carefor_banner004.jpg
อัปเดทล่าสุด : เสาร์ 22 พฤศจิกายน 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก arrow ตั้งสติ arrow 11วิธีช่วยคนอื่น : ไม่ต้องสละเงินก็ช่วยคนอื่นได้...
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 269 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

11วิธีช่วยคนอื่น : ไม่ต้องสละเงินก็ช่วยคนอื่นได้... พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
มีหลายๆๆท่านถามมาว่า อยากช่วยเด็กๆ อยากช่วยคนอื่น แต่ไม่ค่อยมีเงิน จะช่วยได้ไหม และจะช่วยได้อย่างไร ลองดู 11 วิธีช่วยคนอื่นดูนะครับ มีคำตอบดีๆให้ท่านครับ....



เรามักคุ้นเคยกับการทำบุญแบบเสียเงิน
จนคิดว่าการทำบุญมีแต่เฉพาะเรื่องการให้ทาน

มีวิธีที่ไม่ต้องเสียทรัพย์ก็เป็นบุญ

คนที่วิตกกังวลว่าเงินบริจาคจะถูกใช้ไปในจุดประสงค์อื่น
ที่ไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่ต้องวิตกกังวลอีกต่อไป
เพราะต่อไปนี้คือวิธีทำบุญแบบไม่ต้องบริจาคเงิน


1) ทำอาหารเลี้ยงเด็กกำพร้า

หาโอกาสเหมาะๆลงขันกับเพื่อนทำอาหารไปเลี้ยงเด็ก
ตามสถานสงเคราะห์ต่างๆ อาทิ
เด็กพิการ เด็กกำพร้า เด็กติดเชื้อ HIV ฯลฯ

นอกจากจะได้บุญแล้วยังเป็นการอวดเสน่ห์ปลายจวักให้เด็กๆ
ได้ลิ้มรสอาหารจากฝีมือของคุณอีกต่างหาก


2) กิจกรรมสันทนาการ

หากคุณเป็นนักกิจกรรมเก่ามาก่อน
ลองหาเวลาว่างไปทำกิจกรรมสันทนาการกับ
เด็กๆตามสถานสงเคราะห์ต่างๆดูสิ

เพราะตามสถานสงเคราะห์ต่างๆเหล่านี้
เขาต้องการอาสาสมัครไปช่วยงานอยู่แล้ว

อาจจะไม่จำเป็นต้องเล่นเกมส์
จะเป็นการวาดภาพ เล่านิทาน นิทานหุ่นกระบอก
นิทานหุ่นมือหรืออะไรก็ได้ที่คุณถนัด

แล้วแต่ว่าคุณมีความสามารถอะไร
จะให้ความบันเทิงและมีสาระแก่เด็กๆ


3) สันทนาการกับผู้ใหญ่

ใช่ว่าจะมีแต่เด็กเท่านั้นที่ชอบสันทนาการ ผู้ใหญ่ก็ชอบเหมือนกัน

แต่ผู้ใหญ่ในที่นี้หมายถึงบุคคลที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ คงเคยเห็นนักดนตรีชื่อดังอาสาเข้าไปเล่นดนตรีให้คนในเรือนจำฟัง

นั่นแหละ….เดี๋ยวนี้มีกลุ่มละครบางกลุ่มติดต่อเข้าไป
เล่นละครให้ชาวคุกได้ชมเหมือนกัน

หากคุณมีความสามารถในการแสดง บันเทิง หรือสาระที่เป็นประโยชน์ก็สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เรือนจำเข้าไปแสดงได้

จะได้เป็นการช่วยผ่อนคลายความเครียด
และความซึมเซาอันเกิดจากการถูกจองจำ

หรืออยากจำทำบุญด้วยการทำอาหารไปเลี้ยงผู้ถูกคุมขังในเรือนจำก็ได้ เพราะปกติแล้วอาหารในเรือนจำนั้นคงทราบกันดีว่าไม่ชวนให้เจริญอาหารเท่าไรนัก การนำอาหารไปเลี้ยงผู้ถูกคุมขังก็เป็นเรื่องที่เรือนจำสนับสนุนอยู่แล้ว


4) เยี่ยมคนชรา

ไม่มีใครที่ไม่แก่ การไปเยี่ยมคนแก่หรือ
แม้แต่นำอาหารไปเลี้ยงท่านเหล่านั้นที่บ้านพักคนชรา จึงเป็นทั้งบุญและเป็นการให้สติตัวเองไปด้วยในตัว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้สติปัญญาว่าคนเราต้องแก่เฒ่าหนังเหี่ยวย่น

