carefor_banner024.jpg
อัปเดทล่าสุด : เสาร์ 22 พฤศจิกายน 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 351 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

2 เดือน กับชีวิตในน้ำ "คนชานเมืองกรุง" พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
"อยากจะวอนขอเมตตาจิตผู้มีจิตศรัทธา หากจะบริจาคช่วยเหลือผู้เดือดร้อน มีทุกข์หนักโปรดคิดถึงที่นี่ด้วยเถอะค่ะ... ขอให้ช่วยระบายน้ำออกไปให้พวกเราได้ลืมตาอ้าปาก ได้นอนหลับสบาย ได้อยู่บ้านของตัวเองได้อีกสักครั้งเถอะค่ะ"


โดย สุชาฎา ประพันธ์วงศ์ - เรื่อง พัทรยุทธ ฟักผล - ภาพ

หลังจากที่หลายจังหวัดในลุ่มแม่น้ำเจ้า พระยาต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมหนัก จากน้ำเหนือไหลบ่าปะทะเข้ากับน้ำทะเลหนุน ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำหลายสายล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตร

ไม่เฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเท่านั้น แต่ในพื้นที่ลุ่มหลายแห่งแถบภาคกลางเลยไปถึงนครปฐม เพชรบุรี นับว่าเป็นวิกฤตการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่อีกครั้งในรอบเกือบ 10 ปี

ถึงแม้กรุงเทพมหานครจะผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วม จากการสร้างปราการป้องกัน แต่ในหลายจังหวัดที่อยู่เหนือกรุงเทพฯขึ้นไป และใต้กรุงเทพฯลงมา ต่างประสบกับปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก โดยเฉพาะน้ำท่วมขังในระดับสูงนานนับเดือน

ล่าสุด อำเภอบางเลน จ.นครปฐม ที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมเช่นเดียวกัน และท่วมมานานถึง 2 เดือนแล้ว

สองฝั่งถนนสายที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่เขตอำเภอบางเลน จ.นครปฐม จากเดิมเคยเป็นท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยต้นข้าวและพืชสวนที่กำลังรอการเก็บเกี่ยวในอีกไม่ช้า กลายเป็นทะเลสาบ สายน้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรใน 3 ตำบล ซึ่งได้แก่ ตำบลบางภาษี ตำบลคลองนกกระทุง และตำบลนราภิรมย์ ซึ่งชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมมากว่า 2 เดือนแล้ว

ชาวบ้านบางคนต้องอพยพไปอาศัยอยู่บนถนน เพราะบ้านถูกน้ำท่วมจนมิดหลังคา และเจ้าตัวเองไม่อยากอพยพไปไกลจากบ้าน เพราะไม่อยากทิ้งบ้านไปไหน บางคนยกพื้นกระดานบ้านให้สูงขึ้น เพื่อใช้อาศัยชั่วคราว รอน้ำลด

จากการสอบถามชาวบ้าน แม้ว่าแต่ละคนจะเตรียมรับมือกับน้ำท่วมไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าปริมาณน้ำจะมากขนาดนี้

ชาวบ้านพยายามสร้างคันดินป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้าน แต่ป้องกันไว้ได้ไม่นาน คันดินก็ทลายลง เพราะระดับน้ำไต่ระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆ ข้าวของเครื่องใช้ โดยเฉพาะเครื่องมือการเกษตร เครื่องจักรกล ชาวบ้านก็ต้องปล่อยให้จมน้ำอยู่อย่างนั้น เพราะไม่รู้จะขนไปเก็บไว้ที่ไหน

ชีวิต 2 เดือนที่ต้องอยู่ในบ้านที่รายล้อมไปด้วยน้ำ ซึ่งน้ำที่ขังมานานเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขุ่น ส่งกลิ่นเหม็น ทำให้ชาวบ้านมีอาการเครียด วิตกกังวล เพราะไหนจะต้องคอยเฝ้าระวังข้าวของไม่ให้น้ำทำลายเสียหายแล้ว สภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ก็เป็นทุกข์ เพราะไม่สะดวกสบาย

Image
สมนึกกับลูกชายที่พิการ (ภาพบน)
พายเรือส่งลูกหลานไปเรียน(ภาพกลาง)
ชาวบ้านใช้เรือในการสัญจร(ภาพล่าง)

