|
ปู่เย็น...เป็นพรีเซ็นเตอร์ |
|
|

เมื่อไม่มีย่าปู่ก็ไม่รู้จะเสียเงินค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้านอีกทำไมเดือนละแปดร้อยบาท ปู่จึงขนทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้นในชีวิตมาอยู่บ้านหลังใหม่ ไม่มีเสา ไม่มีหลังคา บ้านของปู่เป็นเพียงเรือลำเล็กๆ...
ดูแต่หอยซิ
ไม่มีมือไม่มีตีนมันยังหากินเองได้ ประสาอะไรกับคนมีมือมีเท้า
หากินเองไม่ได้ก็อายหอย
ถ้อยความสั้นๆ จากหนังสือ ฅ คน แสดงความเป็นตัวตนอย่างชัดเจนของ
ปู่เย็น เฒ่าทระนงวัย 106 ปี
ที่นอกจากจะเป็นขวัญใจมหาชนแล้ว ปู่เย็นยังเป็นกำลังใจในการสู้ชีวิตให้แก่หลายๆ คน
ท่ามกลางสังคมที่ผุกร่อน
มาวันนี้ปู่เย็นมีบทบาทใหม่เพิ่มเติมมานั่นก็คือ การได้รับเกียรติให้เป็น
พรีเซ็นเตอร์ท่องเที่ยว
ของจังหวัดเพชรบุรี ที่แม้กระทั่งปู่เย็นเองก็ยังไม่รู้ว่า
พรีเซ็นเตอร์ท่องเที่ยว คืออะไร???
ดังกว่าดารา
หลังรายการ คนค้นฅน
นำเสนอเรื่องราวของ ปู่เย็น เฒ่าทระนง ไปในคืนวันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ 2548
และอีก 2 ตอนต่อมา
ชื่อของผู้เฒ่าแห่งลุ่มน้ำเพชรได้กลายเป็นที่รู้จักทันทีด้วยวิถีปฏิบัติที่เรียบง่าย
พอเพียง และทระนง จากชายชราที่รอวันสังขารร่วงโรย
ปู่กลายเป็นที่สนใจของคนมากมายจะเป็นด้วยกระแสหรือความเมตตาก็สุดจะหยั่ง
มีคนมากมายจากทั่วสารทิศมาเยี่ยมชนิดที่หัวกระไดสะพานลำไยที่ปู่อยู่ไม่เคยแห้ง
ปู่เย็นกลายเป็นขวัญใจมหาชนคนใหม่
จนทางรายการคนค้นฅนต้องนำเรื่องราวของปู่เย็นมานำเสนออีกครั้งตามคำเรียกร้องของผู้ชม
ทั้งนี้ ตามประวัติของปู่เย็นที่ผ่านการนำเสนอจากรายการคนค้นฅนและหนังสือ ฅ
คน ฉบับปฐมฤกษ์ ระบุไว้ว่า ปู่เย็นเป็นชาวเพชรบุรีโดยกำเนิด มีชื่อจริงคือ
นายเย็น แก้วมะณี
มีที่อยู่อาศัยตามทะเบียนราษฎรคือ 274/4 ถ.มาตยาวงศ์ ต.ท่าราบ อ.เมืองเพชรบุรี
อดีตมีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว ปัจจุบันปู่เย็นมีอายุ 106 ปี
(ตามที่ระบุผ่านสื่อต่างๆ) อาศัยอยู่ในเรือลำน้อยใต้สะพานลำไยแห่งลำน้ำเพชร
ปู่เป็นชาวมุสลิม แต่มีภรรยาเป็นไทยพุทธ ชื่อย่าเอิบ
ที่อยู่ด้วยกันโดยไม่มีใครเปลี่ยนศาสนา แต่ว่าก็ใช้ชีวิตเคียงคู่กันไปตลอดชีวิต
ปู่เย็นไม่มีลูกเพราะปู่เป็นหมัน จะมีก็แต่ลูกสาวบุญธรรม 2 คนเท่านั้น
ซึ่งเมื่อเติบใหญ่ก็แยกย้ายไปมีครอบครัวของตน
ชีวิตบั้นปลายของชายชราอย่างปู่คงจะมีความสุขในบ้านเช่าหลังเล็กๆ ทว่าเมื่อวันที่
16 มีนาคม 2536 ย่าเอิบก็มาด่วนหนีโลกเบี้ยวๆไปเสียก่อน ตอนอายุ 94 ปี
ปู่ร้องไห้ต่อการจากไปของย่ากว่า 3 เดือน

เมื่อไม่มีย่าปู่ก็ไม่รู้จะเสียเงินค่าน้ำ ค่าไฟ
ค่าเช่าบ้านอีกทำไมเดือนละแปดร้อยบาท
