 "ไม่รู้เหรอว่า งานนี้มีสอนมนต์เรียกแฟนด้วย คนที่มีแฟนแล้ว แฟนจะมาหาทันที… ส่วนคนที่ยังไม่มีแฟนก็มีโอกาสดีกันละงานนี้ …"
___________________________________
วันหนึ่ง…ก่อนกลับบ้านผมเห็นป้ายที่ทำงานผมเขียนว่าเสวนา "ภาวนาว่าด้วยรัก" ผมรู้สึกสนใจบวกกับความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที… เอ๊ะ! เขาจะคุยเรื่องอะไรกันนะ แล้วใครเป็นคนจัดงานนี้… หัวข้อนี้แหวกแนวจริงๆเชียว… ผมคิดในใจว่า พรุ่งนี้ต้องมาร่วมให้ได้…
วันรุ่งขึ้น… ก่อนผมจะเข้าร่วมเสวนา ผมถามน้องๆนักศึกษาว่าสนใจร่วมงานนี้ไหม น้องหลายคนบอกว่า คงไม่เข้าเพราะกลัวการภาวนา… ผมเลยแกล้งพูดกับน้องนักศึกษา… "ไม่รู้เหรอว่า งานนี้มีสอนมนต์เรียกแฟนด้วย คนที่มีแฟนแล้ว แฟนจะมาหาทันที… ส่วนคนที่ยังไม่มีแฟนก็มีโอกาสดีกันละงานนี้ …" มีเสียงใครบางคนพูดเสริมอย่างตรงไปตรงมาอีกว่า " อ๋อ! มนต์เรียกผัว เรียกเมียหรือพี่…" เรียกเสียงฮาจากคนอีกหลายคนที่อยู่แถวๆนั้น… ก็พูดตรงใจนี่… ที่จริงก็คิดกันอยู่เหมือนกัน แต่ไม่กล้าพูด… หรือกำลังจะพูด… แต่มีคนชิงพูดซะก่อน…
ผมพบกับคนสี่วัยในงานนี้ครับ… ก็มีทั้งวัย 10 แก่ๆเกือบจะ 20 วัย 20 กว่า … 30 กว่า … และ 40 กว่า ครับ… แถมยังมีทั้งชาวพุทธและชาวคริสต์ด้วย แบบนี้น่าตื่นเต้นดีครับ… "คนสี่วัยสองศาสนา"…คิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้กันนะ… พอเราพูดถึงเรื่องล้อเล่นของเราในวงเสวนา… ก็เรื่องมนต์เรียกผัวเรียกเมียนี่แหละครับ… น้องนักศึกษาคนหนึ่งพูดออกมาว่า "ผมก็มีคาถาขุนแผนนะพี่…" อ้าว! นึกว่าน้องเขาจะพูดเล่นๆ เขามีจริงๆด้วย "แล้ว… น้องเคยใช้คาถานี้ไหมค่ะ… " สาว 30 กว่าคนหนึ่งถาม… "เคยครับ… ผมใช้คาถานี้อยู่สักอาทิตย์หนึ่งเห็นจะได้…" น้องนักศึกษาเปิดเผย "แล้วได้ผลเป็นไงบ้างครับ…" หนุ่ม 40 กว่าถามต่อ
"ได้ผลครับ ได้ผล…ก็…. ก็ผมมันน่ารักอยู่แล้วนี่ครับ…" น้องนักศึกษาตอบด้วยความภูมิใจ พร้อมกับขยายความต่อไปว่า ความที่เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี พูดคุยกับคนโน้นคนนี้ไปเรื่อยๆก็เลยไม่สนใจใช้คาถาขุนแผนแต่อย่างใด…
แล้วเราก็พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน.. จนมุมมองที่น่าทึ่งมากในการเสวนาครั้งนี้ ที่ก้าวออกไปจากเรื่องมนต์เรียกแฟนที่พูดถึงในตอนแรกคือ การภาวนาว่าด้วยรักนั้นไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบการภาวนาที่เป็นบทภาวนาอย่างที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่เด็ก
จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่รูปแบบของการภาวนา แต่สำคัญ่ที่จุดมุ่งหมายของการภาวนาว่า การภาวนานั้นเป็นไปเพื่อรักและรับใช้ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน มากกว่าภาวนาเพื่อตนเองเพียงฝ่ายเดียวหรือไม่…
ที่เหนือความคาดหมายไปกว่านั้นก็คือ การปฏิบัติความรักเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์นั้นถือเป็นการภาวนาด้วยการให้ชีวิตของตนแก่คนอื่น… เป็นมุมมองใหม่ของการภาวนาที่ก้าวออกจากจากตนเอง และปฏิบัติความรักเมตตาในชีวิตประจำวัน...
___________________________ ลุงริศ ไต่ตามโค้งตะวัน อุดมศานต์ |