carefor_banner035.jpg
อัปเดทล่าสุด : เสาร์ 30 สิงหาคม 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก arrow ปันน้ำใจ arrow 7 วิธีช่วยคนอื่น... เรียนรู้จากเด็กด้อยโอกาส : ลุงริศเขียน
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ผู้คน
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
เว็บบอร์ดบ้านใส่ใจ
สมุดเยี่ยม-ทักทายกัน
แรงบันดาลใจของ Carefor
ส่งข้อความถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 151 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

7 วิธีช่วยคนอื่น... เรียนรู้จากเด็กด้อยโอกาส : ลุงริศเขียน พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
เด็กๆด้อยโอกาสที่มาเรียนที่นี่ ตัดสินใจว่าจะบริจาคเงินจำนวน 2,000 บาท เพื่อช่วยเด็กๆที่รับเคราะห์กรรมจากสงครามในเลบานอน... เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้คือ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเด็กที่ด้อยโอกาส แต่พวกเขาก็คิดถึงคนอื่น... ยังมีเด็กๆ ยังมีคนที่ด้อยโอกาสมากกว่าพวกเขา และพวกเขาสามารถให้ความช่วยเหลือคนอื่นได้...



โดย นริศ มณีขาว

มีเพื่อนๆ พี่ๆ และหลายๆท่านที่ผมพบ หรือที่โทรมาหาผม หรือที่ส่งอีเมลถึงผมถามผมเหมือนๆกันว่า อยากช่วยเด็กๆ อยากช่วยคนกำลังลำบาก ตกทุกข์ได้ยาก จะติดต่อไปที่ไหนได้บ้าง รวมถึงน้องๆนักเรียน นักศึกษา เยาวชนอีกหลายคน หลายกลุ่มถามผมมาว่า อยากช่วยเด็กๆและคนที่ขาดโอกาสในสังคมเหมือนกัน แต่ไม่มีเงินที่จะบริจาค จะช่วยได้ไหม และจะช่วยได้อย่างไรบ้าง…

หลายปีที่ผ่านมาผมมีโอกาสพบปะ เสวนา และทำงานร่วมกับพี่น้องผู้นับถือศาสนาต่างๆที่ทำงานรณรงค์เพื่อให้ผู้คนในสังคมได้แสดงความรัก ความใส่ใจต่อกันในฐานะที่เราเป็นมนุษย์ด้วยกัน เป็นพี่น้องร่วมโลกร่วมสังคม มีหัวใจ มีจิตใจ มีความรู้สึก มีความทุกข์ มีน้ำใจ มีพลังใจ มีความหวัง ความใฝ่ฝันที่อยากให้ชีวิต และโลกนี้มีความดีงาม มีความงดงามมากยิ่งขึ้น...

จนเมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมพบกับเด็กเล็กๆกว่า 70 คนที่ศูนย์ธารชีวิต พัทยา ทั้งหมดเป็นเด็กยากจน พ่อแม่ทำงานรับจ้างเป็นกรรมกรก่อสร้าง ขับมอเตอร์ไซด์ เดินเร่ขายของตามชายหาด ฯลฯ หลายคนอยู่กับแม่ ไม่มีพ่อ ไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ ทางศูนย์ธารชีวิตที่ดูแลโดยคณะซิสเตอร์ศรีชุมพาบาลจึงรับมาดูแลให้เด็กได้เรียนในระดับอนุบาลและระดับประถม

ผมมีความประทับใจในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการตัดสินใจของสภาเด็กที่นี่... คือ เด็กๆจะมีสภาเด็กที่จะพูดคุยกันและเสนอความคิดเห็นร่วมกัน หนึ่งในการตัดสินใจของเด็กๆที่ขาดโอกาสเหล่านี้คือ เด็กๆตัดสินใจว่าจะบริจาคเงินจำนวน 2,000 บาทเพื่อช่วยเด็กๆที่รับเคราะห์กรรมจากสงครามในเลบานอน... จำนวนเงิน 2,000 บาทนี้อาจเป็นจำนวนเงินที่ไม่มากนักในสายตาของเรา

แต่เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้คือ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเด็กที่ด้อยโอกาส แต่พวกเขาก็คิดถึงคนอื่น... ยังมีเด็กๆ ยังมีคนที่ด้อยโอกาสมากกว่าพวกเขา และพวกเขาสามารถให้ความช่วยเหลือคนอื่นได้...