ปู่จึงขนทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้นในชีวิตมาอยู่บ้านหลังใหม่ ไม่มีเสา
ไม่มีหลังคา บ้านของปู่เป็นเพียงเรือลำเล็กๆ ลอยอยู่ในลำน้ำเพชร
จากวันนั้นถึงวันนี้ ปู่ใช้ชีวิตอยู่บนเรือนับ 10 ปี เลี้ยงชีวิตด้วยการดักอวนหาปลา
เหลือกินก็ขายถูกๆ ไม่ต้องมีตาชั่ง 20-30 บาทปู่ก็ขายแลกเงินประทังชีพ
แต่ถ้าใครเอาเงินให้ฟรีๆ ปู่จะโกรธไม่รับเงิน
กินฟรีได้ แต่ไม่อยากกิน เกรงใจ ไม่เอา อาย
ของซื้อของขาย ไหนต้องตักไหนต้องล้าง ปู่เย็นว่าไว้อย่างนั้น (จากหนังสือ ฅ คน)
เมื่อละครชีวิตของปู่เย็นถ่ายทอดสู่สายตาประชาชนจากรายการคนค้นฅน
ก็ดูเหมือนว่าโลกที่เคยลืมเลือนปู่เย็นไป กลับพลิกผันจดจำปู่ได้ในทันที
จากที่เคยโดดเดี่ยว
ปู่เย็นกลายเป็นคนดังที่ชีวิตไม่เงียบเหงาอีกต่อไปเพราะในยุคนั้นที่ผู้นำไร้จริยธรรม
สังคมไทยผุกร่อน เน้นวัตถุและเม็ดเงินเป็นใหญ่
เมื่อมีคนอย่างปู่เย็นปรากฏต่อสายตาสาธารณะชน ด้วยภาพของชายชราตัวงองุ้ม
ศีรษะโพกผ้าสะระบั่นเพื่อยืนยันความเป็นมุสลิม ชอบนั่งหัวเราะอ้าปากหวอ กระดูกไม่ดี
เดินได้นิดเดียวก็เหนื่อยหอบ ผิวหนังเหี่ยวย่น ใช้เหงือกแทนฟันในการบดข้าว
แต่ว่าก็มีความเด็ดเดี่ยวและทระนงอยู่ในตัวตน หลายๆ คนจึงเทใจยกให้ปู่เย็น
เฒ่าทระนง เป็นฮีโร่ไปโดยปริยาย

บทบาทใหม่
วันที่ 23 มีนาคม 2548
ปู่เย็นได้เข้ารับเรือพระราชทานต่อเบื้องพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ ที่จัดขึ้นบริเวณท่าน้ำหลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัด
เพื่อรับพระราชทานเรือพระราชทานที่เป็นฝีมือการออกแบบของวิทยาลัยการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา
เป็นเรือกว้าง 1 เมตร ยาว 6 เมตร มีประทุนหลังคากันแดดกันฝน
ด้านครึ่งเรือตอนท้ายจะมีผ้ามุ้งสำหรับกันยุง
สำหรับตัวเรือจะเป็นเนื้อไฟเบอร์กลาสตลอดทั้งลำ
มีน้ำหนักเบาสามารถลอยตัวอยู่ในน้ำตื้นได้ สร้างความตื้นตันใจแก่ปู่คณานับ
นอกจากนี้ทางจังหวัดเพชรบุรีได้คัดเลือกให้ปู่เป็นผู้สูงอายุดีเด่นประจำปี
48 รวมถึงได้มอบบทบาทใหม่อย่างเป็นทางการให้ปู่เย็นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม
2549 นั่นก็คือ การเป็น พรีเซ็นเตอร์ท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี
ที่หากใครผ่านไปเพชรบุรีก็จะเห็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่มีทั้งรูปสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังของจังหวัดอย่าง
เขาวัง ที่เยื้องมาทางมุมซ้ายมีรูปผู้ว่าราชการจังหวัดกำลังปีนต้นตาล
และที่มุมซ้ายสุดมีรูปปู่เย็นหัวเราะอ้าปากหวอ ก็ไม่ต้องแปลกใจไป
เพราะนั่นคือบทบาทใหม่ของปู่เย็นที่ทางจังหวัดเพชรบุรีมอบให้

