carefor_banner018.jpg
อัปเดทล่าสุด : อังคาร 2 ธันวาคม 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก arrow ใส่ใจมาฝาก arrow ความทุกข์และความสุขของพ่อ
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 144 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

ความทุกข์และความสุขของพ่อ พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
สิ่งสำคัญที่ทำให้เขาเกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ นอกจากทำเพื่อลูก เพื่อครอบครัวแล้ว เขายังเล่าถึงการเดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงด้วยว่า "เป็นแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงของเขา"

Image

เรื่องโดย นริศ มณีขาว

"เมื่อก่อนผมกลับบ้าน เห็นลูกสาววัยรุ่นนั่งอยู่หน้าบ้าน ผมอยากคุยกับลูกสาว แต่พอเดินเข้าไปหา ลูกสาวเดินหนีผมไป ผมก็ถามว่าพ่ออยากคุยด้วย ทำไมเดินหนีพ่อไป... แต่ลูกสาวไม่ตอบผมเลย" "ตอนหลังผมมาคิดได้ว่า ก็พ่อมันเมามานี่ กลิ่นเหล้าคงเหม็น แล้วคงพูดกับลูกสาวไม่รู้เรื่อง ลูกสาวก็เลยเดินหนีไป..." คำพูดจากใจของพ่อคนหนึ่งที่เปิดใจพูดให้นักศึกษาฟังในงาน "เธอวันนี้ สิ่งดีที่ให้กัน" ที่เรามีโอกาสไปเยี่ยมพี่ๆชาวสวนที่จังหวัดเพชรบุรี...

"ผมก็เลยเลิกเหล้า เลิกบุหรี่... " เราถามพ่อคนนี้ว่า อะไรทำให้เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ "... ผม.. ทำเพื่อลูก..." นักศึกษาที่ได้ยินคำตอบนี้ ถึงกับเงียบอึ้ง... ตื้นตันใจกับคำตอบจากพ่อคนนี้ พ่อที่เป็นผู้ชายร่างใหญ่ พูดด้วยสำเนียงชาวเพชรบุรี ด้วยน้ำเสียงซื่อๆ ตรงไปตรงมาจากใจจริง ผู้ชายคนนี้ที่ยอมรับตัวเองต่อหน้าคนอื่นถึงอดีตที่เคยเป็นมา และการเปลี่ยนแปลงจากภายในจิตใจ ที่ทำเพื่อลูกสาวของเขานั่นเอง...

นอกนั้นเขายังเล่าให้ฟังถึงการเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่าง ครอบครัวของเขาอบอุ่นขึ้น เพราะเขาเข้าร่วมกลุ่มกับเพื่อนบ้านเพื่อหาทางปลดหนี้สิน ด้วยการทำปุ๋ยชีวภาพซึ่งหมักขึ้นมาใช้เอง รวมทั้งยาไล่แมลงที่ทำจากพืชที่ปลูกได้เองด้วย ทำให้ลดการเป็นหนี้เป็นสินจากปุ๋ยเคมีและยาที่ต้องซื้อจากบริษัท โดยลดค่าใช้จ่ายได้เป็นหมื่นบาท โดยที่รายได้เท่าเดิม... "การลดรายจ่าย" ก็คือเท่ากับเป็น "การเพิ่มรายได้" นั่นเอง

การใช้ชีวิตก็เปลี่ยนไป ใช้ชีวิตแบบพอเพียงมากขึ้น ไม่ตามกระแส ลดความฟุ่มเฟื่อย เพื่อนำเงินไปสนับสนุนค่าใช้จ่ายทางการศึกษาของลูก ซึ่งส่วนนี้เขาให้ความสำคัญอย่างมาก การทำสวนก็เป็นแบบปลอดสารพิษ เป็นผลดีต่อสุขภาพทั้งตนเองและผู้บริโภค...

พืชที่ปลูกก็เปลี่ยนแปลงไป ปลูกหลายๆอย่างมากขึ้น มีทั้ง มะพร้าว มะละกอ ชมพู่ มะม่วง มะนาว กล้วย ฯลฯ บางสวนมีมากว่า 70 หรือมากว่า 100 ชนิดเลยทีเดียว นอกจากจะมีผลดีต่อระบบนิเวศวิทยาแล้ว ยังสามารถนำไปขายได้โดยไม่โดยกดราคา เพราะสามารถเลือกผลไม้หรือผลผลิตที่ราคาดีออกไปขายได้ ไม่เหมือนการปลูกพืชชนิดเดียว ถ้าราคาตก ก็ขาดทุนเป็นหนี้ทันที เพราะเก็บผลไม่ไปที่ตลาดแล้ว พ่อค้าให้ราคาถูกแค่ไหนก็ต้องขาย เพราะถ้าไม่ขายก็เน่าเสียอยู่ดี ก็ต้องจำใจขายไป แม้รู้ๆอยู่ว่าขาดทุนก็ตาม

สิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ นอกจากทำเพื่อลูก เพื่อครอบครัวแล้ว เขายังเล่าถึงการเดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงด้วยว่า "เป็นแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงของเขา"

......................

นักศึกษาคนหนึ่งแบ่งปันให้เพื่อนๆฟังว่า หลังจากได้ไปทำงานกับพี่ๆชาวสวนแล้ว... ทำให้ย้อนคิดถึงพ่อแม่ของตนเองที่ ต้องเหนื่อยเพื่อเรา... ไม่อยากให้พ่อแม่เหนื่อยเลย แม้ว่าพ่อแม่จะไม่ได้ทำงานหนักในสวนแบบพี่ๆที่นี่ก็ตาม...