แรงบันดาลใจและความมีน้ำใจดีที่คิดถึงคนอื่น แม้ว่าตัวเองจะยังขาดโอกาสอยู่ของเด็กๆที่ช่วยเด็กๆด้วยกันในครั้งนี้ รวมกับคำถามที่ผมได้รับฟังมาข้างต้น และการมีโอกาสทำงานร่วมกับพี่น้องผู้นับถือศาสนาต่างๆ ผมจึงเรียบเรียง 7 วิธีช่วยคนอื่นมาเล่าให้ทุกๆท่านฟังอย่างนี้ครับ

1) เยี่ยมเยียนหรือทำอาหารเลี้ยงเด็กกำพร้า

เพื่อนผมคนหนึ่ง ชวนเพื่อนๆไปเยี่ยมเด็กยากจนที่สถานสงเคราะห์เด็กแห่งหนึ่ง ต่อมาก็ลงขันช่วยกันทำอาหารไปเลี้ยงเด็ก... มีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆอีกหลายท่านก็ทำเช่นเดียวกันครับ โดยบางกลุ่มก็ไปเยี่ยม ไปเลี้ยงอาหาร เลี้ยงขนมเด็กกำพร้า เด็กพิการ เด็กติดเชื้อ HIV ฯลฯ

2) กิจกรรมสันทนาการ

น้องๆนักศึกษากลุ่มหนึ่งทำกิจกรรมด้านการจัดสันทนาการมาก่อน อย่างการเล่นเกมสนุกสนาน การเล่านิทาน เล่านิทานหุ่นมือ สอนร้องเพลงประกอบท่าทาง สอนวาดภาพ ก็เลยไปจัดกิจกรรมให้เด็กๆที่ต้องพักพื้นในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในช่วงสายๆวันอาทิตย์...

กิจกรรมสันทนาการแบบนี้ ยังเป็นที่ต้องการอีกมากครับ โดยเฉพาะในสถานสงเคราะห์ต่างๆ ถ้าท่านสนใจ ท่านสามารถติดต่อสถานสงเคราะห์ต่างๆไปจัดกิจกรรมสันทนาการให้เด็กได้เช่นกันครับ

3) เยี่ยมเยียน ดูแล หรือจัดสันทนาการให้กับผู้สูงอายุ

ผมเคยไปร่วมกับเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่ไปเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุที่สถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุแห่งหนึ่งทุกๆวันอาทิตย์ ได้เห็นรอยยิ้ม ยินเสียงหัวเราะ เสียงร้องเพลง และการพูดคุยกันของเยาวชนกับผู้สูงอายุ นอกนั้นน้องๆเยาวชนยังป้อนอาหาร ตัดเล็บ ตัดผมให้กับผู้สูงอายุอีกด้วย

การเยี่ยมและดูแลผู้สูงอายุนี้นอกจากผู้ไปเยี่ยมจะเกิดความสุขใจแล้ว บ่อยครั้งยังได้รับแรงบันดาลใจใหม่ๆจากการพูดคุยกับผู้สูงอายุด้วย เพราะท่านมักมีเรื่องเล่าต่างๆให้เราฟังด้วยเช่นเดียวกัน
 
4) บริจาคเสียง
 
น้องนักศึกษากลุ่มหนึ่งอยากทำอะไรให้เป็นประโยชน์กับคนอื่น แต่ไม่สะดวกที่จะเดินทางมาตามสถานสงเคราะห์ต่างๆ จนในที่สุดพวกเขาก็มาพบงานอาสาสมัครช่วยอ่านหนังสือบันทึกเสียงให้คนตาบอดของห้องสมุดคนตาบอด (เบอร์โทรศัพท์ 02-248-0555 และ 02-246-3835 ต่อ 200 และ 201 http://www.tab.or.th)

การอ่านหนังสือบันทึกเสียงทำได้ที่บ้าน เป็นอาสาสมัครใช้เสียงของท่านเพื่อช่วยคนอื่น ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์กับผู้พิการด้านสายตาแล้วยังเป็นประโยชน์กับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการอื่น ๆ รวมทั้งบุคคลทั่วไปที่ไม่สามารถอ่านหนังสืออีกด้วย

5) ทำความดีกับคนรอบข้าง ตอบแทนความดี และปรับความเข้าใจ

บ่อยๆครั้งเราเอาใจใส่คนอื่น แต่คนใกล้ตัว คนรอบข้างที่เราอยู่ด้วยกันหรือพบกันอยู่ทุกวัน เรากลับละเลย ไม่ให้ความใส่ใจโดยไม่ตั้งใจ... เคยได้ยินผู้ใหญ่ท่านหนึ่งพูดว่า "ตอนยังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่ค่อยได้ให้เวลากัน ไม่ค่อยได้ดูแลกัน พอตายจากกันก็มาร้องไห้ อย่างนี้จะมีประโยชน์อะไร" เป็นคำพูดที่เตือนใจเราอย่างตรงไปตรงมาอยู่มากครับ "ทำไมเราไม่ทำดีให้กันในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่..."

ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ พี่น้อง ลูกหลาน มักเป็นบุคคลที่เราละเลยไปโดยไม่ตั้งใจ การหันกลับมาดูแลเอาใจใส่ก็สามารถทำได้ไม่ยาก อย่างเช่นไต่ถามสุขทุกข์กันและกันเพื่อจะได้ทราบว่า เราจะช่วยอะไรกันได้บ้าง "เรียนเป็นอย่างไรบ้าง" "ทำงานเหนื่อยไหม" "สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง" "กินข้าวแล้วหรือยัง" ...พร้อมกับส่งยิ้มให้กัน...

