carefor_banner012.jpg
อัปเดทล่าสุด : อังคาร 2 ธันวาคม 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 146 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 7 ทรงพระดำเนินได้ 13 นาที พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
หลังจากทรงยืนและทรงพระดำเนิน สลับกันได้ เป็นระยะเวลานานขึ้น รวม 13 นาที พระอาการทั่วไปเป็นปกติ


เมื่อเวลา 16.00 น.มีแถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 7 เรื่องการถวายการรักษาพระปิฐิกัณฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีใจความว่า...

“วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการผ่าตัด ได้รายงานว่า เสวยพระกระยาหารได้มากขึ้น ทรงบริหารกล้ามเนื้อพระเพลา และพระบาท ด้วยพระองค์เองได้ดีขึ้น ผลการตรวจแผลผ่าตัดเป็นที่พอใจของคณะแพทย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนพระราชอิริยาบถจากในท่าบรรทมเป็นประทับ ทรงยืน และทรงพระดำเนิน โดยใช้เครื่องช่วยพยุงครั้งแรกเมื่อวานนี้ ไม่ปรากฏว่ามีพระอาการเจ็บแผลผ่าตัดมากขึ้น

คณะแพทย์จึงได้ขอพระราชทานให้ทรงทำซ้ำอีกครั้งเมื่อคืนนี้ และขอพระราชทานให้ทรงทำซ้ำอีกครั้ง รวมนับเป็นครั้งที่ 3 ในตอนกลางวันวันนี้ หลังจากทรงยืนและทรงพระดำเนิน สลับกันได้ เป็นระยะเวลานานขึ้น รวม 13 นาที พระอาการทั่วไปเป็นปกติ จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน”

สำนักพระราชวัง
24 กรกฎาคม 2549

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงรับสั่งกับประชาชนที่เข้าเฝ้าฯรับเสด็จว่า "อาการเสด็จพ่อหายแล้ว ดีแล้ว ไม่ต้องห่วง ขอบใจมากทุกคน" ก่อนเสด็จขึ้นไปยังชั้นที่ 16

....................................................

ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี เมื่อเวลา 13.30 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังโรงแรมพลาซ่า แอทธินี ทรงเป็นประธานงานเสวนาวิชาการพัฒนาชาติ ฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี เรื่อง "60 ปีแห่งพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนา การแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษา" จัดโดยชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล มีผู้ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล และประชาชนทั่วไปเฝ้าฯรับเสด็จฯ

จากนั้น นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส อดีตนักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ปาฐกถาเรื่อง "พระเจ้าอยู่หัวกับรหัสพัฒนาใหม่" ว่ารหัสพัฒนาของตะวันตกมีลักษณะเป็นวัตถุนิยม บริโภคนิยม เงินนิยม โดยเริ่มจากความรู้ นำสู่อำนาจ และเงิน สิ่งที่เกิดตามมาคือ ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยห่างกันมากขึ้น เกิดการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล เกิดการทำลายวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ และเกิดวิกฤตการณ์ทางสังคมอย่างรุนแรง

นพ.ประเวศกล่าวว่า ถ้ามองแนวทางการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเชิงลึก จะเห็นว่ารหัสพัฒนาต่างจากแนวทางตะวันตกอย่างสิ้นเชิง ทรงมีแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนามารวมลงที่เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งรหัสพัฒนาตามเศรษฐกิจพอเพียงคือ ความดี วัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน และความรู้

นพ.ประเวศกล่าวอีกว่า "การพัฒนาตามอารยธรรมตะวันตกกำลังพาโลกเข้าไปสู่ความเจ็บป่วยและวิกฤตการณ์มากขึ้นทุกที แต่แนวทางการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาจเรียกว่าเอาความดีเป็นตัวตั้ง เพื่อการอยู่ร่วมกัน โดยใช้ความรู้ ฉะนั้นจึงควรสนใจศึกษาหาความหมายเชิงลึกของแนวทางการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ดี เพราะอาจพบรหัสพัฒนาใหม่ที่ช่วยให้โลกรอดได้" นพ.ประเวศกล่าว

ต่อมา นพ.จรัส สุวรรณเวลา อดีตอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดล กล่าวปาฐกถาหัวข้อ "60 ปีแห่งพระราชกรณียกิจ เกี่ยวกับการแพทย์ การสาธารณสุข"

นพ.จรัส สุวรรณเวลา กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพูดจริงทำจริง ทรงดูแลการจัดการเงินที่มีผู้บริจาคให้ใด้ใช้ประโยชน์ตามความประสงค์ของผู้บริจาค ทำให้เกิดความเชื่อถือไว้วางใจ ศรัทธาอย่างสูง หากพิจารณาพระราชกรณียกิจตลอด 60 ปีที่ผ่านมา กล่าวได้ว่า ในระยะ 20 ปีแรก เป็นระยะที่พระองค์ทรงเรียนรู้และลงสัมผัสจริงกับปัญหา เพื่อนำไปวิเคราะห์ถึงสาเหตุและแก้ปัญหาโดยตรง ระยะ 20 ปีที่สองทรงแก้ปัญหาที่รากฐานของปัญหา

ไม่ว่าความขาดแคลน การเข้าไม่ถึงบริการ ความยากจน ที่ดินทำกิน การกักเก็บน้ำ ฯลฯ และระยะ 20 ปีที่สาม ทรงรวมประสบการณ์และความคิดที่ได้สั่งสมมาเป็นเวลาหลายสิบปี เข้าเป็นหลักการหรือหลักคิดเกี่ยวกับรากฐานของปัญหา สร้างปรัชญาทฤษฎีและค่านิยมที่เป็นสิ่งใหม่ขึ้น จากพระปัญญาของพระองค์เอง เช่น เรื่องการเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นรูปแบบการพัฒนาชนบทที่เหมาะสมกับสังคมไทย หรือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ด้าน นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี นักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดลเช่นกัน ปาฐกถาเรื่อง "60 ปีแห่งพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการศึกษา" ว่าการศึกษาเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ พระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หากนำมาเป็นหลักคิดและแนวทาง จะทำให้ได้ประโยชน์มหาศาล ทรงชี้แนะหลักปฏิบัติเพื่อความสำเร็จในการทำงานของบัณฑิต

1.ต้องมีฉันทะ ปณิธาน และอุดมคติในการทำงาน
2.มีเป้าหมาย หลักการ และแผนงานชัดเจน
3.รู้จักใช้วิชาการในภาคปฏิบัติ
4.มีความรับผิดชอบ เสียสละ อดทน และมีความเพียร อย่างสม่ำเสมอ
5.มีสติ วิจารณญาณ และความรอบคอบในการทำงาน
6.มีวินัยในการทำงาน
7.รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น

"ส่วนสาระสำคัญประการสุดท้ายคือ สิ่งที่น่าห่วงใยสำหรับบ้านเมือง ทรงมีแนวคิดเรื่องการสร้างสรรค์หรือการพัฒนา ทรงมีแนวคิดเรื่องความสุขความเจริญ และทรงมีแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและการดำรงความเป็นไทย" นพ.เกษมกล่าว

_____________________________
มติชน วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10363

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License