carefor_banner042.jpg
อัปเดทล่าสุด : อังคาร 2 ธันวาคม 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 158 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

ปัญญาชนชาวใต้ขออาสา... เยียวยาเหยื่อความไม่สงบใน3จังหวัด พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
แต่ในใจลึกๆ ของคนทำงาน ปรารถนาว่าสักวันคงจะหยุดทำ เพราะความรุนแรง "จบลง" อย่างศานติ!!


ในขณะที่เหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดขึ้นเรื่อยๆ กำลังใจของคนในพื้นที่ก็ยิ่ง "แผ่วเบา" ลงเรื่อยๆ เช่นกัน โดยเฉพาะคนในครอบครัวผู้สูญเสียชีวิต ที่ในเวลานี้พวกเขาใช้ลมหายใจแห่งความหวาดกลัว วิตกกังวล เคล้าเสียงสะอื้นร่ำไห้หล่อเลี้ยงชีวิต

เป็นความทรมานที่ใช้เงินทองรักษาให้หายมิได้ นอกจาก "กำลังใจ" ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการมากเหลือเกิน

เพื่อสร้างเสริมแรงใจให้เข้มแข็งขึ้น เยาวชนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า "กลุ่มเยาวชนใจอาสาเพื่อครอบครัวผู้สูญเสีย" จากหลากหลายสถาบันในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถาบันราชภัฏยะลา วิทยาลัยอิสลามยะลา จึงอาสาออกมาทำงานช่วยพี่น้องร่วมประเทศเป็น "ยารักษาใจ" เยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียโดยใช้หลัก "เข้าถึง เข้าใจ พัฒนา"

"ในฐานะปัญญาชน เราจะไม่นั่งดูพี่น้องร่วมชาติทุกข์ทรมานจากความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น แม้กำลังของพวกเราจะช่วยเหลือได้ไม่มาก แต่พวกเราก็อยากจะช่วยเท่าที่สมองและกำลังของเราจะทำได้" กี้-ซากีนะห์ เจ๊ะนะ วัย 23 ปี บัญฑิตหมาดๆ จาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี หนึ่งในแกนนำโครงการกลุ่มเยาวชนใจอาสาเพื่อครอบครัวผู้สูญเสียเริ่มเล่า



กี้บอกว่า โครงการนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์กรือเซะ เมื่อปี 2547 โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว มีสมาชิก 50 คน มาช่วยกันทำงานลงพื้นที่เข้าไปเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้สูญเสียจากทุกๆ เหตุการณ์ ตั้งแต่เหตุการณ์กรือเซะ, รายวัน, สูญหาย, อุ้มฆ่า โดยจะใช้เวลา 2-3 วันต่ออาทิตย์ ลงพื้นที่ไปพูดคุยให้กำลังใจถึงบ้าน ซื้อข้าวสารอาหารแห้งไปให้ รวมทั้งเก็บข้อมูลเพื่อนำมาช่วยเหลือในระยะต่อไป เช่น สิ่งไหนที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลจะประสานงานขอความช่วยเหลือให้, หาทุนการศึกษา, ทุนการประกอบอาชีพ

"จากการลงพื้นที่พบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่มีชีวิตอยู่บนความหวาดกลัว หลายคนมีปัญหาทางจิต ได้ยินเสียงอะไรก็ตกใจ และพอใกล้ค่ำสัก 6 โมงเย็นก็ปิดบ้านกันหมด โดยเฉพาะเด็กตอนนี้ไม่คิดว่าทหารเป็นฮีโร่อีกแล้ว แต่กลับเป็นภาพลักษณ์ของความรุนแรงที่พวกเขากลัว ซึ่งจุดนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก เรากลัวว่าเด็กจะเติบโตขึ้นโดยหล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์แห่งความแค้นเอาไว้ การทำงานของเราจึงมุ่งช่วยทั้งผู้ใหญ่และเด็ก" กี้เล่าด้วยน้ำเสียงหดหู่


ไม่ใช่ "กี้" เท่านั้นที่รู้สึกหดหู่กับเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น "เอ" รอฮานี สมาเฮาะ วัย 21 ปี น.ศ.ปี 3 คณะรัฐศาสตร์ รุ่นน้องร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกันบอกว่า อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสลดไม่น้อยไปกว่าการสูญเสียชีวิต คือ การที่สังคมเข้าใจผิดว่าคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นคนป่าเถื่อน เป็นพวกโจรผู้ร้าย ซึ่งจริงๆ คนใน 3 จังหวัดก็ยังไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุความไม่สงบขึ้น

"ครอบครัวผู้สูญเสียไม่มีใครโกรธแค้นคนที่ทำให้บุคคลอันเป็นที่รักของเขาตาย เขาให้เหตุผลว่า ไม่มีใครทำให้พ่อ สามี หรือลูกของเขาตายได้ นอกจากพระเจ้า คนมุสลิมเชื่อว่าเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นนี้เป็นบททดสอบจากอัลลอฮฺ ในเรื่องความอดทนเข้มแข็งว่าจะสามารถอยู่บนโลกนี้ด้วยความศรัทธาได้หรือไม่ ซึ่งนี่เป็นวิธีคิดแบบสันติวิธีที่ง่ายต่อการสมานฉันท์ พวกเขายอมรับชะตากรรม เพราะถ้าไม่ยอมก็คงมีความรุนแรงมากกว่านี้"

จากการทำงานคลุกคลีกับผู้สูญเสียมา 2 ปีกว่า สองสาวบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ความต้องการของคนที่นี่คืออยากให้สังคมเข้าใจใหม่ว่าพวกเขาไม่ใช่ผู้ร้ายป่าเถื่อนที่ชอบความรุนแรง ตรงกันข้ามพวกเขารักสันติ อยากมีชีวิตสงบสุข รวมทั้งอยากมีผู้นำที่ยุติธรรม ไม่แบ่งชนชั้น เพราะมนุษย์เกิดมาเท่าเทียมกัน ควรได้รับการเอาใจใส่เหมือนกัน แม้จะไม่เหมือนกันมากก็อย่าให้แตกต่างจนเห็นได้ชัด คนละศาสนาก็จริง แต่เกิดมาในประเทศเดียวกันก็ควรได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน

สำหรับโครงการนี้แม้จะยังคงดำเนินงาน "เยียวยา" ต่อไป แต่ในใจลึกๆ ของคนทำงาน ปรารถนาว่าสักวันคงจะหยุดทำ เพราะความรุนแรง "จบลง" อย่างศานติ!!


มติชน วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10322
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License