สำหรับคนชรายังไม่ค่อยเห็นมีใครเอาดนตรีเข้าไปเล่นให้ฟังบ้าง เรามักเข้าใจว่าโลกของคนแก่จำกัดอยู่แค่ความเงียบสงบเท่านั้น

ที่จริงยังมีดนตรีอีกหลายประเภทที่คนชราก็น่าจะฟังได้ไม่ขัดหู อย่างเช่น
ขลุ่ย ไวโอลิน หรือกีต้าร์โฟล์คเบาๆ

ใครมีความสามารถตรงนี้ก็ลองท้าทายตัวเองหน่อย
คนทุกเพศทุกวัยล้วนมีดนตรีในหัวใจ

เขาจะได้ไม่ถูกเลือกปฏิบัติให้อยู่ในโลกของความเงียบเหงา
เหมือนกับที่ถูกพามาส่งให้อยู่ที่บ้านพักคนชราอย่างนี้


5) ครูข้างถนน

ครูข้างถนนก็เป็น "บุญ" หนึ่งที่คุณก็สามารถทำได้
อย่างน้อยก็ช่วยให้เด็กข้างคนหนึ่งมีเพื่อน
มีคนที่รับฟังและพร้อมจะเข้าใจเขา


6) บริจาคเสียง

เป็นบุญอีกวิธีหนึ่ง
คือการอ่านออกเสียงบันทึกใส่เทปเป็นห้องสมุดเสียง

อันนี้เป็นโครงการที่มีอยู่แล้วของมูลนิธิคอลฟิลด์เพื่อคนตาบอด เปิดโอกาสให้คนตาดีช่วยอ่านหนังสือบันทึกเสียงใส่เทปคาสเซ็ท

เทปคาสเซ็ทนี้ก็จะเก็บไว้สำหรับคนตาบอดได้เลือกฟัง
ในห้องสมุดเพื่อคนตาบอด

ช่วยให้คนตาบอดได้มีโอกาสอ่านหนังสือได้มากขึ้นโดยคนตาดีอ่านให้ฟัง


7) เป็นอาสาสมัครในวัด

หากมีเวลาว่าง และอยากบริหารเวลามาใช้ในงานบุญบ้าง ลองหันไปเป็นอาสาสมัครให้กับวัดที่ทำงานพัฒนาให้กับชุมชนดูบ้าง

เช่น วัดที่ดูแลเลี้ยงเด็กกำพร้า วัดที่ดูแลผู้ป่วยเอดส์
วัดที่จัดงานปฏิบัติธรรม หรือไม่ก็เป็นอาสาสมัครในชุมชน


8) ทำความดีกับคนรอบข้าง

พ่อแม่ พี่น้อง ลูกหลาน มักเป็นบุคคลที่เราละเลยไปโดยไม่ตั้งใจ

การหันกลับมาดูแลเอาใจใส่ก็เป็นอีกบุญหนึ่งที่สามารถทำได้ง่าย

ความต่างวัยระหว่างวัยรุ่นกับคนแก่ ระหว่างพี่กับน้อง ระหว่างเพศชายเพศหญิงและอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างกัน

ระหว่างสถานภาพในครอบครัว ระหว่างความเชื่อที่ยึดถือ
ถึงแม้จะอยู่ในรั้วบ้านเดียวกัน

ความต่างเหล่านี้เราสามารถสานความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นได้
ด้วยการถามอย่างใส่ใจบ้างว่า

"เรียนหนังสือเป็นอย่างไรบ้าง"
"ทำงานเหนื่อยบ้างไหม"
"สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง"
"กินข้าวแล้วหรือยัง"

...พร้อมกับส่งยิ้มให้หนึ่งยิ้ม ...


คนเราเมื่อเจอกันทุกวันมักไม่เห็นคุณค่าของกันและกัน
จนวันหนึ่งต้องจากไป
นั่นแหละจึงทำดีให้กันในวาระสุดท้าย

ทำไมเราไม่ทำดีให้กันตั้งแต่ยังมีลมหายใจอยู่...


9) แนะนำพร่ำสอนความดีให้กัน

การเป็นพ่อแม่ที่มีความรับผิดชอบก็เป็นบุญวิธีอันหนึ่ง

พ่อแม่ที่ดี คือพ่อแม่ที่มีเวลาให้ลูกสม่ำเสมอ
ดูแลเอาใจใส่ความเป็นไปของลูกๆ อย่างพอเหมาะพอดี

ไม่ปล่อยทิ้งตามยถากรรม
หรือบังคับขู่เข็ญจนเกินเหตุ

ไม่ใช้ความรุนแรงกับลูก
สอนลูกให้รู้จักรับผิดชอบ
ช่วยเหลือตัวเองได้ มั่นใจในตัวเองดี
เปิดโอกาสให้ลูกได้คิดเองบ้าง

