
เรื่องความรัก ถ้าอายุเรายังน้อยอยู่ เราก็ยังเจอคนอีกมาก
การรีบร้อนรับปากเป็นแฟนกับใคร โดยยังไม่แน่ใจ
พอมาพบคนที่ใช่ แล้วจะลำบากใจ..
ได้พบได้พูดคุยกับน้องๆนักศึกษาอยู่บ่อยๆเกี่ยวกับชีวิตมหาวิทยาลัย
เลยนั่งลง ขีดเขียนเคล็ดลับการใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างไร
ให้มีความสุข-และมีความหมาย... จะเอาไปประยุกต์ใช้กับชีวิตการทำงานก็ได้นะครับ
ว่าด้วย "เรียน เพื่อน กิจกรรมและความรัก"
เรียนๆเล่นๆ อย่าซีเรียส อย่าเครียดเกินไป
เรียนอย่างมีความสุข
แม้อาจไม่เรียนในสิ่งที่เรารัก
แต่เราใส่ความรักในสิ่งที่เราเรียนได้
(หรือไม่ก็ออกไปเรียนอย่างที่เราอยากเรียนเสียเลยก็ย่อมได้)
ให้ความเป็นเพื่อนกับทุกคน
แม้ไม่ได้รับความเป็นเพื่อนตอบแทน
เราก็มีความสุขที่ใจของเราตั้งแต่เราให้ความเป็นเพื่อนไปแล้วละ
เข้าร่วมกิจกรรมที่ดี มีประโยชน์บ่อยๆเท่าที่ทำได้
ถ้าจะเรียนๆเที่ยวๆอยู่ 2 อย่าง ดูชีวิตไม่มีสีสัน เป็นชีวิตที่ยังไม่เติมเต็ม...
การทำกิจกรรมที่ดีนั้น มุ่งให้เราออกจากตัวเอง ได้สัมผัสความจริง
ความทุกข์ของผู้คนในสังคม แล้วมองย้อนกลับมาที่ตัวเองว่า
เรานั้นจะทำอะไรเพื่อช่วยลดทุกข์ และเพิ่มสุขของคนรอบข้าง
ส่วนเรื่องความรัก ถ้ามันมาเอง ก็ค่อยๆเรียนรู้ก็ได้
ไม่ต้องรีบร้อนอะไร เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องกันไปก่อน
คบกันยืนนานดี ไม่ต้องบอกเลิกกันให้เจ็บปวดหัวใจ
ยิ่งถ้าอายุเรายังน้อยอยู่ เราก็ยังเจอคนอีกมาก
การรีบร้อนรับปากเป็นแฟนกับใคร โดยยังไม่แน่ใจ
หรือเพราะเหงา หรือเพราะรู้สึกดีว่ามีใครมากรัก หรือดีกว่าอยู่เปล่าๆ...
พอมาพบคนที่ใช่ แล้วจะลำบากใจ..
ลำบากใจที่จะบอกเลิกกับคนที่เราเผลอไปรับปากเป็นแฟนยังไงล่ะ
เมื่อยังไม่มีใครเข้ามาในชีวิต ก็ไม่ต้องดิ้นรน
เพียงเพราะว่าอยากจะมีใครสักคน...
เดี๋ยวจะเจอทั้งเหงา ทั้งรำคาญใจได้นะ จะบอกให้...
ใช้ชีวิตให้ดีๆ ให้สบายใจ เป็นประโยชน์กับคนรอบข้าง
จะขำๆ จะชิวๆบ้างก็ยังพอไหว
เดี๋ยวคนที่เป็นแบบเดียวกับเรา...
ที่อยู่แล้วรู้สึกดี รู้สึกสบายใจเหมือนกันก็จะเข้ามาเอง
เพราะความดีงามต่างๆ มันจะดึงดูดเข้าหากันโดยธรรมชาติ
.........................
จบท้ายด้วยเพลงดีๆ มีความหมายมาฝากน้องๆ 3 เพลงครับ
เป็นเพลงที่มีอะไรโดนใจน้องๆนักเรียน นักศึกษาอยู่ไม่น้อยครับ
น้องดูเนื้อเพลงแล้วสนใจจะฟัง ก็ฟังได้ที่ หัวข้อง
เพลงโดนใจ
นะครับ __________________
จากบันทึกการเดินทางของ ลุงริศ
มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัย ช่างกว้างใหญ่ สดใสโสภา
หลายคนดั้นด้นอดทนมา กี่คนเล่าหนา ฝ่าหลุดพ้น จนได้ชัย
น้องจ๋า น้องมาจากไหน เป็นผู้ใด ก็ไม่สำคัญ
จากวัยเรียน ที่ต้องพากเพียรแข่งขัน น้องจะฝันยึดมั่นทางสายใด
* มาเถิด เชิญเถิดน้องเข้ามา เร่งศึกษา ปัญหาสังคมไทย
วันเวลา ไม่เคยรอท่า ให้เราก้าวไป...
ร่วมใจกันไว้ เรียนรู้สิ่งใหม่ ในมหา-เอย
คุณค่า ของความเป็นคน อยู่ที่ตนฝึกฝนไม่ละเลย
การงานเร่งประสานให้เคย อย่าเฉยเมย สู่แนวทาง สร้างความดี
-------------------------------------------
เธอวันนี้
เธอคือมวลพลังผู้กล้าและแกร่ง เธอร้อนแรงดังแสงตะวัน
เธอคือแสงแห่งความสุขสันต์ เธอร่าเริงและเบิกบาน
หมั่นเพียรเรียนเพื่อสร้างหนทางชีวี เธอสุขศรีไม่มีทุกข์ตรม
อยากมีอนาคตสดใสรื่นรมย์ เธอหวังเพียงเท่านั้นฤา
**มองดูรอบกาย (มองดูรอบกาย) มองดูสังคม (มองดูสังคม)
เธอสุขอยู่ได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ
จงเป็นดังดวงดาวที่พราวสว่าง นำหนทางเพื่อมวลชน
เธอคือประกายไฟที่โหมกระหน่ำ ลามลุกไหม้ความทุกข์ทน
-------------------------------------------
เป้าหมายการศึกษา
ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย
ฉันหวังเก็บอะไร ไปมากมาย สุดท้าย ให้กระดาษ ฉันแผ่นเดียว
เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง ฤาจึงมุ่งมาศึกษา
เพียงเพื่อปริญญา เอาตัวรอดเท่านั้นฤา
แท้ควร สหายคิด และตั้งจิตร่วมยึดถือ
รับใช้ประชาคือ ปลายทางเราที่เล่าเรียน
|