carefor_banner038.jpg
อัปเดทล่าสุด : เสาร์ 22 พฤศจิกายน 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 303 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

"คนแก่"ถูกทอดทิ้ง เหยื่อปัญหาสังคมเสื่อม พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
'แม่คนเดียวเลี้ยงลูกสิบคนได้ แต่ลูกสิบคนไม่สามารถเลี้ยงแม่เพียงคนเดียวได้' ...แต่เหตุการณ์ลูกหลานทิ้งบุพการีก็เกิดขึ้นบ่อยจนแทบเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย


'แม่คนเดียวเลี้ยงลูกสิบคนได้ แต่ลูกสิบคนไม่สามารถเลี้ยงแม่เพียงคนเดียวได้'

สำนวนสุภาษิตไทยๆ ที่ย้ำเตือนความกตัญญูมาเนิ่นนาน

แต่เหตุการณ์ลูกหลานทิ้งบุพการีก็เกิดขึ้นบ่อยจนแทบเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย อย่างที่เกิดกับ นายชูชัย จันทร์ผาสุข อายุ 55 ปี คนกรุงเก่า ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา ที่แม้จะยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า ถูกลูกหลอกมาทิ้ง หรือพลัดหลงมาอยู่ที่วัดคุณหญิงส้มจีน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคือ ชายที่ดูชรากว่าวัย แถมยังป่วยเป็นอัมพฤกษ์กำลังถูกทอดทิ้งให้อยู่อย่างเดียวดาย

เหตุการณ์คนแก่ถูกทอดทิ้ง หรือคนแก่ที่ต้องออกมาเร่ร่อนตามท้องถนน แม้จะถูกมองเป็นเรื่องไม่ปกติในสังคม แต่กลายเป็นเรื่องชาชินที่เจ้าหน้าที่ "ศูนย์ประชาบดี" กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่ต้องประสบพบเจออยู่เป็นประจำ เจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาบดีได้รับแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วน 1300 ให้ไปช่วยเหลือคนแก่ที่ถูกทอดทิ้งไม่เว้นแต่ละวัน เพียงแต่ไม่เป็นข่าว ?!?

คนแก่ที่ได้รับการช่วยเหลือส่วนใหญ่มักช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต มีอาการหลงๆ ลืมๆ พูดจาไม่รู้เรื่อง ซึ่งมักถูกลูกหลานนำมาปล่อยทิ้งไว้ตามสะพานลอย ข้างถนน วัด และสถานที่สาธารณะอื่นๆ แต่มีไม่น้อยที่หลงออกจากบ้านเอง และก็มีจำนวนไม่น้อยที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้อยู่เพียงลำพังในที่พักพิง มีเพียงสุนัข 20-30 ตัวเป็นเสมือนลูกและเพื่อนที่แสนดี

แม้ว่าเพิ่งก่อตั้งศูนย์มาได้ปีกว่า แต่จนถึงวันนี้ศูนย์ประชาบดียื่นมือเข้าช่วยคนแก่ถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพังทั้งใน กทม.และปริมณฑลมาแล้วเกือบ 300 ราย

ศุภฤกษ์ พงษ์ภักดี ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และผู้อำนวยการศูนย์ประชาบดี บอกว่า ตั้งแต่ตั้งศูนย์ประชาบดีเมื่อเดือนกรกฎาคม 2548 จนถึงปัจจุบัน ได้รับแจ้งผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง 277 ราย แบ่งเป็นชาย 107 ราย หญิง 160 ราย เฉลี่ยเดือนละ 7 ราย เมื่อได้รับแจ้งก็จะส่งทีมเจ้าหน้าที่ นักสังคมสงเคราะห์ออกไปช่วยเหลือ ถ้าเกิดมีอาการเจ็บป่วยก็จะประสานกับโรงพยาบาล หลังจากนั้นจะประสานญาติให้มารับตัวกลับ บางรายญาติไม่ยอมรับก็จะจัดหาบ้านพักคนชราให้อยู่อาศัยตามความเหมาะสม

"นายชูชัย ซึ่งมีข่าวว่าลูกนำมาทิ้งวัดนั้น อยู่ในความดูแลของสังคมสงเคราะห์จังหวัดปทุมธานี ทราบว่ามีการพูดคุยกับนายชูชัยแล้วว่าถ้าครอบครัวยอมรับก็อยากกลับบ้าน ถ้าไม่ยอมรับก็ยินดีอยู่สถานสงเคราะห์" ศุภฤกษ์ กล่าว

ทั้งนี้ แม้ว่าการทำงานของศูนย์จะเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกละเลย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กำลังทำงานเชิงรุก ด้วยการส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงชุมชน ให้ความรู้กับผู้สูงอายุมากขึ้น ก่อนที่ผู้สูงอายุเหล่านั้นจะหลุดเข้ามาในสถานสงเคราะห์

