
นักโภชนาการชี้ เหตุคนไทยน้ำหนักเกิน เพราะนิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน เฉลี่ยสัปดาห์ละ 13 มื้อ เสียค่าอาหารเดือนละ 927 บาท แนะใช้สติ 4 ข้อเพื่อสุขภาพที่ดี
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายสง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการสาธารณสุขระดับ 9 ด้านโภชนากการ กรมอนามัย กล่าวว่า ในช่วง 18 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2529-2547 พบประเทศไทยมีอัตราคนอ้วนเพิ่มมากขึ้น 7.5 เท่า
โดยคาดว่ามีคนอ้วนถึง 10-12 ล้านคน ซึ่งหากมองออกไปตามท้องถนน ใน 6 คน จะพบมีคนอ้วน 1 คน และมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง ที่อยู่ในอันดับต้นของสาเหตุการเสียชีวิตในคนไทย เพราะมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการบริโภค โดยเฉพาะการรับประทานอาหารนอกบ้าน
และจากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า คนไทยเฉลี่ยมีการรับประทานอาหารนอกบ้านต่อสัปดาห์ถึง 13 มื้อ คนกรุงเทพฯ นิยมรับประทานนอกบ้านบ่อยที่สุด
ส่วนคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นิยมรับประทานอาหารที่ปรุงเอง
นายสง่า กล่าวว่า การรับประทานอาหารนอกบ้าน ทำให้ในแต่ละเดือนคนไทยต้องจ่ายเงินค่าอาหารนอกบ้าน 927 บาทต่อครัวเรือน
และเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ไทยยังมีการรับประทานอาหารนอกบ้านมากกว่าประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย
และจากการสำรวจพบว่า การรับประทานอาหารนอกบ้านส่งผลให้ธุรกิจอาหารประเภทบริการด่วนเติบโตสูงขึ้น โดยร้อยละ 90 เป็นประเภทฟาสต์ฟู้ด และมีแฟรนไชส์ และคาดการณ์ว่า มูลค่าธุรกิจร้านอาหารไทยในปี 2551 จะเติบโตสูงถึง 100,000 ล้านบาท
นายสง่า กล่าวแนะให้สติในการรับประทานอาหารนอกบ้านว่า ควรมี 4 ข้อ คือ
1.สติเสี่ยง คิดเสมอว่าการรับประทานอาหารนอกบ้านมีความเสี่ยงต่อการอ้วนพุงปลิ้น
2.สติเลือกร้านอาหาร โดยต้องมั่นใจว่ามีความสะอาดปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินอาหารและโรคมะเร็ง
3.สติเลือกเมนู เลือกอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ ถึงปานกลาง เน้นอาหารไทยประเภท ต้ม นึ่ง ย่าง ไม่ใส่กะทิ ยำ และน้ำพริก
และ 4.สติกิน ไม่รับประทานจนมากเกิน รู้จักอิ่มรู้จักพอ ไม่ต้องเสียดาย หากต้องการรับประทานของหวานควรรู้จักแบ่งท้อง ไม่รับประทานน้ำอัดลม
ทั้งนี้ ผู้ชายควรได้รับแคลอรี่ไม่เกิน 1,800-2,000 แคลอรี่ต่อวัน ผู้หญิงไม่ควรเกิน 1,200-1,500 แคลอรี่ต่อวัน และควรรับประทานอาหารครบทั้งสามมื้อ มื้อเช้าควรได้รับ 360 แคลอรี่ มื้อกลางวัน 280 แคลอรี่ และมื้อเย็น 360 แคลอรี่
_______________________
กรุงเทพธุรกิจ 30 มกราคม พ.ศ. 2551
|