การนำปู่เย็นมาเป็นพรีเซ็นเตอร์นั้นเพราะเรามองว่าในด้านของการตลาดว่า
ควรจะหาบุคคลที่มีต้นทุนทางสังคมสูงซึ่งตรงกับลักษณะของปู่เย็นพอดี
ปู่เป็นคนเพชรบุรีโดยกำเนิด หลังจากรายการคนค้นฅน
นำเสนอเรื่องราวชีวิตของปู่ก็เป็นที่น่าสนใจและควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างต่อคนทั่วไป
จึงเหมาะต่อการเป็นภาพลักษณ์ของเมืองเพชร
สยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี
แสดงความเห็นต่อการคัดเลือกปู่เย็นเป็นพรีเซ็นเตอร์ทางการท่องเที่ยวเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของจังหวัด
นอกจากนี้ พ่อเมืองเพชรบุรียังให้เหตุผลถึงการเลือกพรีเซ็นเตอร์ครั้งนี้ว่า
ปู่เย็นเป็นบุคคลที่มีต้นทุนทางสังคมสูง
และก่อนที่จะเจาะจงคัดเลือกปู่นั้นทางจังหวัดมีการสอบถามถึงความสมัครใจให้ปู่ทราบแล้วว่าปู่ยินดีหรือไม่
ซึ่งปู่ก็เข้าใจและยินดีที่จะช่วยเหลือทางจังหวัด
เมื่อทางจังหวัดมีกิจกรรมอะไรก็จะเชิญปู่เย็นมาเพื่อร่วมประชาสัมพันธ์ออกงานกับทางจังหวัด
หรือเมื่อใครมาเที่ยวแล้วต้องการไปเยี่ยมปู่ที่เรือก็สามารถทำได้
เป็นอันว่าการเป็นพรีเซ็นเตอร์ครั้งนี้ปู่รับด้วยความสมัครใจ
แม้ว่าปู่จะไม่รู้ว่าพรีเซ็นเตอร์ท่องเที่ยวคืออะไรก็ตาม
ในขณะที่ใครหลายๆ คนก็ออกจะหวั่นใจกับบทบาทใหม่ของปู่เย็นอยู่ไม่ได้
เพราะด้วยความเป็นห่วงปู่ เกรงว่าปู่จะเหนื่อยต่อการวิ่งรอกออกงานโน้นงานนี้ ซึ่ง
เกียรติศักดิ์ กล่อมสกุล ที่นอกจากจะคอยดูแลปู่เย็นแล้ว
ยังรับหน้าที่เป็นสารถีส่วนตัวคอยรับส่งปู่เย็นไปตามที่ต่างๆ กล่าวว่า
จริงๆ แล้วปู่เย็นก็ใช้ชีวิตประจำวันไปตามปกติของปู่นั่นแหละ
สมมติว่ามีงานแถลงข่าวที่อยู่ในละแวกเมืองเพชรไม่ต้องเดินทางไกล ผมก็มารับปู่ไปเอง
และจะบอกแกว่า มารับปู่ไปเที่ยว ซึ่งแกก็ชอบ เพราะถือเป็นการไปเปิดหูเปิดตา
ส่วนการที่มีคนมาขอถ่ายรูปมานั่งคุยด้วย
ผมมองว่ามันไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแกเท่าไหร่หรอก เพราะที่ผ่านมา
(หลังออกรายการคนค้นฅน) ก็มีคนมาหาแกเป็นประจำอยู่แล้ว
สำหรับนักท่องเที่ยวถือว่าปู่เย็นไปสร้างสีสันให้กับงาน
แต่สำหรับปู่แล้วถือว่าเป็นการสร้างสีสันให้กับแก เพราะปู่เป็นคนชอบไปโน่นไปนี่
แต่เดี๋ยวนี้แกจะไปไหนคนเดียวก็ไม่ไหวแล้ว ขี่จักรยานก็ไม่ไหว
จะพายเรือน้ำเพชรมันก็น้อย ไปไหนได้ไม่ไกล นอกจากหาปลาได้แถวสะพานลำไย
เกียรติศักดิ์กล่าวในฐานะคนคุ้นเคยกับปู่เย็นเป็นอย่างดี
ในขณะที่ สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ
ผู้ดำเนินรายการ คนค้นฅน คนคุ้นเคยกับปู่เย็นอีกคนหนึ่ง
อดที่จะแสดงความห่วงใยต่อปู่เย็นไม่ได้
เพราะวันนี้สังขารของปู่เย็นร่วงโรยไปมากแล้ว
วิถีชีวิตของปู่เย็นเราอย่าไปมองว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่ตลอดเวลา