นอกนั้นการตอบแทนความดีที่เราได้รับมาจากคนรอบข้าง รวมทั้งการปรับความเข้าใจกัน โดยเฉพาะในกรณีที่เคยมีเรื่องไม่พอใจกัน ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่นำสันติสุขในจิตใจมาให้กับทั้งตนเองและคู่กรณี

6) แนะนำและพูดดีทำดีให้กัน

ท่านที่เป็นเป็นพ่อแม่ หรือเป็นผู้ใหญ่ก็มีเวลาให้ลูกหลานสม่ำเสมอ ดูแลเอาใจใส่ความเป็นไปของลูกๆ อย่างพอเหมาะพอดี ไม่ปล่อยทิ้งตามยถากรรม หรือบังคับเคี่ยวเข็ญจนเกินเหตุ ไม่ใช้ความรุนแรงกับลูก สอนลูกให้รู้จักรับผิดชอบ ช่วยเหลือตัวเองได้ มั่นใจในตัวเอง เปิดโอกาสให้ลูกได้คิดเองบ้าง พร้อมกับสอนให้ลูกได้เรียนรู้เรื่องการรู้คุณและตอบแทนคุณ การเลี้ยงดูพ่อแม่ยามแก่เฒ่า ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การสอนให้ลูกนึกถึงส่วนรวม รับผิดชอบต่อสังคม และเอื้อเฟื้อแก่คนรอบข้าง

ถ้าเป็นลูกก็น้อมรับ เรียนรู้ และช่วยเหลือพ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ตามความสามารถ ถ้าเป็นพี่ก็แนะนำ พูดดีทำดี ให้เวลากับน้องๆของท่านอย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกัน

7) เรียนรู้ที่จะรักและเข้าใจ "คนอื่น"

เรียนรู้ที่จะรัก เมตตา และยอมรับบุคคลที่สังคมมักตั้งข้อรังเกียจ อย่างเช่น ผู้ติดเชื้อ HIV ผู้ที่เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้หญิง เด็ก คนกลุ่มน้อยทางเชื้อชาติ ตลอดจนผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง ศาสนา และเรื่องเพศ

ปัจจุบันเรารับรู้เรื่องราวและความทุกข์ของคนในสังคมจากสื่อต่างๆได้มากขึ้น ซึ่งช่วยให้เราเกิดความเข้าใจและเห็นใจผู้คนเหล่านี้ในฐานะที่เขาเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับเรา

อ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ... ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านอาจมีอะไรๆที่ท่านอยากทำเพื่อคนอื่นอยู่ในใจแล้วก็เป็นได้... ผมขออวยพรให้ทุกท่านมีกำลังใจ มีแรงบันดาลใจที่จะช่วยคนอื่นตามเสียงในหัวใจของท่านนะครับ แล้วเขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ…

_____________________________
ข้อมูลบางส่วนจาก ฉลาดทำบุญ พระชาย วรธม.โม , พระไพศาล วิสาโล โดย เครือข่ายชาวพุทธเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคมไทย (ค.พ.ส.)

ความคิดเห็น
ได้คิด
เขียนโดย pornpan เมื่อ 2006-09-07 20:31:12
ทำไมนะกับคนอื่นทำดีได้ อดทนได้ ให้กำลังใจได้...แต่คนใกล้ตัวตรงกันข้ามหมดเลย...แย่จังนะคะ... อ่านบทความแล้วทำให้ได้คิดค่ะว่าเราลืมใส่ใจคนใกล้ตัวไปมากที่ส ุดเลยนะ...ว่าแล้วจะเริ่มต้นวันนี้เลยนะคะ
ดี ดี
เขียนโดย karat_fai เมื่อ 2006-09-15 22:05:53
เห็นด้วยค่ะ
ใช่ๆ
เขียนโดย lee เมื่อ 2006-09-20 19:47:20
ใช่ค่ะ คิดทำให้คนอื่น คนใกล้ตัวกับทำตรงกันข้าม เห็นด้วยๆค่ะ
ช่วยกัน ๆ
เขียนโดย ป้าจี๊ด เมื่อ 2006-10-05 20:19:47
อยากให้ช่วยกันทำความดี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ลดความอยากลงกันบ้าง โลกจะสดใสขึ้นเยอะเลยน่ะ
ใกล้เกลือกินด่าง ใช่ได้ไหม
เขียนโดย soy เมื่อ 2007-08-01 14:20:46
คนเรามักมองไม่เห็น ความดีความสำคัญของคนที่อยู่ใกล้ตัว  
ควรหันมาใส่ใจคนใกล้ตัวและคนรอบข้างกันบ้าง

เชิญแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:



กรุณาใส่รหัสที่เห็น:* Code

ขับเคลื่อนโดย อโกคอมเม้นท์ ๒.๐!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License