อุมาภรณ์ ผ่องจิตต์ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาการสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ บอกว่า บ้านบางแคมีภารกิจใหม่ที่นอกเหนือจากการสงเคราะห์ช่วยเหลือคนชราไร้ที่พึ่งแล้ว ยังต้องทำงานด้านการส่งเสริมและสนับสนุนคนชรา ตามนโยบายของกรม ซึ่งศูนย์สงเคราะห์คนชราทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ กำลังดำเนินการอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้คนชราหลุดออกจากสังคมมาสู่สถานสงเคราะห์ ยกเว้น กรณีที่วิกฤติจริงๆ เท่านั้น

ส่วนการส่งเสริมสนับสนุนชุมชนและครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุไม่ให้เล็ดลอดมาเดินเร่ร่อนตามท้องถนน หรือต้องมาตรอมใจอยู่ในสถานสงเคราะห์ ทางศูนย์จะเน้นเรื่องกิจกรรมนวัตกรรมที่เป็นโครงการเตรียมความพร้อมสำหรับคนชรา 6 โครงการ

แบ่งเป็นโครงการด้านสังคม 3 โครงการ คือ ให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ครอบครัวสัมพันธ์ และส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมเพื่อผู้สูงอายุ และโครงการด้านเศรษฐกิจอีก 3 โครงการ คือ ส่งเสริมค่านิยมการใช้จ่ายเพื่อสวัสดิการผู้สูงอายุในชุมชน ส่งเสริมภูมิปัญญาผู้สูงอายุ และการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ

หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาการสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค บอกว่า กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่ามีคุณค่าและศักดิ์ศรีช่วงวัยสุดท้ายของชีวิต อย่าง กิจกรรมส่งเสริมภูมิปัญญาผู้สูงอายุ จะคัดเลือกผู้สูงอายุที่มีภูมิปัญญาด้านต่างๆ มาลงทะเบียน ก่อนแจกจ่ายรายชื่อไปตามโรงเรียนต่างๆ ที่สนใจจะให้ผู้สูงอายุเหล่านี้ไปเป็นวิทยากรด้านต่างๆ ตามโรงเรียน ซึ่งผู้สูงอายุที่มีภูมิปัญญานั้นมาจากชุมชนและบ้านบางแคเอง

"ภาพของเด็กๆ กับผู้ใหญ่ที่เป็นคุณยายคุนตามาสอนในเรื่องต่างๆ อย่าง เอากระป๋องนมมาทำเป็นเครื่องดนตรี เด็กๆ เขาก็ชอบ ผู้สูงอายุเขามีความสุขที่ได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาของตนเอง" อุมาภรณ์ กล่าว

นอกจากนี้ กลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ ศูนย์ก็จะมีทีมลงไปช่วยเหลือในชุมชน อย่าง เรื่องการทำห้องน้ำที่เป็นลักษณะชักโครก มีราวเดินภายในบ้าน มีการทำพื้นที่ราบเรียบเพื่อให้เดินสะดวก เป็นต้น

ส่วนเรื่องสุขภาพจิตของผู้สูงอายุที่ต้องอยู่ในชุมชนกับสถานสงเคราะห์นั้น อุมาภรณ์ บอกว่า ถ้าเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ในศูนย์หรือในชุมชนจะไม่ค่อยมีความแตกต่างกันเท่าใดนัก เพราะจะใช้หลักการเดียวกันในการดูแลผู้สูงอายุ ถ้าเป็นผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ก็จะมีพยาบาลคอยดูแล แต่ถ้าเป็นชุมชนก็จะมีอาสาสมัครชุมชนเป็นคนช่วยดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกมั่นคงปลอดภัย

"ผู้สูงอายุในศูนย์กับในชุมชนจะไม่แตกต่างกันมาก มันเป็นบั้นปลายชีวิตที่มีคุณค่าและศักดิ์ศรีช่วงชีวิตสุดท้าย ที่มีประโยชน์ต่อสังคม เพราะมีคนเห็นคุณค่า" เธอ สรุป

แม้ว่าภาครัฐจะเตรียมความพร้อมอย่างไร เพื่อรองรับช่วยเหลือผู้สูงอายุที่กำลังจะเป็นปัญหาในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะคนในวัยทำงานเริ่มลดกำลังลง และจะมีคนที่อยู่ในวัยพึ่งพึงมากขึ้น แต่ถ้าครอบครัวและชุมชน ละเลยพวกเขา คงต้องมีผู้สูงอายุอีกจำนวนไม่น้อยจำใจออกมาจากบ้านเพื่อแสวงหาคุณค่าของตนเองอีกครั้ง และอาจถูกทอดทิ้งหรือผลักไสให้เผชิญโชคชะตาเพียงลำพังอย่างไม่ตั้งใจ ?!?

_______________________________
คมชัดลึก 11 กุมภาพันธ์ 2550
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License