|
คณะแพทย์เผยพระอาการ "ในหลวง" ดีขึ้นตามลำดับ |
|
|

หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับอยู่ในห้องพักฟื้น
เพื่อคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสังเกตพระอาการอย่างใกล้ชิดแล้ว
ปรากฎว่าพระอาการดีขึ้นตามลำดับ
สำนักพระราชวังแถลงผลการรักษาขยายช่องทางเดินประสาทพระปิฐิกัณฐกัฐิ
(กระดูกสันหลัง) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เผยพระอาการดีขึ้นตามลำดับ
คณะแพทย์จึงขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินกลับมาประทับ ณ
อาคารเฉลิมพระเกียรติ
แถลงการณ์สำนักพระราชวัง
เรื่องการถวายรักษาพระปิฐิกัณฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ฉบับที่ 3
หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับอยู่ในห้องพักฟื้นเพื่อคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสังเกตพระอาการอย่างใกล้ชิดแล้ว
ปรากฎว่าพระอาการดีขึ้นตามลำดับ
คณะแพทย์จึงขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินกลับมาประทับ ณ
อาคารเฉลิมพระเกียรติ เมื่อเวลา 22 นาฬิกา 24 นาที จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
สำนักพระราชวัง 20 กรกฎาคม 2549
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์เรื่อง
การถวายการรักษาพระปิฐิกัณฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ฉบับที่ 1 ความว่า ใน พ.ศ.2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มีพระอาการทรงก้าวพระบาทขวาไม่ถนัด ขณะทรงพระดำเนินเป็นครั้งคราว
คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาและศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์
ได้ถวายการตรวจพระวรกาย และตรวจด้วยเอกซเรย์ พบว่า พระปิฐิกัณฐกัฐิ
หรือกระดูกสันหลัง ระดับบั้นพระองค์ (Lumbar Spine) มีการเปลี่ยนแปลงตามพระชนมายุ
การตรวจเส้นประสาทและกล้ามเนื้อด้วยกระแสไฟฟ้า พบว่า
มีการกดทับเล็กน้อยของเส้นประสาทที่แยกออกจากไขสันหลังระดับบั้นพระองค์
ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวในขณะที่ทรงพระดำเนิน คณะแพทย์ได้ถวายพระโอสถ
พระอาการดีขึ้น
ต่อมา ใน พ.ศ.2546 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินระยะทางยาวประมาณ
200 เมตร มีพระอาการก้าวพระบาทข้างขวาไม่ถนัด
คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ถวายตรวจพระวรกาย
และถวายตรวจทางรังสีวิทยาคลื่นสนามแม่เหล็ก (Magnetic Resonance Imaging:MRI)
และด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ใช้รังสีเอ็กซ์ (Computerize Tomography-CT) พบว่า
ช่องทางเดินของเส้นประสาทไขสันหลังระหว่างปล้องของพระปิฐิกัณฐกัฐิ
ตรงตำแหน่งดังกล่าวแคบลง (Lumbar spinal stenosis)
ใน พ.ศ.2548 คณะแพทย์ได้ปรึกษากันและได้ถวายการตรวจอีกครั้งหนึ่ง
มีความเห็นว่า ควรถวายการรักษาด้วยวิธีกายภาพบำบัดก่อน
หากไม่ได้ผลควรต้องพิจารณาวิธีรักษาด้วยการผ่าตัดขยายช่องทางเดินประสาท
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ.2549 คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลศิริราช
และจากสถาบันการแพทย์อื่นได้ร่วมประชุมปรึกษากัน
และเห็นพ้องต้องกันว่าควรถวายการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด
ในการนี้ต้องถวายพระโอสถก่อนการผ่าตัดสักระยะเวลาหนึ่ง
และหลังจากการผ่าตัดจำเป็นต้องใช้เวลานานเพื่อการบริหารพระกล้ามเนื้อเพื่อเสริมสมรรถภาพ
จึงเห็นสมควรถวายการผ่าตัด หลังจากงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
คณะแพทย์จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต
ถวายการผ่าตัดขยายช่องทางเดินประสาทของพระปิฐิกัณฐกัฐิ (Lumbar Spine)
ระดับบั้นพระองค์ โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ (Microsurgical decompression) ณ
โรงพยาบาลศิริราช ในวันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2549
จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน สำนักพระราชวัง วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2549
และแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่องการถวายรักษาพระปิฐิกัณฐกัฐิ
(กระดูกสันหลัง) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉบับที่ 2 ความว่า วันนี้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินถึงอาคารเฉลิมพระเกียรติ
โรงพยาบาลศิริราช เวลา 14 นาฬิกา 12 นาที และเสด็จพระราชดำเนินไปยังตึกสยามินทร์
พระราชทานให้คณะแพทย์ถวายการผ่าตัด รักษาพระปิฐิกัณฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง) เวลา 16
นาฬิกา 05 นาที เสร็จเมื่อเวลา 20 นาฬิกา 53 นาที
คณะแพทย์ผู้ถวายการผ่าตัดขยายช่องทางเดินเส้นประสาทระดับบั้นพระองค์รายงานว่า
การผ่าตัดมีผลดีเป็นที่พอใจ
และขอพระราชทานให้ประทับอยู่ในห้องพักฟื้นเพื่อสังเกตพระอาการอย่างใกล้ชิด
ปรากฏว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อน จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน สำนักพระราชวัง 20 กรกฎาคม
2549
_______________________________
ผู้จัดการออนไลน์ 21 กรกฎาคม 2549 เวลา 08.43น.
|