จำลอง ศรีคงคช ชายวัย 57 อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ 8 หมู่บ้านคลองพระมอ ต.นราภิรมย์ อ.บางเลน จ.นครปฐม กำลังขนกระสอบทรายมาล้อมบ้านไว้ทั้งที่น้ำก็ทะลักเข้าท่วมบ้านหายไปแล้วเกือบครึ่งหลัง พูดในขณะที่ตัวยังแช่อยู่ในน้ำ ว่า อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดเพิ่งจะเห็นครั้งนี้ที่น้ำท่วมหนักมากขนาดนี้ ต้องขนย้ายข้าวของกันถึง 3 รอบแล้ว น้ำท่วมมาเดือนกว่าๆ แล้ว

"ตอนนี้ความช่วยเหลือดูจะห่างหายไปแล้ว ชาวบ้านต้องช่วยกันเอง สร้างคันดินกั้นน้ำไว้ไม่ให้ท่วมถนนบางส่วน เพราะยังต้องอาศัยถนนในการเดินทาง และบางส่วนก็ให้คนไปอยู่บนถนน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้านได้นานแค่ไหน ตอนนี้พวกเราลำบากมาก อาหารการกินก็เก็บผักบุ้งที่ลอยพ้นน้ำขึ้นมากินไปก่อน และใช้ตาข่ายดักปลามากินประทังชีวิต รายได้ตอนนี้ก็ไม่มี เพราะผักบุ้งที่ปลูกไว้ขายจมน้ำไปหมดแล้ว น้ำอาบ น้ำกินก็เป็นปัญหา เนื่องจากน้ำประปาใช้ไม่ได้"

สิ่งที่จำลองอยากได้ตอนนี้ คือความช่วยเหลือจากทางราชการ เพราะกำลังขาดแคลนอาหารมาก ไม่มีอะไรกิน ข้าวของที่องค์กรสาธารณกุศลและทางหน่วยงานรัฐนำมาแจกจ่ายนั้น ไม่พอแจก และกว่าจะเดินทางไปรับของได้ก็ลำบากมาก

Image
เอกชนช่วยกันเสริมคันดินไม่ให้น้ำท่วมถนน (ภาพบน)
แม่สุนัขหนีน้ำไปออกลูกเชิงสะพาน (ภาพกลาง)
ลุงเจียนกับสุนัขตัวโปรด (ภาพล่าง)

อีกคน เจียน นราดิษฐ์ ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่าน หนาวมาจนถึง 88 รอบปี นั่งทอดอาลัยอยู่บนพื้นกระดานไม้ที่ยกสูงขึ้นมาให้พ้นน้ำที่ท่วมบ้าน


ครั้งแรกที่เจอ ทีมข่าวมติชน ก็ดีอกดีใจนึกว่ามาจากหน่วยงานราชการที่ไปให้ความช่วยเหลือ แต่เมื่อทราบเรื่องราวก็ผิดหวัง แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีรอยยิ้มเพราะอย่างน้อยเจียนบอกว่าก็ยังมีคนมาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน

รอบๆ บ้านเจียน พื้นที่กลายเป็นทะเลสาบขาวโพลนระยิบระยับ เพราะประกายน้ำต้องแสงแดด ชายชรา เล่าว่า ผ่านวิกฤตน้ำท่วมมาแล้วถึง 3 ครั้ง เคยเจอหนักที่สุดจนต้องย้ายขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน แต่คราวนี้ยังน้อยกว่าครั้งโน้น แต่ก็ลำบากอยู่ไม่น้อย เพราะน้ำดื่มน้ำใช้ไม่มีเลย ตุ่มเก็บน้ำดื่มจมน้ำไป แล้วและที่เหลืออยู่ก็ไม่รู้ว่าจะพอใช้ไปได้อีกกี่วัน

"เด็กๆ ก็ต้องพายเรือไปโรงเรียน และต้องระวังกันอย่างมากกับโรคที่มากับน้ำ ผู้ใหญ่ก็เครียดกลัวว่าเด็กจะตกน้ำตกท่า เพราะพื้นกระดานที่เรายกขึ้นมา ให้พ้นน้ำ มีไว้สำหรับนอนและเก็บข้าวของบางส่วนเท่านั้น"

