"การแชร์กับคนอื่นทางด้านความรู้สึก
จะทำให้เรามองโลกเรียบง่าย
มองเห็นความสุขได้ง่ายและรู้สึกอารมณ์ดี
ปรับตัวเข้ากับใครๆ ได้ง่าย...
การแบ่งปันชีวิตกับคนอื่น ไม่ใช่เพียงแค่การแบ่งปันสิ่งของ แต่มันมีค่ามากกว่านั้น เพราะสำหรับฉันมันหมายถึง การแชร์ความรู้สึก เคยมีคนหนึ่งมาบ่นกับฉันว่า.........
ตลอดชีวิต ตั้งแต่เล็กจนโต เขาไม่เคยมีเพื่อนแท้เลย ไม่เคยมีใครจริงใจกับเขา ไม่เคยมีใครร่วมทุกข์กับเขา ทุกคนเป็นเพื่อนกิน กินแล้วก็หายหัวไปหมด ทั้งๆ ที่เขาทุ่มเทให้เพื่อน ให้คนทุกคนที่เกี่ยวข้อง ใครเดือดร้อนอะไรมาขอให้ช่วย เขาก็ไม่เคยปฏิเสธ
แต่สุดท้ายเขาก็เป็นคนโดดเดี่ยวที่ไร้คนจริงใจ
เขานั่งบ่นน้อยอกน้อยใจ ในความอาภัพ (เพื่อน) ของตัวเอง โลกนี้ทำไมมันโหดร้อยเสียจริงๆ คนเราต่อให้อาภัพแค่ไหน มันก็ต้องมีเพื่อนสนิทบ้างสักคนสองคนสิ แต่ทำไมเขาถึงไม่มีเลย
พอได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน ได้เห็นพฤติกรรมของเขากับเพื่อนสนิทหรือคนใกล้ตัว ฉันก็เข้าใจทันทีว่าทำไมเขาถึงไม่มีเพื่อน (เพราะฉันก็จะหนีเขาเหมือนกัน! อ้าว!)
เพราะเขาไม่เคยแชร์ชีวิตกับใครเลย แต่ที่เขาให้คนอื่นจะเป็นสิ่งของ เงินทอง หรือน้ำใจอื่นๆ ที่มันแค่มองเห็น
ไม่ใช่สิ่งที่สัมผัสได้ด้วยความรู้สึก ไม่ใช่สิ่งที่ประทับอยู่ในจิต อย่างเวลาไปเที่ยวด้วยกันหลายๆ คน นานๆ เจอกันทีจะมีคนถามว่า "วันนี้เราจะไปไหนกันดี"
ก็จะมีคนเสนอมาว่า ไปดูหนัง ฟังเพลง ถ้าเสียงส่วนมากบอกว่าอยากดูหนัง
แต่เขาคนเดียวที่อยากฟังเพลง เขาก็จะฟังเพลงให้ได้ โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไร บางสถานการณ์ เขาน่าจะตามใจคนอื่นบ้าง เพื่อร่วมแชร์ร่วมแบ่งปันความรู้สึกแก่กันและกัน
อย่าลืมว่าเราไม่ได้ตามใจใครๆ อยู่ทุกวันนะ แค่นานๆ ครั้ง แต่เขาคอยแต่ให้คนอื่นตามใจ
ยึดแต่ตัวเองเป็นศูนย์กลาง จะเอาให้ได้ เขาไม่ยอมแชร์กับใครเลย แม้กระทั่งนัดเพื่อนกินข้าว และเขาแสดงน้ำใจโดยการเลี้ยงอาหารเพื่อน แต่เวลาใครสั่งอะไรที่เขาไม่ชอบ เขาจะบอกเลยว่าอย่าเอาเลย เขาไม่กินอันนี้ สั่งนี่ดีกว่า
ใครสั่งอะไรที่เขาไม่กิน เขาจะขัดทุกคน กลายเป็นว่าอาหารบนโต๊ะ มีแต่อาหารที่เขาชอบ เขาไม่คิดว่าที่เขาชอบ คนอื่นอาจไม่ชอบก็ได้ และทุกครั้งที่นัดกินข้าวกัน เขาก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง
หลายคนบ่นว่า แล้วให้สั่งทำไมเนี่ย ทำไมไม่สั่งเองซะให้หมด และใครๆ ก็ไม่อยากกินข้าวกับเขา
เวลาคุยโทรศัพท์เขาก็พูดแต่เรื่องตัวเอง ปัญหาตัวเอง โดยไม่สนใจฟังเพื่อน ไม่สนใจปัญหาเพื่อน จนทุกคนไม่อยากกินข้าว ไม่อยากไปไหนมาไหน หรือพูดคุยกับเขา เพราะมันเหมือนกับว่า เขาก็ไม่ต้องทำ
แต่คนอื่นที่อยู่ใกล้เขา ไม่อยากทำอะไรก็ต้องทำ และเขาก็ไม่แคร์ว่า ใครจะรู้สึกอย่างไร กลายเป็นว่า
เพื่อนเขาต้องแบกรับความรู้สึกขัดแย้งอยู่ฝ่ายเดียว ในขณะที่คนอื่นผลัดกันรับ ผลัดกันให้ วันนี้เราตามใจเขา พรุ่งนี้เพื่อนเราก็ตามใจเรา เป็นการแชร์ความรู้สึก
หรือเพื่อนไม่มีตังค์ มายืมเราแล้วเราไม่มีให้ แต่เราก็คุยกับเขา ช่วยเขาคิดว่าจะทำยังไงดี เพื่อช่วยแชร์ความรู้สึกแย่ๆ ของเพื่อน แค่นี้เขาก็รู้สึกดีแล้ว (แม้ไม่มีตังค์ให้เขายืมก็ตาม)
"การแชร์กับคนอื่นทางด้านความรู้สึก จะทำให้เรามองโลกเรียบง่าย มองเห็นความสุขได้ง่ายและรู้สึกอารมณ์ดี ปรับตัวเข้ากับใครๆ ได้ง่าย
เธอจะเรียนรู้ว่า คนเราไม่จำเป็นต้องทำแต่สิ่งที่ชอบเท่านั้น ถึงจะมีความสุขได้ และเธอจะเห็นโลกนี้เป็นมิตรมากขึ้น เพราะใครๆ ก็พร้อมที่จะแชร์ทุกอย่างกับเธอ"
การ์ตูน กล้าที่จะก้าว. กรุงเทพฯ : ใยไหม, 2546 |