|
การสื่อสารอย่างสันติ : เพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยความรักและเข้าใจ |
|
|

การสื่อสารอย่างสันติ เป็นภาษาแห่งความกรุณา
ช่วยให้เราเข้าใจคนอื่น ช่วยให้คนอื่นเข้าใจเรา
ตอบสนองความต้องการในส่วนลึกของทุกคน
ทำให้ทุกคนสามารถสัมผัสได้ถึงความสุขจากการให้และการรับ
ทำความรู้จักกับการสื่อสารอย่างสันติ
การสื่อสารอย่างสันติ
(Nonviolent Communication)
เรียกได้ว่าเป็นภาษาแห่งความกรุณา
(Compassionate Language)
การสื่อสารอย่างสันติถูกนำไปใช้มาแล้วในโรงเรียน
บริษัทธุรกิจ
การให้บริการดูแลสุขภาพ
การเปลี่ยนแปลงสังคม
การให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา
การไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ในเรือนจำ สถาบันของรัฐ
ในความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ชุมชน และในประเทศที่เกิดสงคราม
การสื่อสารอย่างสันติสามารถเป็นทั้งเครื่องมือในการทำงานเพื่อสังคม
และการฝึกปฏิบัติทางจิตวิญญาณ
เมื่อเราฝึกฝนที่จะใช้การสื่อสารอย่างสันติ เราจะเรียนรู้วิธีการ
ซึ่งจะช่วยให้เราตระหนักรู้ได้ชัดว่าอะไรเป็นอุปสรรคต่อการสื่อสาร
เราจะสามารถรับผิดชอบต่อการกระทำของเราเอง
รวมทั้งสานสัมพันธ์กับผู้อื่นและเข้าใจตนเองได้อย่างเต็มเปี่ยม
ในระดับลึกที่สุดแล้วการสื่อสารอย่างสันติทำให้การมองชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง
พื้นฐานหลักของการสื่อสารอย่างสันติ
คือ
เบื้องหลังทุกการกระทำของมนุษย์ก็คือ
การตอบสนองต่อความต้องการบางอย่าง
เมื่อเรามีความเข้าใจและสามารถรับรู้ความต้องการเหล่านั้น
จะเป็นพื้นฐานให้เกิดความสัมพันธ์ การร่วมมือ
ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และสร้างสันติภาพในระดับโลก
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะในระดับลึกแล้ว
มนุษย์เรามีความเหมือนกันมากกว่าความต่างยิ่งนัก
การตระหนักว่าเราแต่ละคนต่างก็มีความต้องการที่คล้ายคลึงกัน
ทำให้เรามีความเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น
เมื่อเราใส่ใจที่ตัวความต้องการโดยไม่ตัดสิน วิพากษ์วิจารณ์ หรือ
กล่าวโทษผู้อื่น
จะทำให้เราละวางความเป็นศัตรู
และเกิดความคิดสร้างสรรค์ในการหาทางแก้ปัญหา
ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน
เมื่อเป็นเช่นนี้
ความขัดแย้งและความเข้าใจผิดทั้งหลายจะสามารถคลี่คลายได้
การเรียนรู้การสื่อสารอย่างสันติ
เป็นกระบวนการคล้ายการเรียนรู้ภาษาใหม่หรือทักษะใหม่
ผู้ปฏิบัติจะมีความชำนาญขึ้นก็ด้วยการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนและมีเวลาฝึกปฏิบัติอย่างพอเพียง
ภาษาของการสื่อสารอย่างสันติ
ประกอบไปด้วยสองส่วน
คือ
การสื่อสารกับผู้อื่นอย่างซึ่อตรงต่อตนเอง (Honestly expressing)
และการฟังผู้อื่นด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง (Empathic listening)
ทั้งสองส่วนมีองค์ประกอบย่อยคือ
การสังเกต
ความรู้สึก
ความต้องการ
และการขอร้อง
ในการฝึกปฏิบัติ
เราจะเรียนรู้การแยกแยะองค์ประกอบสี่ประการนี้
ออกจากการตัดสิน
การตีความ
และคำสั่ง
เมื่อเราใช้องค์ประกอบทั้งสี่นี้ในการสื่อสาร
จะช่วยก่อให้เกิดความเข้าใจ
ความสัมพันธ์อันดี
และการตอบสนองความต้องการของทุกคน
ทำให้ทุกคนสามารถสัมผัสได้ถึงความสุขจากการให้และการรับ
การสื่อสารอย่างสันติพัฒนาขึ้นโดย ดร.มาแชล
โรเซนเบอร์ก (Marshall Rosenberg)
มาแชลสอนวิธีการนี้ให้บุคคล ชุมชน และองค์กรต่างๆ ทั่วโลก
และใช้ในวงการต่างๆดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
____________________________
เอกสารนี้เป็นส่วนหนึ่งของคู่มือการฝึกปฏิบัติการสื่อสารอย่างสันติ
เรียบเรียงโดยคุณไพรินทร์ โชติสกุลรัตน์
จากเอกสารการฝึกอบรมของ Bay Area
Nonviolent Communication (www.baynvc.org)
|
การสื่อสารอย่างสันติ เขียนโดย bon เมื่อ 2007-10-17 14:15:20 ขอบคุณ สำหรับสิ่งดีๆ ที่แบ่งปันค่ะ | การสื่อสารอย่างสันติ เขียนโดย pp เมื่อ 2008-04-09 11:43:37 ขอบคุณอีกเช่นกันที่แบ่งปันสื่อดีๆ ให้ อยากได้คู่มือชุดนี้เป็นเล่มจังเลยค่ะ |
ขับเคลื่อนโดย อโกคอมเม้นท์ ๒.๐! |