carefor_banner031.jpg
อัปเดทล่าสุด : อังคาร 2 ธันวาคม 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 152 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

จากก้นบึ้งหัวใจพ่อแม่‘จุ้ย-จูหลิง’ลูกกตัญญู-ครูอุดมการณ์ พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน

Image
“จุ้ยเลือกโรงเรียนกูจิงลือปะ ที่นราธิวาส” ทางพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ต่างก็คัดค้านด้วยความห่วงใย แต่จุ้ยก็ยืนกราน โดยให้เหตุผลว่า “ต้องการไปสอนหนังสือเด็กที่นั่น จะสอนเด็ก ๆ วาดรูป” 


"จุ้ยอยากเป็นครูจริง ๆ  อยากเป็นแม่พิมพ์ของชาติ...”

...เป็นเสียงบอกเล่าแฝงความเศร้าสะอื้น จากหัวอกคนเป็นแม่ที่ชื่อ คำมี ปงกันมูล ถึงลูกสาวสุดที่รัก “จุ้ย-จูหลิง ปงกันมูล” อีกหนึ่งเหยื่อการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้...
 
“ตั้งแต่เล็ก จุ้ยเป็นเด็กดี เรียนหนังสือเก่ง หน้าตาน่ารัก นิสัยร่าเริง แจ่มใส รักอิสระ ชอบงานศิลปะ ชอบวาดภาพ มักเอาสีหรือดินสอมานั่งขีด ๆ เขียน ๆ ทุกวัน ไม่มีวันไหนไม่วาดภาพ สุขภาพร่างกายเขาก็แข็งแรง ชอบปีนต้นไม้ เป็นนักกีฬาประจำโรงเรียนด้วย เป็นเด็กขยัน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และมีความรับผิดชอบตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นมาหน่อยก็ชอบอนุรักษ์ของเก่า พวกคันไถ หนังสือศิลปะเก่า ๆ ตะเกียง อะไรพวกนี้”
 
...นางคำมีเล่าย้อนวัยเยาว์ของ “ครูจูหลิง” ซึ่งเกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 29 มีนาคม 2522  มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่บ้านเลขที่ 114 หมู่ 10 บ้าน ปงน้อยใต้ กิ่งอำเภอดอยหลวง จ.เชียงราย และด้วยวัย 27 ปี เธอมุ่งหน้าลงแดนใต้ไปเป็นข้าราชการบรรจุใหม่ ตำแหน่งครูผู้ช่วยโรงเรียนกูจิงลือปะ ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส 
 
แล้วต้องตกเป็น “เหยื่อความรุนแรง” ในพื้นที่ !!
 
ผู้เป็นแม่เล่าต่อไปว่า... ด้วยความที่พ่อของจูหลิงชอบดูหนังจีนกำลังภายใน และชอบนางเอกหนังจีนเรื่องหนึ่งที่ชื่อ “จุ้ยหลิง” จึงนำมาเป็นชื่อบุตรสาว แต่เมื่อไปจดทะเบียนเพี้ยนเป็น “จูหลิง” แต่ก็มีชื่อเล่นว่า “จุ้ย” ซึ่งเมื่อจบการศึกษาที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ก่อนจะเป็นครู จุ้ย-จูหลิงเคยเดินทางรับจ้างวาดภาพผนังโบสถ์วัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ อาศัยอยู่กับแม่ชี  กินข้าวก้นบาตร โดยวัดสุดท้ายที่ได้วาดอยู่ที่ จ.สงขลา
 
“เพราะเขารักงานศิลปะมาตั้งแต่ยังเล็ก อยากหาประสบการณ์พัฒนาตนเอง และอีกอย่างก็เพื่อต้องการหาเงินให้ได้มาก ๆ เพื่อส่งให้พ่อแม่ใช้ ส่วนหนึ่งก็จะได้ไปใช้หนี้ที่กู้ยืมมา” ...นางคำมีกล่าว
 
ขณะที่ สูน ปงกันมูล ผู้เป็นพ่อ ก็เล่าในจุดนี้ว่า... ตลอดเวลาไม่ว่าจุ้ยจะเดินทางไปวาดภาพที่ไหนก็มักจะโทรศัพท์กลับมาเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้อยู่ที่จังหวัดไหน อาศัยอยู่กับใคร อากาศเป็นอย่างไร อาหารอร่อยหรือไม่
 
“แล้วก็จะบอกว่าคิดถึงพ่อกับแม่มาก พ่อแม่ไม่ต้องเป็นห่วง จุ้ยดูแลตัวเองได้” 
 
จนกระทั่งมีการสอบบรรจุครู ซึ่งนายสูนบอกว่า... “จุ้ยสอบบรรจุได้เป็นอันดับที่ 1 และเลือกโรงเรียนกูจิงลือปะ ที่นราธิวาส ทั้ง ๆ ที่จุ้ยมีสิทธิเลือกที่อื่น” ทางพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ต่างก็คัดค้านด้วยความห่วงใย แต่จุ้ยก็ยืนกราน โดยให้เหตุผลว่า “ต้องการไปสอนหนังสือเด็กที่นั่น จะสอนเด็ก ๆ วาดรูป”  
 
