carefor_banner021.jpg
อัปเดทล่าสุด : เสาร์ 22 พฤศจิกายน 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 211 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

คนไทยมีความสุข : เรารักในหลวง พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
ปัจจัยที่ทำให้คนไทยมีความสุขเกิดขึ้นได้จาก "การให้" และ "การกระทำเพื่อส่วนรวม" ส่วนความทุกข์ของคนไทยเกิดขึ้นจาก "การเอารัดเอาเปรียบ" ซึ่งก็คือการกระทำเพื่อตัวเองมากกว่าชาติบ้านเมือง


สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง

รายงานดัชนีความสุขมวลรวม (Gross Domestic Happiness Index) ของคนไทยภายในประเทศ ประจำเดือนพฤษภาคม:กรณีศึกษาประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด

จำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 4,336 คน ซึ่งดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1-10 มิถุนายน 2549 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่คาบเกี่ยวกับพระราชพิธีเฉลิมฉลองการครองราชย์ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นการครองราชย์ที่ยาวนานที่สุดในโลก

ผลการสำรวจใน 10 ด้าน ประกอบด้วย

ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสภาพชุมชนที่พักอาศัย ด้านสภาวะเศรษฐกิจของตัวเอง ด้านการศึกษา ด้านธรรมชาติ ด้านการเมือง-รัฐบาล-องค์กรอิสระ ด้านสุขภาพกาย ด้านสุขภาพใจ ด้านวัฒนธรรม และด้านกระบวนการยุติธรรม

สรุปได้ว่า ความสุขมวลรวมของคนไทยภายในประเทศอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี
โดยได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 6.59 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน

ปัจจัยบวกที่สำคัญที่ทำให้คนไทยมีความสุข ได้แก่

ปัจจัยด้านวัฒนธรรมประเพณีของไทย พลังความจงรักภักดี "เรารักในหลวง"
การช่วยเหลือแบ่งปันกันเมื่อเกิดภัยพิบัติ
และความรักความสามัคคีของคนในชาติ

โดยเฉพาะปัจจัยด้านวัฒนธรรมนั้น พบว่า

ประชาชนร้อยละ 98.2 มีความสุขกับการเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติ 60 ปีของในหลวง
ร้อยละ 97.5 สุขกับโครงการพระราชดำริต่างๆ ของในหลวง
ร้อยละ 84.9 สุขกับวัฒนธรรมประเพณีไทยโดยรวม
ร้อยละ 78.8 สุขกับงานบุญ

โดยภาพรวมแล้วคะแนนความสุขด้านวัฒนธรรม ประเพณีไทย อยู่ในเกณฑ์ที่ดีคือ +4

...................................

ผิดกับปัจจัยทางด้านการเมือง-รัฐบาล-องค์กรอิสระ
ซึ่งกลายเป็นปัจจัยด้านลบที่มีผลกระทบต่อความสุขของคนไทยมาก

ซึ่งปัจจัยด้านการเมืองดังกล่าว ได้แก่

ปัญหาด้านจริยธรรมของนักการเมือง รัฐบาล และองค์กรอิสระ
ปัญหาความไม่ไว้วางใจของประชาชนต่อนักการเมือง รัฐบาลและองค์กรอิสระ
ความไม่โปร่งใสและความเคลือบแคลงสงสัยต่อนักการเมือง รัฐบาลและองค์กรอิสระ
ความไม่ซื่อสัตย์สุจริต
ความพยายามแทรกแซงองค์กรอิสระ
ความไม่เป็นอิสระของสื่อมวลชน
และการเลือกปฏิบัติของนักการเมือง รัฐบาล และองค์กรอิสระ

จะมีเพียงความพยายามของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และการมีส่วนร่วมทางการเมืองเท่านั้นที่ทำให้ประชาชนมีความสุขอยู่บ้าง

.........................................

จากผลการสำรวจดังกล่าวสามารถจำแนกให้เห็นปัจจัยที่แท้จริงที่ทำให้มนุษย์เกิดความสุข
และปัจจัยที่แท้จริงที่ทำให้มนุษย์ไม่มีความสุข ซึ่งพอจะสรุปได้ว่า

ปัจจัยที่ทำให้มนุษย์มีความสุขเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นจาก "การให้ต่อส่วนรวม"

ไม่ว่าจะเป็นการให้ในรูปแบบของการช่วยเหลือแบ่งปันแก่ผู้ที่ประสบภัย

หรือการให้ในรูปแบบของความรักความภักดีต่อผู้ที่ทำคุณให้กับแผ่นดิน
เยี่ยงการให้ความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

หรือการให้ในรูปแบบของงานบุญประเพณี เช่น การทำบุญ การปฏิบัติตามกรอบศีลธรรมประเพณี

..................................

ขณะที่ปัจจัยที่ทำให้มนุษย์ไม่มีความสุขก็คือ

การกระทำที่ตรงกันข้ามกับปัจจัยที่ทำให้เกิดความสุข
หรือคือการตักตวงประโยชน์จากส่วนรวมมาเป็นประโยชน์ของส่วนตน

ซึ่งการกระทำเช่นนั้นจะแสดงออกมาในรูปแบบของการกระทำที่ไร้จริยธรรม
ไร้คุณธรรม การทุจริตคอร์รัปชั่น

การใช้ความเหนือกว่าเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น การใช้อำนาจบังคับ ข่มขู่
หรือบีบคั้น เพื่อให้ตัวเองหรือพรรคพวกได้ผลประโยชน์

..............................

ดังนั้น เมื่อเรารู้แล้วว่า ความสุขของคนไทยเกิดขึ้นได้จาก "การให้" และ "การกระทำเพื่อส่วนรวม"
ส่วนความทุกข์ของคนไทยเกิดขึ้นจาก "การเอารัดเอาเปรียบ" ซึ่งก็คือการกระทำเพื่อตัวเองมากกว่าชาติบ้านเมือง

เราจึงควรตั้งเป้าหมายในการดำเนินชีวิตไปในทางบวก คือ

ตั้งเป้าหมายไปในทิศทางแห่งความสุข หรือตั้งเป้าหมายที่จะ "ให้" มากกว่า "รับ"
และในที่สุดผลพวงแห่งการให้ก็จะบันดาลให้ความสุขเกิดขึ้น

เพราะทุกๆ ครั้งที่มีการให้ "ผู้ให้" จะได้รับผลตอบแทนโดยไม่รู้ตัว

อย่างน้อยที่สุด "ผู้ให้" ก็จะได้รับความรักตอบกลับมา
และความรักนี่แหละที่ทำให้ทุกผู้คนอยู่กันอย่างมีความสุข

เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินการทำความเข้าใจ
แต่ไม่รู้เป็นเยี่ยงไร จึงทำให้การเมือง-รัฐบาล-องค์กรอิสระถึงเข้าใจยาก
จนกลายเป็นปัจจัยด้านลบที่มีผลกระทบต่อความสุขคนไทยมากที่สุด


ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10322
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License