เพราะว่าในความเป็นจริงมันก็มีเหตุผลความจำเป็นบางอย่างที่ทำให้ปู่ต้องอยู่แบบนั้น
สมมติว่ามันมีตัวแปรอื่นที่ทำให้ปู่ต้องมีโอกาสในชีวิตมากกว่าที่เคยเป็นแล้วไม่ได้มาบังคับแก
แต่เป็นกิจกรรมที่แกร่วมด้วยความสมัครใจก็เป็นการดี
แต่มันมีสิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง นั่นก็คือ ปู่อายุเยอะแล้ว
สุขภาพของปู่ล่าสุดทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด
แล้วปู่เป็นคนที่คงเส้นคงวาในเรื่องของการสูบบุหรี่มาก
การที่นำปู่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ย่อมที่จะมีผลกระทบบ้าง
แต่เท่าที่รู้จักปู่เย็นถ้าสมมติว่าห้วงเวลาที่เหลือปู่ได้มีกิจกรรมที่ปู่ร่วมแล้วสนุกด้วยแกก็คงอยากไป
ถ้าแกไม่เต็มใจไปก็คงไม่ไป
สำหรับการที่นำปู่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อประชาสัมพันธ์จังหวัดนั้นผมมองว่ามันก็เท่านั้นแหละ
เพราะว่าปู่แกจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
ปู่มีชีวิตอยู่โดยไม่รู้ว่าโลกนี้มันมีการทำมาหากินเอาเงินเข้าประเทศจากธุรกิจท่องเที่ยว
ปู่ไม่รู้เรื่องตรงนั้นเลย
แต่ว่าสิ่งที่มันพอจะหยิบชูขึ้นมาให้คนเห็นก็เพียงแค่ให้คนไปเที่ยวเห็นว่าไปเที่ยวเพชรบุรีเพราะเพชรบุรีมีปู่เย็น
ไปดูเหมือนไปดูของแปลกหรือไปดูความประทับใจก็แล้วแต่
ไม่มีใครสามารถเอาปู่ไปทำอะไรได้มากกว่าเอาปู่ไปโฆษณา
สุทธิพงษ์ แสดงความคิดเห็น พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า
คนที่พาปู่ไปต้องใส่ใจในรายละเอียด ต้องดูแลได้
ถ้าดูแลไม่ดีปู่ทุกข์ทรมานแล้วไม่มีใครคอยใส่ใจจากความคิดสร้างสรรค์จะกลายเป็นบาปทั้งขึ้นทั้งล่องเสียเปล่าๆ
ถ้าชีวิตของคนคนหนึ่งทำประโยชน์ไม่ว่าจะในแง่ไหนให้แกผืนแผ่นดินที่ตัวเองอยู่บ้างก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี
แต่การที่คิดจะเอาปู่ไปใช้ในเรื่องของผลประโยชน์ก็คงต้องมีบ้าง
แต่ต้องระวังรัดกุมให้มากๆ
ผู้เฒ่าที่ใครๆ ก็รัก
หลังโด่งดังจากรายการคนค้นฅน ปู่เย็นก็มีคนห่วงใยมากมายจากทั่วประเทศ
โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียกขานตัวเองว่า แก๊งค์คนรักปู่เย็น ที่มีทั้งใกล้และไกล
ซึ่งถ้ามีโอกาสผ่านไปทางเมืองเพชรบุคคลเหล่านี้ก็จะแวะเวียนเยี่ยมเยียนปู่ของพวกเขาอยู่เป็นประจำ
เกรงใจมาทำไมไกลๆ
ปู่เย็นมักจะบอกอย่างนี้เป็นประจำกับคนเดินทางไปเยี่ยมเยียน
นี่ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้จังหวัดเพชรบุรีเลือกปู่เย็นเป็นพรีเซ็นเตอร์ท่องเที่ยวของจังหวัด
ซึ่งเกียรติศักดิ์กล่าวว่า
การเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับทางจังหวัดครั้งนี้ก็เป็นเพราะกระแสคนรักปู่เย็น
