carefor_banner031.jpg
อัปเดทล่าสุด : พฤหัสบดี 28 สิงหาคม 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก arrow ตั้งสติ arrow เปิดใจรับความสุข
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ผู้คน
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
เว็บบอร์ดบ้านใส่ใจ
สมุดเยี่ยม-ทักทายกัน
แรงบันดาลใจของ Carefor
ส่งข้อความถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 102 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

เปิดใจรับความสุข พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
เราจดจ่อกับเรื่องทุกข์รันทดมานานแล้ว
ไยไม่หันเห จิตใจไปรับรู้กับเรื่องงดงามชุบชูใจบ้าง


ช่างเขียนรูปผู้หนึ่งซึ่งไม่ปรารถนาจะเรียกตนว่า "ศิลปิน" เล่าให้ฟังว่า

ครั้งหนึ่งชีวิตเคยมืดมนที่สุด ถึงขนาดลงมือฆ่าตัวตายมาแล้ว

วันนั้น เขาขึ้นไปถึงบนดาดฟ้าชั้นที่ 36
เตรียมจะโดดลงมาขาข้างหนึ่งยื่นออกไปนอกระเบียงแล้ว
แต่เมื่อชะเง้อมองลงไปข้างล่าง
ก็เห็นคนสองคนกำลังคุยอยู่ตรงจุดที่เขาจะกระโดดลงมาพอดี

ตอนนั้นเองที่คำสอนของแม่ผุดขึ้นมาในใจว่า
จะทำอะไรก็ตามอย่าให้คนอื่นเดือดร้อน

เขาจึงชะงักเพราะกลัวว่าถ้าโดดลงไปสองคนนั้น
คงตายไปกับเขาด้วยอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่

ช่วงที่เขาชะงักและเปลี่ยนจุดกระโดดนั้นเอง
ก็เหลือบไปเห็นท้องฟ้าเบื้องหน้าใสสว่างกระจ่างตา

ความคิดหนึ่งวูบขึ้นมาทันทีว่า
ชีวิตก็มีด้านที่สดใสเหมือนกันไม่ใช่มืดมนไปเสียหมด

ฉับพลันความรู้สึกของเขาก็โปร่งเบา
ความกลัดกลุ้มจางไป


........................

ใช่แล้วชีวิตยังมีหวัง ชีวิตไม่ใช่มีแต่เรื่องทุกข์รุมใจ

แม้ในยามระทมชวนสิ้นหวัง
ก็ยังมีประกายแห่งความสุขให้เราชื่นชมได้ทุกเวลา

เป็นแต่ว่าเราจะลืมตาหรือเปิดใจรับความสุขเหน้านั้นหรือไม่


........................

พิธีกรหญิงผู้หนึ่งเล่าว่า

เธอเลิกฆ่าตัวตายเพราะขณะเดินไปที่ระเบียง
เธอเห็นลำแสงแรกของดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า
เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเริ่มต้นของวันใหม่


ใช่ชินะ โลกมิอาจมืดมิดไปตลอด ไม่นานก็ต้องสว่างไสวใหม่
ชีวิตก็เช่นกัน สามารถเริ่มใหม่ได้เสมอ ไม่มีวันอับจนหนทาง

จะว่าไปแล้ว ความทุกข์และความสุขของชีวิตหาได้อยู่ถัดกันดังกลางคืนและกลางวันไม่

แท้ที่จริงความ ทุกข์และความสุขอยู่เคียงคู่กัน
ในยามทุกข์ ความสุขก็อยู่รอบตัวเราแล้ว

ใช่ว่าจะตามมาภายหลังก็หาไม่เป็นแต่ว่าเราไปฉวย เอาเรื่องร้ายมาครองใจ
ความสุขจึงแทรกเข้ามาไม่ได้

แต่หากเราวางเรื่องร้ายนั้นเสียหรือน้อมเอาสิ่งดีงามมาใส่ใจ
ความสุขก็อยู่ไม่ไกลหากรู้จักหา


..................

หญิงผู้หนึ่งอยู่ใกล้ความตายทุกขณะ
แต่ในยามนั้นเธอหาได้ทุรนทุรายไม่

สิ่งเดียวที่ให้ความหวังและกำลัง ใจแก่เธอก็คือ
ต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งมีดอกตูมอยู่ 2 ดอกใกล้หน้าต่าง


เธอชอบคุยกับไม้ต้นนั้น
และต้นไม้ก็บอกเธอว่า

"ฉันอยู่นี่ ฉันอยู่นี่ ฉันคือชีวิตนิรันดร์"

...................

ถึงที่สุดแล้ว สุขทุกข์นั้นอยู่ที่ใจ
เราจะสุขหรือทุกข์อยู่ที่ว่าใจไปจดจ่อกับอะไร


จะเปรียบไป ใจเราก็ไม่ต่างจากโทรทัศน์ร้อยช่อง
บางช่องมีแต่เรื่องสยดสยอง
บางช่องชวนให้หม่นหมองเคียดแค้น ชิงชัง

แต่ก็มีบางช่องที่ดูแล้วเพลินใจมีความหวังกับชีวิต
ปัญหาอยู่ตรงที่เราจะเลือกดูช่องอะไร

คนเป็นอันมากดูแต่ช่องที่ชวนให้หม่นหมอง ยับคั้นใจ

แต่ทั้ง ๆ ที่รู้สึกแย่ ก็ไม่ยอมเปลี่ยนไปดูเรื่องที่เจริญตาเจริญใจ
ไม่ต้องถึงขั้นมีพระมาเทศน์หน้าจอหรอก
แค่เรื่องสัตว์โลกผู้น่ารักหรือท่องธรรมชาติก็ช่วยได้มากแล้ว

เราจดจ่อกับเรื่องทุกข์รันทดมานานแล้ว
ไยไม่หันเห จิตใจไปรับรู้กับเรื่องงดงามชุบชูใจบ้าง


ไม่ต้องไปไกลถึงหมู่เกาะอ่างทอง หรือดอยอินทนนท์ก็ได้

เสียงนกร้องยามเช้า
ดอกหญ้าที่ชูช่อจากรอยหินแตก
ทารกที่แย้มยิ้มไร้เดียงสา

ความสุขเหล่านี้มีให้เห็นมากมายตามรายทางมิใช่หรือ

ลองเปิดใจรับความสุขเหล่านี้ให้เต็มหัวใจเถิด
ชีวิตเราจะเบาขึ้นมากเลย


_______________________
โดย รินใจ จาก budpage.com

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License