และหลายๆครอบครัวก็ไม่ได้สอน คงเป็นเพราะอยากให้นักศึกษาเรียนเป็นหลัก

ความดีงามและจิตสำนึกสาธารณะ
การถ่อมตัว ถ่อมใจเรียนรู้
และเป็นเพื่อนร่วมทุกข์กับชาวบ้านจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้นักศึกษาเติบโตจากภายใน
ความดีงามและจิตสำนึกสาธารณะมีโอกาสเบ่งบานขึ้น ขยายไปสู่ทุกหนแห่งที่พวกเขาอยู่ในชีวิตจริง
เมื่อพวกเขากลับอยู่บ้าน อยู่ชุมชนของตัวเองแล้ว แต่ที่พูดอย่างนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า
นักศึกษาทำงานไม่ได้เรื่องนะครับ น้องๆนักศึกษาที่มาที่นี่เป็นคนมีน้ำใจ หลายคนทำงานเก่ง
ในขณะที่หลายคนมีความกังวลว่า มาแล้วจะช่วยอะไรชาวบ้านได้หรือเปล่า เพราะรู้ตัวว่า
ตัวเองทำอะไรไม่ค่อยเป็น... ก็มาฝึกฝนตนเอง

ทีมนักศึกษาดำเนินการเองทั้งหมด
งานนักศึกษาอาสาสมัครหลายงานอาจารย์หรีอผู้ใหญ่เป็นเจ้าของโครงการ
แต่งานนี้นักศึกษาเป็นกรรมการ เป็นผู้ตัดสินใจและดำเนินงานเองทั้งหมด โดยมีทีมที่ปรึกษา
คอยสนับสนุนให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ชีวิตโดยการปฏิบัติจริง ( Action Learning )
และการไตร่ตรองด้วยชีวิต (Reflection of Life) ...
นักศึกษาทุกคนจะแบ่งปันความรู้สึกและประสบการณ์ การค้นพบสิ่งที่มีความหมายต่อชีวิตกันทุกค่ำคืน...

ซักผ้าศพที่วัดย่านยาว
นักศึกษาอาสาสมัครทั้งหมดจะแบ่งเป็น 8 ทีม 8 ภารกิจ ไปช่วยชาวมอร์แกนสร้างบ้านถาวรที่ทุ่งหว้า
ไปช่วยชาวบ้านถักแหอวนที่บางม่วง ไปจัดทำฐานข้อมูลตามที่ชาวบ้านบางม่วงขอมา
ไปช่วยทำกระชังเลี้ยงปลาที่บ้านน้ำเค็ม ไปซักเสื้อศพ ทำข้อมูล และหาศพให้ชาวบ้านที่วัดย่านยาว
นอกนั้นมีทีมทำอาหารให้อาสาสมัครไปทานกับชาวบ้าน รวมทั้งทีมอำนวยการดูแลทำความสะอาดที่พัก...
เราจะหมุนเวียนงานให้อาสาสมัครทุกคนได้ทำจนครบ
ยกเว้นงานที่วัดย่านยาวและงานจัดทำฐานข้อมูลเราเปิดให้นักศึกษาอาสาสมัครเลือกตามความสนใจ
เพราะต้องไปทำทุกวัน

ทุกงานมีความหมาย เมื่อหัวใจอยู่ที่ชาวบ้าน
เราถือว่าทุกงานที่ทำนั้นมีความสำคัญเท่าเทียมกัน แต่ละส่วนล้วนมีความหมายในตัวของมันเอง
และเสริมกัน งานบางงานที่ดูไร้ค่า ไม่ท้าทาย อย่างงานล้างจาน เก็บขยะ ก็มีคุณค่า...
เพราะเราทำด้วยหัวใจของความเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ ให้หัวใจของเราอยู่กับชาวบ้าน
และใส่หัวใจเข้าไปในทุกสิ่งที่ทำ โดยรับรู้ว่าทุกสิ่งที่ทำ ย่อมก่อให้เกิดเหตุปัจจัยต่อสิ่งดีงาม
เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน

เดินทางด้วยการโบกรถ
หลังอาหารเช้า นักศึกษาหนุ่มสาวอาสาสมัครจะแยกย้ายกันเดินทางด้วยการโบกรถของผู้คนที่ผ่านมา
ไปยังสถานที่ทำงานของเรา... วันแรกๆ น้องๆนักศึกษาจะโบกรถด้วยความขัดเขิน เงอะๆงะๆ
เหมือนกับไม่ค่อยมั่นใจว่า รถจะจอดรับจริงหรือไม่?...
และแล้วนักศึกษาก็พบกับความอัศจรรย์ใจและประทับใจในน้ำใจของผู้คนที่ขับรถผ่านไปมา
เพราะนอกจากพวกเขาจะจอดรับแล้ว ยังแล่นเลยไปส่งน้องๆนักศึกษาให้ถึงพื้นที่ทำงานอีกด้วย
แถมบางท่านยังฝากขนมให้น้องๆนักศึกษาทานกันอีกต่างหาก

