carefor_banner041.jpg
อัปเดทล่าสุด : อังคาร 2 ธันวาคม 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 136 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

“ดร.สุเมธ” แนะรับเอาประโยชน์สุขในหลวงเป็นเป้าหมายไม่ใช่ความร่ำรวย พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
“ดร.สุเมธ” เตือนคนไทยอย่าหลงกับทุนนิยมควรรับเอา“ประโยชน์สุข” เป็นเป้าหมายชีวิต ไม่ใช่แค่ความร่ำรวย พร้อมเรียกร้องคนไทยหยุดทะเลาะเบาะแว้งกันให้ในหลวงทรงเหนื่อยยาก ตามแก้แนะยึดหลัก 4 ประการ ด้าน “สวัสดิ์ วัฒนายากร” ระบุในหลวงทรงแบกรับทุกปัญหาของปชช.จนปวดพระศอ (คอ) และพระอังสา (หัวไหล่) บ่อย ๆ


Image
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา

วันนี้(9 ก.ค.) ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาและที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) บรรยายในงาน “60 ปี ครองราชย์ ประโยชน์สุขประชาราษฎร์” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า

คำว่าสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นอยู่คู่กับความเป็นประเทศไทยมาโดยตลอด ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ แล้ว จะเห็นว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของไทยทรงอยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด แทบจะกล่าวได้ว่าไม่มีที่ใดที่ไม่ทรงเคยไป โดยเฉพาะที่ทุรกันดารซึ่งพสกนิกรต้องการความช่วยเหลือ โดยเป้าหมายของพระองค์นั้นคือเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ซึ่งประกอบทั้งความร่ำรวยและความสุขที่ยั่งยืน ซึ่งตนขอชักชวนให้ประชาชนนำคำว่า “ประโยชน์สุข” มาเป็นเป้าหมายในการดำเนินชีวิตด้วยคือไม่ใช่ร่ำรวยเพียงอย่างเดียว

ดร.สุเมธ กล่าวด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระทัยความทุกข์ยากของประชาชนและทรงตามเข้าไปแก้ปัญหาอย่างเหนื่อยยากแทบทุกด้าน ตั้งแต่บนฟ้าจรดพื้นน้ำ อาทิ มีโครงการฝนหลวง โครงการฝาย อ่างเก็บน้ำ เขื่อน โครงการส่งเสริมอาชีพ และเมื่อพสกนิกรนำน้ำบริสุทธิ์นั้นมาใช้แล้วกลายเป็นน้ำเสีย พระองค์ก็ยังทรงตามมาพัฒนาโครงการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยสู่ทะเลให้อีกด้วย ดังนั้น การที่เราจะทำอะไรควรไตร่ตรองให้ดี อย่าไปเพิ่มภาระหนักให้แก่พระเจ้าแผ่นดิน

“ทรงใช้ธรรมชาติคือความธรรมดามาแก้ไขปัญหาสลับซับซ้อนที่พวกเราเป็นคนก่อขึ้นทั้งสิ้น อยากจะเตือนพวกเรา ไม่ว่าปัญหาเศรษฐกิจ สังคม แม้กระทั่งปัญหาการเมือง ก็พวกเรานี่แหละที่ก่อ แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงตามแก้ด้วยความเหนื่อยยาก เพราะฉะนั้นใครก่ออย่างนี้ก็คำนึงบ้าง จะทิ้งขยะก็คิดไว้ว่าพระเจ้าแผ่นดินต้องไปแก้ จะเทน้ำเสียทิ้งก็ต้องคำนึงว่าเอาภาระไปใส่ไว้ให้ท่านอีก ทะเลาะเบาะแว้งกันเมื่อไหร่ก็ทรงตามแก้อีก ขอฝากไว้ด้วย หยุดเสียนะครับ” ดร.สุเมธกล่าว