อย่างหนึ่งที่ทำให้มองตัวเองแล้วรู้สึกสะท้อนใจขึ้นมาก็เรื่องค่าใช้จ่ายนี่เอง เพราะลูกสาวของพี่เค้าซึ่งตอนนี้เรียนระดับปริญญาตรีในกรุงเทพใช้เงินค่าอาหาร ที่พัก และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ 5,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเองแล้ว ใช้เงินเกือบ 7,000-8,000 บาทต่อเดือน... ต่างกันมากมายทีเดียว

ทำให้คิดว่าการใช้ชีวิตอยู่อย่างพอเพียงนั้นคงเป็นคำตอบที่มีความหมาย ไม่เพียงแต่กับพี่ๆชาวสวนเท่านั้น นักศึกษาหรือคนในเมืองก็สามารถใช้ชีวิตอย่างพอเพียงได้... อยู่ที่ว่าเราเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตที่พอเพียงหรือไม่ เรามีใจให้กับความพอเพียงหรือไม่...


Image

จากเรื่องราวชีวิตของพี่น้องชาวสวนที่เพชรบุรี จากการแบ่งปันของน้องๆนักศึกษา จนมาถึงช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติ 60 ปีของในหลวงท่าน... นอกจากความปลาบปลื้มใจ ความซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว... ผมยังได้รับกำลังใจอันยิ่งใหญ่จากพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน...

“ข้าพเจ้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาอยู่ในท่ามกลางมหาสมาคม พร้อมพรั่งด้วยบุคคลจากทุกสถาบันในชาติ ตลอดจนประชาชนชาวไทย ขอขอบใจในคำอำนวยพรและการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ ที่ทุกคนตั้งใจจัดให้ข้าพเจ้าเป็นพิเศษ ทั้งรัฐบาลได้จัดงานครั้งนี้ได้เรียบร้อยและงดงาม น้ำใจไมตรีของประชาชนชาวไทยที่ร่วมกันแสดงออกทั่วประเทศ รวมทั้งที่พร้อมเพรียงกันมาในวันนี้ น่าปลาบปลื้มใจมาก เพราะแต่ละคนได้แสดงออกและตั้งใจมาด้วยความหวังดีจากใจจริง

จึงขอขอบใจทุกๆ คน จิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดี และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกคน ทุกฝ่าย ทำให้ข้าพเจ้าเห็นแล้วมีกำลังใจมากขึ้น นึกถึงคุณธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของความรัก ความสามัคคี ที่ทำให้คนไทยเราสามารถร่วมมือร่วมใจกันรักษาและพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันไปได้ตลอดรอดฝั่ง

ประการแรก คือ การที่ทุกคนคิด พูด ทำ ด้วยความเมตตา มุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน

ประการที่สอง คือ การที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงาน ประสานประโยชน์กัน ให้งานที่ทำสำเร็จผล ทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่น และกับประเทศชาติ

ประการที่สาม คือ การที่ทุกคนประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกา และในระเบียบแบบแผน โดยเท่าเทียมเสมอกัน

ประการที่สี่ คือ การที่ต่างคนต่างพยายามทำความคิด ความเห็นของตนให้ถูกต้อง เที่ยงตรง และมั่นคงอยู่ในเหตุในผล หากความคิด จิตใจ และการประพฤติปฏิบัติที่ลงรอยเดียวกันในทางที่ดี ที่เจริญนี้ยังมีพร้อมมูลในกาย ในใจของคนไทย ก็มั่นใจได้ว่า ประเทศชาติไทยจะดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไปได้

จึงขอให้ท่านทั้งหลายในมหาสมาคมนี้ ทั้งประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ได้รักษาจิตใจและคุณธรรมนี้ไว้ให้เหนียวแน่น และถ่ายทอดความคิด จิตใจนี้กันต่อไปอย่าให้ขาดสาย เพื่อให้ประเทศชาติของเราดำรงยืนยงอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ทั้งในปัจจุบันและในภายหน้า

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล จงคุ้มครองรักษาประเทศชาติไทย ให้ปลอดพ้นจากภัยอันตรายทุกสิ่ง และอำนวยความสุข ความเจริญ สวัสดี ให้เกิดมีแก่ประชาชนชาวไทยทั่วกัน”

จิตใจของผมถูกดึงดูดให้น้อมรับพระราชดำรัสของพระองค์ท่านมาใคร่ครวญว่า ผมจะปฏิบัติและเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ท่านให้เป็นจริงในชีวิตได้อย่างไร...


Image

เมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งมั่นอยู่ในศีลและธรรม และทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม คนไทยก็ควรจะสนองพระมหากรุณาธิคุณ ตามรอยพระยุคลบาท ด้วยการยึดศีลและธรรมเป็นหลักในการดำรงชีวิตและปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกัน

เมื่อรู้ว่าทุกข์ของคนไทยคือทุกข์ของพระเจ้าอยู่หัว และสุขของคนไทยคือสุขของพระเจ้าอยู่หัว สิ่งที่ควรทำที่สุดก็คือ ช่วยกันทำให้คนไทยทุกข์น้อยลง และสุขมากขึ้น ช่วยกันทำแผ่นดินนี้ให้เป็นแผ่นดินธรรม ให้คนไทยอยู่ร่วมกันได้ด้วยความสงบสุข รักและเห็นใจกัน ไม่รังเกียจเบียดเบียนกัน และมีน้ำใจช่วยเหลือตามกำลังเมื่อเห็นผู้อื่นตกอยู่ในความทุกข์

จะเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ตรงที่สุด และเป็นของขวัญที่พระเจ้าอยู่หัวคงจะโปรดที่สุดด้วย*

_________________________
*อ้างอิงจาก วสิษฐ เดชกุญชร. "ทุกข์ของคนไทยคือทุกข์ของพระเจ้าอยู่หัว". มติชน (29:10314) วันที่ 06 มิถุนายน พ.ศ. 2549.

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License