carefor_banner004.jpg
อัปเดทล่าสุด : อังคาร 2 ธันวาคม 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 154 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

ทุนใหญ่ ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
ร่วมกันเปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง ให้สังคมไทยมีความดี มีการอยู่ร่วมกัน มีความรู้ที่รับใช้ความดีและการอยู่ร่วมกัน เป็นสังคมที่ร่วมเย็นเป็นสุข



โดย ประเวศ วะสี

ทุนใหญ่ในที่นี้หมายถึงทุนใหญ่ไร้ศีลธรรม ไม่ได้หมายถึงทุนที่มีศีลธรรม แต่โบราณมีคนมีเงินเหมือนที่เราเรียกว่าเศรษฐี เศรษฐีก็ทำบุญให้ทานสร้างวัดวาอาราม ไม่เคยมีเศรษฐีที่คิดเข้ามายึดอำนาจทางการเมือง มีแต่ทหารที่ยึดอำนาจกัน

การมีเงินเป็นหมื่นล้านเป็นแสนล้าน เป็นของใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

เงินใหญ่ทำให้เกิดกิเลสใหญ่

กิเลสมี 3 ชนิด คือ ตัณหา มานะ ทิฐิ

ตัณหา = ความโลภความอยากได้มากๆ = อยากได้

มานะ = ต้องการใช้อำนาจเหนือคนอื่น = อยากใหญ่

ทิฐิ = เอาความเห็นของตัวเป็นใหญ่ = ใจแคบ

ผมขอใช้คำของคุณโสภณว่า กิเลสคือ อยากได้ อยากใหญ่ ใจแคบ

กิเลสทั้ง 3 ปุถุชนทั่วไปก็มี แต่คนบางคนมีมากเกินจนหลุดโลก คืออยากได้สุดสุด เท่าไหร่ก็ไม่พอ อยากใหญ่สุดสุด เข้าเรียกว่า Megalomania (mega = ใหญ่; mania = บ้าคลั่ง) คือเป็นบ้าว่ากูต้องใหญ่สุดสุด ใจแคบสุดสุด คือความเห็นของกูถูกคนเดียว ของคนอื่นผิดหมด

ถ้าใครบางคนมี 3 อย่างประกอบกันคือ

มีเงินมากสุดสุด + บ้าอำนาจสุดสุด + อัจฉริยภาพในทางร้ายสุดสุด

คนคนนั้นจะมีฤทธิ์ในการทำลายอย่างมโหฬารโดยไม่รู้ตัว สามารถทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ ถามเขาว่าทำอย่างไร เขาทำดังนี้คือ

1.ใช้เงินขนาดใหญ่ และการสร้างภาพเข้ามายึดอำนาจทางการเมือง ทำให้อำนาจเสียสมดุลอย่างรุนแรง

2.ใช้เงินและอำนาจเข้าแทรกแซงองค์กรต่างๆ ทำให้ตรวจสอบไม่ได้

3.ครอบงำและแทรกแซงสื่อทำให้การรับรู้ของผู้คนไม่ตรงกับความจริง

4.แต่งตั้งญาติ เพื่อนร่วมรุ่น เข้าไปคุมตำแหน่งสำคัญๆ ทางทหาร พลเรือน ธุรกิจ เป็นการทำลายสถาบันให้แตกแยกและอ่อนแอ

5.ความที่เป็น Megamania ต้องการให้ทุกคนทุกองค์กรมาขึ้นกับคนคนเดียว ทำให้ประเทศทั้งประเทศอ่อนแอลง

6.แสวงผลประโยชน์ตามอำเภอใจไม่มีที่สิ้นสุด

7.ใช้เงินแจกผู้คนให้สนับสนุนตน รวมทั้งให้สินบาดคาดสินบน ไม่ให้กลไกตรวจสอบต่างๆ เอาผิดตนได้

8.ใช้อำนาจในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ สร้างภาพ ให้คนเข้าใจผิด และเข้าไปสู่ความขัดแย้งกัน

ทั้งหมดนี้ทำให้ชาติอ่อนแอลงทุกๆ ทาง ทำให้คนขัดแย้งกัน ทำลายสถาบันทางราชการ ทหาร และพลเรือน ทำให้เกิดความเสื่อมเสียทางศีลธรรม ไม่สนใจทำนุบำรุงศาสนาอย่างจริงใจ เพียงแต่ใช้เป็นเครื่องมือเท่าที่จะทำได้