“จุ้ยเชื่อว่าเมื่อไปอยู่ที่นั่นจะปลอดภัย เพราะคนใต้เป็นคนดี  เด็ก ๆ ก็น่ารัก ผู้ใหญ่ก็ใจดี มีสิ่งของข้าวปลาก็มาแบ่งให้ และอีกอย่างก็เชื่อว่าเมื่อเราเป็นคนดี ไม่ทำร้ายใคร ก็มั่นใจว่าคงไม่มีใครมาทำร้าย”
 
เมื่อจุ้ยมีจุดยืนอย่างนี้ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง จึงไม่อาจทัดทาน
 
...พ่อสูนยังบอกอีกว่า... จุ้ยเพิ่งจะไปเป็นครูที่นั่นได้ 1 เทอม กับอีกไม่กี่วัน พอปิดเทอมก็ไม่ได้กลับบ้าน พ่อกับแม่ก็เป็นห่วง โทรฯไปถามเช้าเย็น ลูกก็บอกสบายดี แต่ไม่เห็นกับตาก็ไม่ค่อยเชื่อ จนจุ้ยกลับมาเยี่ยมบ้าน และพาชาวบ้านจาก จ.นราธิวาส มาด้วย เพื่อให้พ่อแม่และญาติพี่น้องสบายใจว่าคนที่นั่นเป็นคนใจดี นิสัยน่ารัก แล้วรับแม่กับหลานสาวไปเที่ยวนราธิวาสด้วย เพื่อยืนยันว่าอยู่ที่นั่นสบายดี ไม่มีอะไรน่ากลัว
 
นางคำมีผู้เป็นแม่กลับจากนราธิวาสเมื่อวันที่ 16 พ.ค. เช้าวันที่ 19 พ.ค. ก็ยังได้รับโทรศัพท์จากบุตรสาวบอกว่าวันจันทร์ที่ 22 พ.ค. ทางการจะจัดรถรับส่งครูโดยเฉพาะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร เหตุการณ์ก็ปกติดี ไม่มีอะไรรุนแรงเกิดขึ้น เลิกงานแล้วจะโทรศัพท์ไปหา แต่แล้ววันที่ 20 พ.ค. ก็เกิดเรื่องร้ายที่ไม่คาดฝันขึ้นกับครูจุ้ย-จูหลิง
 
“แม่สำรวจดูคนในหมู่บ้าน ทุกคนก็นิสัยดีมาก เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่น่ารักทุกคน และรักครูจูหลิง เด็ก ๆ ช่วงปิดเทอมก็มาหาครู จูหลิงก็เอาขนมไปแจก เด็ก ๆ ก็เอาส้ม ผลไม้มาให้ครู มองสภาพ อย่างนี้ก็สบายใจ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น” ...นางคำมีผู้เป็นแม่เล่าสลับกับผู้เป็นพ่อ
 
พร้อมทั้งบอกว่า... ไปอยู่บ้านพักในโรงเรียน 20 กว่าวัน จุ้ยอยากให้แม่ได้ไปดูกับตาแล้วจะได้สบายใจ แล้วก็บอกว่าจะทำบ้านให้ดีเลย ให้แม่ช่วยปลูกผักสวนครัวที่หลังบ้านพัก พวกพริก มะเขือ ถั่วฝักยาว ผักชี ชะอม ผักหวาน และดอกไม้ มะลิ กุหลาบ แล้วยังบอกว่าอีกหน่อยจะหาเงินกู้มาซื้อมอเตอร์ไซค์ คอมพิวเตอร์ เที่ยวหน้าก็จะให้พ่อมาช่วยทำรั้วบ้านให้หน่อย และถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ 3 คน พ่อ-แม่-ลูก ย้ายไปอยู่ที่กูจิงลือปะเลย เพราะตั้งใจจะตั้งรกรากที่นั่น ซึ่งแม่ก็แย้งว่าไปหาโรงเรียนใหม่ในเมืองดีกว่า “แต่จุ้ยบอกว่าไม่เอา อยากทำที่นั่นให้ดี”
 
“ลูกคนหนึ่งกว่าจะเลี้ยงโตขึ้นมา แล้วสร้างให้เป็นครู ไม่ใช่เรื่องง่าย พ่อกับแม่เป็นชาวนา มีที่ดินอยู่แค่ 4-5 ไร่ ผลผลิตที่ได้ก็ไม่ค่อยพอกิน แต่ด้วยความรักลูก จุ้ยเป็นลูกสาวคนเดียว จึงพยายามทุกทางเพื่อจะให้ลูกได้เรียนอย่างที่ตั้งใจ ไปกู้เงินมาส่งเสียให้จุ้ยได้เรียนหนังสือ พอหมดหน้านาพ่อกับแม่ต้องหาอาชีพอื่นทำ แม่ไปทอผ้า ส่วนพ่อก็รับจ้างทำไร่ยาง ถ้าไม่มีคนจ้างก็ไปเป็นยามในกรุงเทพฯ ก็เพื่อที่จะสร้างความฝันของลูก จุ้ยอยากเป็นครูจริง ๆ อยากเป็นแม่พิมพ์ของชาติ” ...นางคำมีกล่าว 
 
เป็นเสียงจากก้นบึ้งหัวใจพ่อแม่ “ลูกกตัญญู-ครูอุดมการณ์”
 
“จุ้ย-จูหลิง” ที่เธอต้องเป็นเช่นนี้มิใช่เพราะเคราะห์ร้าย...
 
แต่เพราะถูก “คนใจร้าย” ทำร้ายอย่างไร้ซึ่งเหตุผล !!!!.

__________________________
เดลินิวส์ 26 พฤษภาคม 2549

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License