ดร.สุเมธ ยังขอให้ประชาชนคนไทยปฏิบัติตามพระบรมราโชวาท 4 ประการ ที่พระราชทานเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระหนักที่พระเจ้าแผ่นดินต้องทรงแบกแผ่นดินและพวกเราที่อยู่บนแผ่นดินเอาไว้ อย่าเพิ่มภาระให้แผ่นดินนั้นหนักขึ้น ซึ่งคิดว่าจะเป็นของขวัญที่พระองค์ทรงปรารถนามากที่สุด และสุดท้ายสิ่งเหล่านี้ก็จะกลับมาเป็นประโยชน์ต่อตัวเราทั้งสิ้น และขอให้ปฏิบัติตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตัดสินใจด้วยเหตุผล ไม่หลงตามระบบทุนนิยม และสร้างภูมิคุ้มกันตนเองไว้เผื่อในยามวิกฤติด้วยเสมอ สำหรับข้าราชการขอให้ภูมิใจในความเป็นข้าราชการที่ต้องรับราชการคือการรับงานของพระราชามาดำเนินการ

ด้านนายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี ขึ้นบรรยายเรื่อง “พระอัจฉริยภาพด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ” ว่าโครงการพระราชดำริเกี่ยวกับน้ำจำนวนมากนั้นสามารถแก้ปัญหาน้ำได้ครบวงจร ทำให้พสกนิกรมีน้ำบริโภค น้ำใช้ และยังแก้ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม น้ำเสีย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยขณะที่ตนเป็นอธิบดีกรมชลประทาน สังเกตเห็นว่าทรงมีความสนพระทัยและเชี่ยวชาญอย่างมากในการอ่านแผนที่ 1 : 50,000 ซึ่งเป็นแผนที่สำหรับนายช่างและนักบินใช้ โดยทรงวางแผนและอ่านแผนที่ราวกับทรงเห็นเป็นภาพสามมิติ ทรงพระปรีชาคำนวณปริมาณน้ำเก็บกักในพื้นที่หนึ่ง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งยามที่ต้องตามเสด็จเข้าไปยังพื้นที่ตนจะให้นายช่างเป็นผู้ถวายรายงาน เพราะจะทรงซักถามอย่างละเอียดถึงตัวเลขต่าง ๆ

“พระราชทานสัมภาษณ์นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟิก เมื่อปี 2525 ไว้ว่า ‘ในประเทศอื่น พระมหากษัตริย์เปรียบดังยอดปิรามิด มีประชาชนเป็นฐาน แต่สำหรับประเทศไทยเป็นปิรามิดหัวกลับ ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินต้องแบกรับปัญหาของประชาชนไว้ทั้งหมด ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าปวดพระสอ (คอ) และพระอังสา (หัวไหล่) อยู่บ่อย ๆ’ และตลอดเวลาที่ผ่านมาก็เป็นสิ่งพิสูจน์ว่าทุกข์ของประชาชนคือทุกข์ของพระเจ้าแผ่นดิน เมื่อประชาชนมีความสุข พระองค์ก็ทรงดีพระทัยมาก” นายสวัสดิ์ กล่าว

ด้านนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี บรรยายหัวข้อ “พระอัจฉริยภาพด้านการบริหารจัดการ” ว่าทรงเป็นนักบริหารที่ยอดเยี่ยม ทรงให้โอกาสคนทำงานทุกคน โดยการบริหารงานอย่างบูรณาการ ทำงานเป็นทีม ยึดหลักภูมิสังคมในการเข้าไปพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ ทรงกำหนดแนวทางชัดเจน เลือกใช้วิธีการอย่างรอบคอบเหมาะสมกับแต่ละที่ นำเสนอบรรทัดฐานที่สอดคล้องกับความต้องการของพสกนิกร ใช้งบประมาณอย่างประหยัดโดยคำนึงถึงประโยชน์สุขของราษฎรก่อนสิ่งอื่นใด ทั้งนี้ โครงการพระราชดำริต่าง ๆ จะไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการที่รัฐบาลทำ แต่จะเสริมให้การช่วยเหลือราษฎรทำได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับงาน “60 ปี ครองราชย์ ประโยชน์สุขประชาราษฎร์” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จัดขึ้นในวันนี้เป็นวันสุดท้าย ได้รับความสนใจจากประชาชนมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ การร่วมถวายพระพร นิทรรศการโครงการพระราชดำริ รวมไปถึงลายพระหัตถ์ที่ทรงออกแบบโครงการต่าง ๆ และภาพ ส.ค.ส.ที่ทรงพระราชทานหลายฉบับ

_______________________
ผู้จัดการออนไลน์ 9 กรกฎาคม 2549 19:38 น.

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License