พร้อมกับสอนให้ลูกได้เรียนรู้เรื่องกตัญญูกตเวที
คือรู้คุณและตอบแทนคุณ

โดยเฉพาะเรื่องการเลี้ยงดูพ่อแม่ยามแก่เฒ่า
ซึ่งนับเป็นเรื่องสำคัญในระดับครอบครัวจริงๆ

และที่ไม่ควรลืมคือ สอนให้ลูกนึกถึงส่วนรวม
รับผิดชอบต่อสังคม และเอื้อเฟื้อแก่คนรอบข้าง


10) ตอบแทนความดี ปรับความเข้าใจ

ความดีที่เราได้รับมาจากผู้อื่นเป็นหนี้ความดีที่ค้างชำระ

การตอบแทนความดีต่อผู้มีอุปการะ นอกจากจะเป็นการแสดงความกตัญญูรู้คุณแล้วก็ยังเป็นบุญอยู่ในตัวเอง เป็นการสร้างความสัมพันธ์ในบุญให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้นระหว่างเรากับเขาผู้อุปการะ

และเช่นกันในความขุ่นข้องหมองใจบางอย่างก็เป็นหนี้กรรมค้างชำระได้

การปรับความเข้าใจ
เผยความในใจกับเขาที่เคยมีเรื่องไม่พอใจกันก็ยังไม่พ้นเรื่องของบุญ บุญนี่กินอาณาเขตกว้างขวางจริงๆ


11) เรียนรู้และเข้าใจ "เขา"

ให้ความรัก ความเมตตา ความเข้าใจ
และการยอมรับต่อบุคคลผู้ติดเชื้อ HIV
รวมทั้งบุคคลที่ได้รับความกดดันจากสังคมในรูปแบบอื่น

คนที่เพิ่งออกจากเรือนจำ คนชรา ผู้หญิง เด็ก คนกลุ่มน้อยทางเชื้อชาติ
ตลอดจนผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง ศาสนา และเรื่องเพศ


ทุกวันนี้โลกเปิดเผยมากขึ้น
ทำให้เราได้รับรู้ว่าโลกสีหม่นของคนบางกลุ่มที่สังคมหันหลังให้นั้น
ขาดชีวิตและสีสันอย่างไร

การไม่ยอมรับก็คือบาปและความรุนแรงอย่างหนึ่ง
บ่อยครั้งที่คนเราส่งบาปให้กันโดยไม่รู้ตัว

อันนำไปสู่ความรุนแรงอื่นๆ

เป็นการดีกว่าหากเราหันมาเปิดใจเข้าใจเขา
เรียนรู้ความแตกต่างด้วยเมตตา

เพราะเขาก็คือ
คนใกล้ตัวในสังคมที่เราต้องคอยดูแลเอาใจใส่ส่งบุญให้กัน


-------------------------------------------------

"คนไทยส่วนมากยังอยู่ในชนบท
และคนทุกท้องถิ่นมีชุมชนของตนทุกคน
ควรถือเป็นสำคัญว่า

ไม่ว่าจะทำบุญอะไรก็ตามที่คิดว่าสำคัญ
และก่อนจะไปทำบุญใหญ่โตที่ไหน

ขอให้ถามกันว่า
พวกเราสามารถทำบุญขั้นพื้นฐานได้สำเร็จหรือไม่

บุญพื้นฐานที่ว่านี้คือ
กิจกรรมที่จะทำชุมชนให้อยู่ดี และทำชีวิตให้งอกงาม

เครื่องพิสูจน์ความสามารถในการรื้อฟื้นระบบการทำบุญคือ

1) หันมาทำบุญที่เกื้อกูลต่อชีวิตชุมชนขึ้นเป็นพื้นฐาน

2) ทำบุญเหล่านั้นให้สำเร็จด้วยความร่วมแรงร่วมใจสามัคคี

3) ทำวัดที่มีอยู่ของชุมชนให้เป็นนาบุญที่แผ่ขยายคุณภาพชีวิตไปทั่วถึงทุกคน


ถ้าทำ 3 ข้อนี้ได้
บุญที่แท้อันถูกต้องตามความหมายจะกลับคืนมาอย่างมีชีวิตชีวา

สังคมไทยจะ เข้มแข็ง มั่นคง บรรลุประโยชน์สุขแท้จริง"
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุต.โต)

________________________________
"ไม่ต้องสละเงินก็เป็นบุญได้..." จากหนังสือฉลาดทำบุญ
พระชาย วรธม.โม , พระไพศาล วิสาโล
โดย เครือข่ายชาวพุทธเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคมไทย (ค.พ.ส.)

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License