|
เปิดใจรับความสุข |
|
|

เราจดจ่อกับเรื่องทุกข์รันทดมานานแล้ว
ไยไม่หันเห จิตใจไปรับรู้กับเรื่องงดงามชุบชูใจบ้าง
ช่างเขียนรูปผู้หนึ่งซึ่งไม่ปรารถนาจะเรียกตนว่า "ศิลปิน" เล่าให้ฟังว่า
ครั้งหนึ่งชีวิตเคยมืดมนที่สุด ถึงขนาดลงมือฆ่าตัวตายมาแล้ว
วันนั้น เขาขึ้นไปถึงบนดาดฟ้าชั้นที่ 36
เตรียมจะโดดลงมาขาข้างหนึ่งยื่นออกไปนอกระเบียงแล้ว
แต่เมื่อชะเง้อมองลงไปข้างล่าง
ก็เห็นคนสองคนกำลังคุยอยู่ตรงจุดที่เขาจะกระโดดลงมาพอดี
ตอนนั้นเองที่คำสอนของแม่ผุดขึ้นมาในใจว่า
จะทำอะไรก็ตามอย่าให้คนอื่นเดือดร้อน
เขาจึงชะงักเพราะกลัวว่าถ้าโดดลงไปสองคนนั้น
คงตายไปกับเขาด้วยอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ช่วงที่เขาชะงักและเปลี่ยนจุดกระโดดนั้นเอง
ก็เหลือบไปเห็นท้องฟ้าเบื้องหน้าใสสว่างกระจ่างตา
ความคิดหนึ่งวูบขึ้นมาทันทีว่า
ชีวิตก็มีด้านที่สดใสเหมือนกันไม่ใช่มืดมนไปเสียหมด
ฉับพลันความรู้สึกของเขาก็โปร่งเบา
ความกลัดกลุ้มจางไป
........................
ใช่แล้วชีวิตยังมีหวัง ชีวิตไม่ใช่มีแต่เรื่องทุกข์รุมใจ
แม้ในยามระทมชวนสิ้นหวัง
ก็ยังมีประกายแห่งความสุขให้เราชื่นชมได้ทุกเวลา
เป็นแต่ว่าเราจะลืมตาหรือเปิดใจรับความสุขเหน้านั้นหรือไม่
........................
พิธีกรหญิงผู้หนึ่งเล่าว่า
เธอเลิกฆ่าตัวตายเพราะขณะเดินไปที่ระเบียง
เธอเห็นลำแสงแรกของดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า
เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเริ่มต้นของวันใหม่
ใช่ชินะ โลกมิอาจมืดมิดไปตลอด ไม่นานก็ต้องสว่างไสวใหม่
ชีวิตก็เช่นกัน สามารถเริ่มใหม่ได้เสมอ ไม่มีวันอับจนหนทาง
จะว่าไปแล้ว ความทุกข์และความสุขของชีวิตหาได้อยู่ถัดกันดังกลางคืนและกลางวันไม่
แท้ที่จริงความ ทุกข์และความสุขอยู่เคียงคู่กัน
ในยามทุกข์ ความสุขก็อยู่รอบตัวเราแล้ว
ใช่ว่าจะตามมาภายหลังก็หาไม่เป็นแต่ว่าเราไปฉวย เอาเรื่องร้ายมาครองใจ
ความสุขจึงแทรกเข้ามาไม่ได้
แต่หากเราวางเรื่องร้ายนั้นเสียหรือน้อมเอาสิ่งดีงามมาใส่ใจ
ความสุขก็อยู่ไม่ไกลหากรู้จักหา
..................
หญิงผู้หนึ่งอยู่ใกล้ความตายทุกขณะ
แต่ในยามนั้นเธอหาได้ทุรนทุรายไม่
สิ่งเดียวที่ให้ความหวังและกำลัง ใจแก่เธอก็คือ
ต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งมีดอกตูมอยู่ 2 ดอกใกล้หน้าต่าง
เธอชอบคุยกับไม้ต้นนั้น
และต้นไม้ก็บอกเธอว่า
"ฉันอยู่นี่ ฉันอยู่นี่ ฉันคือชีวิตนิรันดร์"
...................
ถึงที่สุดแล้ว สุขทุกข์นั้นอยู่ที่ใจ
เราจะสุขหรือทุกข์อยู่ที่ว่าใจไปจดจ่อกับอะไร
จะเปรียบไป ใจเราก็ไม่ต่างจากโทรทัศน์ร้อยช่อง
บางช่องมีแต่เรื่องสยดสยอง
บางช่องชวนให้หม่นหมองเคียดแค้น ชิงชัง
แต่ก็มีบางช่องที่ดูแล้วเพลินใจมีความหวังกับชีวิต
ปัญหาอยู่ตรงที่เราจะเลือกดูช่องอะไร
คนเป็นอันมากดูแต่ช่องที่ชวนให้หม่นหมอง ยับคั้นใจ
แต่ทั้ง ๆ ที่รู้สึกแย่ ก็ไม่ยอมเปลี่ยนไปดูเรื่องที่เจริญตาเจริญใจ
ไม่ต้องถึงขั้นมีพระมาเทศน์หน้าจอหรอก
แค่เรื่องสัตว์โลกผู้น่ารักหรือท่องธรรมชาติก็ช่วยได้มากแล้ว
เราจดจ่อกับเรื่องทุกข์รันทดมานานแล้ว
ไยไม่หันเห จิตใจไปรับรู้กับเรื่องงดงามชุบชูใจบ้าง
ไม่ต้องไปไกลถึงหมู่เกาะอ่างทอง หรือดอยอินทนนท์ก็ได้
เสียงนกร้องยามเช้า
ดอกหญ้าที่ชูช่อจากรอยหินแตก
ทารกที่แย้มยิ้มไร้เดียงสา
ความสุขเหล่านี้มีให้เห็นมากมายตามรายทางมิใช่หรือ
ลองเปิดใจรับความสุขเหล่านี้ให้เต็มหัวใจเถิด
ชีวิตเราจะเบาขึ้นมากเลย
_______________________
โดย รินใจ จาก budpage.com |