ชาวมอร์แกนสอนนักศึกษา
อาสาสมัครได้รับเกียรติทำงานสร้างบ้านพักถาวรร่วมกับพ่อแม่พี่น้องชาวมอร์แกนที่ทุ่งหว้า
ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่า
นักศึกษาอาสาสมัครเกือบทั้งหมดไม่เคยทำงานและไม่เคยเรียนด้านการก่อสร้างมาก่อนครับ
ไม่เคยขุดดิน ไม่เคยก่ออิฐ ไม่เคยผสมปูน ไม่เคยตอกตะปู... พ่อบ้านชาวมอร์แกนบอกว่า
จริงๆแล้วชาวมอร์แกนช่วยกันทำงานได้เร็วกว่านักศึกษาอาสาสมัคร แต่เขาก็ยินดีจะสอนให้...
นักศึกษาอาสาสมัครจะได้สร้างบ้านเป็น...

เรือลำเดียวที่เหลืออยู่
เรือของชาวบ้านน้ำเค็มคนหนึ่ง สภาพยังใช้การได้อยู่
และเป็นเรือเพียงลำเดียวในบ้านน้ำเค็มที่ไม่เสียหายอะไรเลย แต่ทรายเข้ามาเต็มลำเรือ
ชาวบ้านพยายามกู้แต่ไม่สำเร็จ ยิ่งนานวันทรายจากทะเลก็ซัดเข้ามาจนเรือค่อยๆจมไปอยู่ใต้ทราย
เขาพยายามเอาเรือขึ้นจากทรายและน้ำทะเลแต่ทำไม่ได้...
ดูเหมือนว่าอีกไม่กี่วันเรือจะจมทรายอยู่แล้ว...
เขาขอร้องให้นักศึกษาอาสาสมัครสาวคนหนึ่งที่สนิทกับเขาช่วยขอรถยกของทหารมายกให้
เมื่อนักศึกษาอาสาสมัครไปขอร้องทหาร ทหารเอารถมายกเรือของเขาขึ้นจากทราย...
น้องนักศึกษาอาสาสมัครรู้สึกดีใจเป็นที่สุด ที่มีส่วนช่วยให้เรือลำนี้ขึ้นมาใช้งานได้

ร้องไห้กับชาวบ้าน
นักศึกษาอาสาสมัครหญิงคนหนึ่งมีโอกาสนั่งคุยกับชาวบ้านที่บางม่วง
แม่บ้านชาวใต้คนหนึ่งเล่าถึงวันที่เธอต้องสูญเสียลูกสาว 2 คน คนหนึ่ง 3 ขวบ อีกคนหนึ่ง 2
เดือนในคราวเดียวกัน เธอวิ่งหนีคลื่นมาที่บ้าน และอุ้มลูกสาวทั้ง 2 ไว้ในอ้อมแขน
พอคลื่นซัดมาลูกสาวของเธอก็หลุดจากอ้อมแขนของเธอทีละคน ทีละคน... พอเล่าถึงตรงนี้เธอร้องไห้...
อาสาสมัครหญิงก็กอดเธอร้องไห้กับเธอ... และพูดว่า "ถ้าลูกสาวพี่ยังมีชีวิตอยู่
ลูกสาวพี่ก็คงกอดพี่เหมือนอย่างที่หนูกอดพี่นี่แหละคะ"
แม่บ้านร้องไห้โฮและกอดอาสาสมัครหญิงแน่นราวกับกอดลูกสาวของเธอเอง

ความงดงามแห่งชีวิต
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของเรื่องราวอันงดงามที่เกิดขึ้นจากการพบกันของหัวใจ
การพบกันของผู้คน เรื่องราวยังเกิดขึ้นต่อไป ชีวิตและการเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ยังคงดำเนินต่อไป
คงเหมือนกับชีวิตและวันเวลาของทุกท่าน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าเมื่อไร
ความงดงามแห่งชีวิตยังคงซ่อนอยู่อย่างเงียบๆ...
รอเวลาให้เราค้นพบความยิ่งใหญ่และแบ่งปันความงดงามนี้กับทุกชีวิตที่อยู่เคียงข้างเรานั่นเอง...
16 มีนาคม 2548 บ้านน้ำเค็ม ตะกั่วป่า พังงา |