ทุนขนาดใหญ่ที่ไร้ศีลธรรมจึงเป็นปฏิปักษ์ต่อศาสนาเสมอ ทุนขนาดใหญ่ที่สามารถยึดอำนาจทางการเมืองจะรู้สึกว่าตนใหญ่ที่สุด มีอำนาจมากที่สุด ย่อมไม่พอใจเป็นธรรมดาถ้าปรากฏว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีบารมีมากกว่าตน ทุนขนาดใหญ่ที่ไร้ศีลธรรมจึงเป็นอันตรายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่เคยมีมาก่อน

บ้านเมืองเสมือนตกเข้าไปอยู่ในหลุมดำ ไม่สามารถแก้ปัญหาทางการเมืองได้ เพราะไม่มีใครไว้ใจใคร ไม่สามารถแก้ความเสื่อมเสียทางศีลธรรมได้และความขัดแย้งกันขนาดหนัก อาจนำไปสู่ความรุนแรงนองเลือดได้ ในสภาวะวิกฤตสุดสุด นี้ มีแต่พลังของคนไทยทั้งมวลเท่านั้นที่จะแก้ไขได้ โดย

1.มีความเข้าใจที่ถูกต้อง (สัมมาทิฐิ) ว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากทุนใหญ่ที่ไร้ศีลธรรม

2.ต้องเข้มแข็งในมโนสำนึกทางศีลธรรม

ทุกคนต้องตั้งอยู่ในความถูกต้อง ตุลาการต้องไม่ยอมรับสินบน ทหารต้องไม่คำนึงถึงรุ่นและผลประโยชน์ที่เขาหยิบยื่นให้ แต่คำนึงถึงศักดิ์ศรี ความถูกต้องเป็นธรรม และประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจต้องมีศักดิ์ศรีและดำรงตนอยู่ในศีลธรรม ไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือ แต่ต่อต้านอำนาจที่ไม่ถูกต้อง เป็นธรรม ภาคธุรกิจและทุนที่มีศีลธรรมต้องเคลื่อนไหวเพื่อขจัดความไม่ถูกต้องเป็นธรรม โดยสรุปต้อง "อตัมยตา" กับอำนาจที่ไร้ศีลธรรม (อตัมยตาตามสำนวนของท่านอาจารย์พุทธทาสหมายถึง "กูไม่เอากับมึงอีกแล้วโว้ย")

ต่อเมื่อคนไทยทุกคนและทุกภาคส่วนมีความเข้มแข็งในมโนสำนึกทางศีลธรรม จึงจะขจัดอัปมงคลที่ครอบงำชาติออกไปได้ด้วยสันติวิธี

3.ร่วมกันระดมความคิดเรื่องประเทศไทย

สังคมไทยมีความอ่อนแออยู่ในตัวเองทั้งในวิถีคิด ในองค์กร และสถาบันต่างๆ รวมทั้งโครงสร้างทางสังคม แม้รัฐบาลชุดปัจจุบันไปแล้ว อันตรายจากทุนนิยมโลกาภิวัตน์ที่ไร้ศีลธรรมก็ยังอยู่

คนไทยทุกภาคส่วนต้องทบทวนตนเองและสร้างความเข้มแข็งจากการมีความถูกต้องในวิถีคิด องค์กร สถาบัน และโครงสร้างต่างๆ ที่สำคัญ สังคมต้องสามารถป้องกันไม่ให้ทุนใหญ่ที่ไร้ศีลธรรมเข้ามาทำลายชาติศาสนา พระมหากษัตริย์

ส่งเสริมให้ทุนที่มีศีลธรรมเข้ามาร่วมกันเปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง ให้สังคมไทยมีความดี มีการอยู่ร่วมกัน มีความรู้ที่รับใช้ความดีและการอยู่ร่วมกัน เป็นสังคมที่ร่วมเย็นเป็นสุข


ลูกหลานของเราจะต้องสามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีความเป็นธรรม มีความสามารถ มีความสมานฉันท์ และสันติสุข

_________________________________
มติชน วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10360

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License