เรื่องอาหารการกิน ลุงเจียนบอกว่ายังพอมี เพราะใช้ตาข่ายดักปลานำมาทำเป็นอาหาร การขับถ่ายต้องพายเรือออกไปขับถ่ายให้ไกลบ้าน ด้วยการถ่ายลงน้ำนั่นแหละ เพราะไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน เพราะมีแต่น้ำเต็มไปหมด ไม่เหมือนที่อื่นๆ ที่เขามีบริการเรือสุขา แต่พื้นที่ย่านนี้ไร้คนเหลียวแล

"ถึงน้ำจะท่วมบ้านทำให้เราต้องลำบากเดือดร้อน แต่ก็ยังเดือดร้อนไม่เท่ากับที่น้ำทะลักเข้าท่วมไร่นาเสียหายหนัก นาบางแปลงกำลังจะเก็บเกี่ยวก็ถูกน้ำท่วมจนมิด ก่อนหน้านี้บางคนต้องเร่งเก็บเกี่ยวก่อนที่น้ำจะมาทำให้ผลิตที่ได้ไม่ดีพอ"

"อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบมาดูแลชาวบ้านบ้าง ตอนนี้นาน 2 เดือนแล้ว น้ำยังไม่ลดลงเลย ยิ่งนานยิ่งจะบ้า เพราะไม่รู้จะอยู่อย่างไร" ลุงเจียนบอกเสียงท้อแท้

ด้านหญิงสาวกับลูกชายที่พิการ ซึ่งบ้านถูกน้ำท่วมมานานไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เธอชื่อ สมนึก แก่นจันทร์ อายุ 49 ปี นอกจากชีวิตที่ลำบากเพราะ มีลูกพิการแล้ว ยังมาเจอชะตากรรมน้ำท่วมบ้านและชีวิตที่ต้องต่อสู้เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายอย่างยากลำบาก เพราะขายก๋วยเตี๋ยวไม่ได้ เนื่องจากน้ำท่วม

สมนึกเล่าว่า นอกจากไม่มีรายได้แล้ว เรือก็ไม่มีใช้ จะไปไหนมาไหนลำบาก แล้วยังต้องคอยระวังระดับน้ำ ถ้าน้ำขึ้นสูงต้องขยับลูกชายให้พ้นจากน้ำ เพราะลูกไปไหนก็ไม่ได้ ตอนนี้ได้แต่รอว่าจะมีใครมาช่วยเหลือบ้าง ถนนตอนนี้ก็กลายเป็นคลองไปแล้ว

"ตอนนี้มาขายลูกชิ้นปิ้งแทนพอประทังไปได้ เอาไปวางขายที่สะพาน อยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วยังไม่เคยเจอหนักขนาดนี้ สงสารก็แต่ลูก เพราะก่อนหน้านี้ครอบครัวเราลำบากมากอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งลำบากมากกว่าเดิมหลายเท่า"

สมนึกยังบอกด้วยว่า ข้าวของที่ทาง อบต.นำมาแจกจ่ายไม่เพียงพอ เพราะคนที่ลำบากมีมาก และกว่าจะเดินทางไปรับได้ พอไปถึงของแจกก็หมดแล้ว

"อยากจะวอนขอเมตตาจิตผู้มีจิตศรัทธา หากจะบริจาคช่วยเหลือผู้เดือดร้อน มีทุกข์หนักโปรดคิดถึงที่นี่ด้วยเถอะค่ะ และหน่วยงานที่รับผิดชอบขอให้ช่วยระบายน้ำออกไปให้พวกเราได้ลืมตาอ้าปาก ได้นอนหลับสบาย ได้อยู่บ้านของตัวเองได้อีกสักครั้งเถอะค่ะ"

ความทุกข์ของชาวบ้านชานเมืองกรุง อาจเป็นผลพวงที่เกิดจากการป้องกันไม่ให้น้ำท่วมกรุงเทพฯชั้นใน เมื่อฝ่ายหนึ่งไม่ต้องทุกข์ ไม่ต้องเดือดร้อน ในขณะที่อีกฝ่ายอยู่ในลักษณะตรงกันข้าม สิ่งที่จะเชื่อมโยงประสานให้ทั้งสองฝ่ายอยู่ด้วยกันได้ในลักษณะที่แตกต่าง

คือ "มิตรจิตมิตรใจ" ที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน


______________________________
มติชน วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10488

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License