 ในแคว้นแห่งหนึ่ง ได้เกิดความกันการแห้งแล้งไปทั่ว เริ่มจากหญ้ากลายเป็นสีเหลืองแล้วเหี่ยวแห้งไป...
พุ่มไม้และต้นไม้ที่แคระแกร็นก็ล้มตายไป ไม่มีฝนตกลงมาจากฟ้าแม้แต่เม็ดเดียว และตอนเช้าก็ไม่มีความสดชื่นจากหยาดน้ำค้างสู่ผืนแผ่นดินเลย...
สัตว์ต่างๆทั้งใหญ่น้อยนับพัน ก็แทบจะสิ้นลมหายใจไป มีสัตว์จำนวนน้อยมากที่พอจะมีกำลังหนีทะเลทรายที่กลืนทุกกสิ่งทุกอย่างนี้ไปได้
ความกันดารแห้งแล้งยิ่งวันก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
จนในที่สุด ..... แม้แต่ต้นไม้อายุยืนที่แแข็งแรงที่สุดและ มีรากหยั่งลึกลงในพื้นดินก็ยังสูญเสียใบไปหมด น้ำพุและแหล่งน้ำทุกแห่งแห้งขอด ลำธารและแม่น้ำก็เหือดแห้ง
มีแต่ดอกไม้เล็กๆดอกหนึ่งที่รอดชีวิตอยู่ได้ เพราะว่ามีสายน้ำน้อยๆ ที่คอยให้น้ำสองสามหยด แต่สายน้ำเองก็รู้สึกหมดหวัง
"ทุกอย่างแห้งแล้ง กันดาร และตายกันหมด แล้วฉันล่ะ ฉันจะทำอะไรได้ หยดน้ำแค่สองสามหยดของฉัน...... .........ยังจะมีประโยชน์อยู่อีกเหรอ"
ข้างๆสายน้ำนี้ มีต้นไม้แก่แข็งแรงอยู่ต้นหนึ่ง มันได้ยินคำพร่ำบ่นนี้... และก่อนจะตาย มันได้พูดกับสายน้ำว่า
"ไม่มีใครคาดหวังว่าเธอจะทำให้ทะเลทรายเขียวชอุ่มขึ้นอีกครั้งหรอก เธอมีงานอยู่อย่างเดียวคือ ประทังชีวิตของดอกไม้เล็กๆนี้ไว้ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น"
.........................................................................
เราทุกคนเป็นผู้รับผิดชอบดอกไม้เล็กๆดอกหนึ่ง แต่เราลืมสิ่งนี้อยู่บ่อยๆ และเรามักที่จะพร่ำรำพันถึงสิ่งที่เราทำไม่ได้
_____________________ จาก เมล็ดพันธุ์แห่งปรีชาญาณ คณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร |