carefor_banner040.jpg
อัปเดทล่าสุด : เสาร์ 22 พฤศจิกายน 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 282 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

โพลชี้ครอบครัวไทยมีความสุขน้อยลง สังคมเริ่มฟอนเฟะ พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
ความสุขของครอบครัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาหย่าร้าง ทิ้งคนแก่ เด็กเร่ร่อนพุ่งสูง สถานพินิจยันเด็กก่อ100คดีต่อวัน ด้านเด็กหญิงท้องก่อนวัยอันควรสูงสุดเป็นอันดับ1ของภูมิภาค




โพลระบุ 1ปีที่ผ่านมา ความสุขของครอบครัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาหย่าร้าง ทิ้งคนแก่ เด็กเร่ร่อนพุ่งสูง สถานพินิจยันเด็กก่อ100คดีต่อวัน ด้านเด็กหญิงท้องก่อนวัยอันควรสูงสุดเป็นอันดับ1ของภูมิภาค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่สำนักงานสภาคริสตจักรในประเทศไทย ภาคีครอบครัว ร่วมจัดสัมมนาเรื่อง 'วิพากษ์ 1 ปีรัฐบาล...กับสถานการณ์ครอบครัวไทย' โดยมีนายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบคนวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลเด็ก นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเสวนา

นายนพดล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ความคิดเห็นของสาธารณชนต่อสถาบันครอบครัว และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมครอบครัว กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ในเขต กทม. จำนวน 1,001 ครอบครัว สำรวจระหว่างวันที่ 5-6 ตุลาคม พบว่า

ความสุขของครอบครัวไทยตลอด 1 ปีที่ผ่านมาลดลง
ตั้งแต่เดือนกันยายน 2549 มีระดับความสุขอยู่ที่ ร้อยละ 7.99
ตุลาคม 2549 เหลือร้อยละ 6.19
เมษายน 2550 ร้อยละ 5.72 และ
กรกฎาคม 2550 ร้อยละ 5.63

นอกจากนี้ แนวโน้มครอบครัวไทยมีการจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
และการใช้เวลาอยู่ร่วมกันในครอบครัวลดลงถึงร้อยละ 70


ส่งผลให้สถานการณ์ครอบครัวไทยในปัจจุบันพบว่า

การใช้เวลาอยู่ร่วมกันระหว่างพ่อแม่ลูกน้อยลงถึงร้อยละ 46.7
เกิดจำนวนเด็กเร่ร่อนเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 53.5
เกิดการหย่าร้าง แยกทาง การละทิ้งสามี ภรรยา เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.9
การทอดทิ้งเด็ก คนชรา คนพิการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.0


ส่วนแนวโน้มภาพรวมของสถาบันครอบครัวไทยในปัจจุบัน
มีสภาพที่แย่ลงถึงร้อยละ 42.4

มีเพียงร้อยละ 9.2 บอกว่าดีขึ้น

นายนพดลกล่าวว่า สำหรับความต้องการในด้านต่างๆ เกี่ยวกับครอบครัวในสังคมไทย ประกอบด้วย

การช่วยเหลือครอบครัวที่ลำบาก
การส่งเสริมเรียนรู้เรื่องครอบครัว
การส่งเสริมคุณธรรมในครอบครัว
การจัดให้มีพื้นที่สาธารณะและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อครอบครัว
และการจัดตั้งเครือข่ายดำเนินงานเกี่ยวกับครอบครัว


โดยร้อยละ 88.6 ระบุว่า มีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดกฎหมายเพื่อคุ้มครอง
ส่งเสริมและพัฒนาครอบครัวไทย

ทั้งนี้ ค่าเฉลี่ยผลงานรัฐบาลด้านการคุ้มครอง ส่งเสริม และพัฒนาครอบครัวไทย
มีเท่ากับ 4.05 จากคะแนนเต็ม 10 ซึ่งเท่ากับว่ารัฐบาลสอบตกทางด้านสังคม

ด้านนพ.สุริยเดว กล่าวว่า จากที่ทำงานคลีนิควัยรุ่น พบว่า

หัวใจของปัญหาอยู่ที่ครอบครัว
โดยคดีความด้านเด็กในสถานพินิจขณะนี้ เฉลี่ยแล้วมี 100 คดีต่อวัน
ซึ่งร้อยละ 90 เกิดจากปัญหาความสั่นคลอนในครอบครัว


และจากการวิเคราะห์ขณะนี้อัตราการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นไทยสูงขึ้นเป็นอันดับ 1 ของเอเชียอาคเนย์
ซึ่งสูงกว่าอัตราการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นในทวีปยุโรปและอเมริกา

นายสมพงษ์กล่าวว่า รัฐบาลควรรีบแก้ปัญหาความล้มเหลวของสถาบันครอบครัว โดยควรผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมครอบครัว ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ ไม่เช่นนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้จะตกไป เพราะไม่ทันต่อการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในอายุรัฐบาลนี้

'คุณภาพเด็กไทยแย่ลง แต่จะโทษเด็กไม่ได้ ต้องโทษผู้ใหญ่
ปัญหาเด็กแต่ละอย่างที่เกิดขึ้น เพราะครอบครัวไม่มีภูมิต้านทานดูแลเด็ก
ทำให้เด็กไม่รู้จักการปฏิเสธ ปัญหายาเสพติดจึงเพิ่มมากขึ้น

บอกได้เลยว่า หากร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมครอบครัวไม่ผ่าน
สังคมไทยในวันข้างหน้าจะเกิดอาชญากรเพิ่มมากขึ้น
คุกและสถานพินิจจะมีมากขึ้นเพื่อรองรับอาชญากร
ขาดรากเหง้าสังคมวัฒนธรรมไทย
ความรุนแรงในสังคมจะมีเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน


และหากพิจารณาผ่านก็ไม่ควรตัดตอนสาระบางอย่างออกไป
โดยเฉพาะหน่วยงานที่จะเข้ามาช่วยเหลือครอบครัว
เพราะหากปล่อยให้ระบบราชการเป็นผู้ดูแลฝ่ายเดียว การทำงานจะล่าช้า
และไม่นำไปสู่การแก้ปัญหาครอบครัวได้เลย' นายสมพงษ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการส่งเสริมครอบครัวแห่งชาติ ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมครอบครัว พ.ศ.... ให้รัฐบาลพิจารณาผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งที่ผ่านมา ครม.ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณา และนำมาเสนอ ครม.อีกครั้งในวันที่ 9 ตุลาคมนี้

ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดให้ตั้งคณะกรรมการส่งเสริมครอบครัวแห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกฯเป็นประธาน ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนระดับชาติเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาครอบครัวให้สอดคล้องกับสภาพสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ เสนอต่อ ครม. รายงานสถานการณ์ครอบครัวต่อรัฐสภาและ ครม.อย่างน้อยปีละครั้ง เสนอความเห็นและมาตรการส่งเสริมและพัฒนาครอบครัว เป็นต้น

__________________________
มติชน วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พศ. 2550
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License