ไปไหนใครๆก็ถามถึงว่าปู่ยังสบายดีไหม อยากมาหาปู่ ทางจังหวัดคงเห็นความสำคัญตรงนี้
เท่าที่ทราบมาก็เห็นว่าทางจังหวัดเขาจะมีเงินเดือนให้แต่จะให้ยังไงก็ยังไม่ทราบแน่ชัดเพราะไม่ได้คิดจริงจังตรงจุดนี้
และตนก็ไม่คิดว่าสำหรับปู่เรื่องเงินจะเป็นเรื่องใหญ่ ช่วงที่ออกคนค้นฅนใหม่ๆ
ปู่เคยลองใช้เงินซื้อรถกระบะ ซื้อจักรยานไฟฟ้า
แต่สุดท้ายก็กลับมาอยู่ในเรือเหมือนเดิม
ฉะนั้นปู่จะได้รับเงินเดือนหรือไม่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ
ส่วนปู่เย็นเองก็กล่าวไปในทำนองเดียวกันว่า ไม่ได้คิดอะไร
ตอนนี้ปู่ดีใจที่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ช่วยเมืองเพชรที่ปู่เกิด
ปู่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดเพชรบุรีแล้ว แต่หากใครไปถามปู่เย็นว่า
ทางจังหวัดเพชรบุรีได้ให้เงินเดือนปู่เย็นหรือเปล่า ก็จะได้รับคำตอบว่า
ไม่เอาง่ะ เกรงใจมัน
สั้นๆ ง่ายๆ แต่เด็ดเดี่ยวและแสดงความเป็นตัวตนในปู่เย็นมาอย่างชัดเจน
ซึ่งความเป็นตัวตนของปู่เย็นนั้น สุทธิพงษ์ได้เล่าเพิ่มเติมว่า
ปู่เย็นเคยป่วยเป็นฝีที่มือ ซึ่งใครมาพาไปผ่าก็ไม่ยอมไป
ขนาดผู้ว่าฯมาพาไปปู่ก็ไม่ยอม ปู่เย็นป่วยจนกระทั่งทนไม่ไหว
จนทางโรงพยาบาลต้องมาอุ้มไปผ่าฝีออกถึงค่อยยังชั่วขึ้น
ปู่ให้เหตุผลในการไม่ยอมไปผ่าฝีชนิดที่ใครได้ยินได้ฟังเป็นต้องหัวร่องอหายโกรธแกไม่ลงว่า
มีคนมาขโมยดูดเลือดแกไปขายซึ่งคงจะหมายถึงการที่หมอหรือพยาบาลเจาะเลือดปู่ไปตรวจนั่นเอง
เราจะเห็นว่าบางอย่างปู่เย็นก็ยังเป็นปู่เย็นที่มักจะคิดอะไรไปเอง
ใครจะพูดอะไรแกก็ไม่เชื่อ บนความปรารถนาดีของคนโน้นคนนี้
ปู่อายุมากแล้วคนอายุประมาณนั้นย่อมจะคิดไม่เหมือนกับคนอายุเท่าๆ เรา
สุทธิพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปู่เย็นไม่ชอบให้ใครสงสารปู่
แต่ปู่ชอบสงสารคนอื่น แต่ขณะนี้ปู่ก็ปฏิเสธน้ำใจที่ไหลมาพร้อมชื่อเสียงไม่ได้ ซึ่ง
ณ วันนี้ไม่ว่าปู่จะขยับไปไหนไม่ต้องเกรงว่าปู่จะโดดเดี่ยว ปู่จะไม่มีใคร
เพราะว่ามันมีมามาก
และหากแกเป็นอะไรไปแล้วไม่มีใครเข้าไปดูแลก็อาจจะโดนสังคมต่อว่าต่อขาน
มันมีมิติของความเป็นจริงอยู่ เรื่องนี้แทบจะไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว
นอกจากนี้ สุทธิพงษ์ยังอยากให้สังคมมองชีวิตปู่เย็นในทางมรณานุสติ
เพราะมันเป็นความจริงของชีวิต
ซึ่งการที่ปู่เย็นเดินทางมาถึงจุดนี้ได้เพราะปู่เย็นเป็นคนหนึ่งที่เข้าใจชีวิต
และใช้ชีวิตอย่างนิ่ง รออย่างสงบ คงจะเหมือนดังปรัชญาชีวิตง่ายๆของปู่เย็นที่ว่า
ชีวิตคนเหมือนสะพาน มีขึ้น มีลง มีสูง มีต่ำ
พอสุดท้าย ก็ตาย ________________________________________
ผู้จัดการรายวัน 31 มกราคม 2550
|