carefor_banner006.jpg
อัปเดทล่าสุด : อังคาร 2 ธันวาคม 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 240 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

คำสารภาพของหนุ่มวัย 19 "ผมฆ่าลูกตายไปแล้วถึง 3 คน" พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
บอยยังรับว่าเขาเสียใจไม่น้อยเช่นกัน "มันเสียใจนะไม่ใช่ไม่เสียใจ ตอนผมห่อเด็กเอามาฝังในวัด ผมนึกนะว่า เขาไม่น่ามาในสภาพนี้ เขาน่าจะเป็นเด็กน่ารักอยู่ในอ้อมกอดของเรามากกว่า ผมขอโทษเขามาตลอดทาง แฟนผมก็ร้องให้ เขาไม่กล้าเข้ามาดูเลย..."

___________________

รับรู้เรื่องราวพฤติกรรมของวัยรุ่นหน่มสาวใจแตกที่กำลังจะถูกเปิดเผยผ่านรายการหลุมดำแล้วอดสังเวชใจไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องราวที่กำลังจะถูกตีแผ่อย่างเรื่องของการ "ทำแท้ง"

ก่อนหน้านี้คิดเสมอว่า การทำแท้ง คือ ทางออกสุดท้ายที่สุดแสนจะเจ็บปวดของเด็กสาวที่พลาดท่าเสียตัวไม่ว่าจะด้วยความเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม

แต่จากการรับรู้ข้อมูลของวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งชักเริ่มไม่แน่ใจกับข้อความข้างต้นเสียแล้วซิ เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการทำแท้งคือความเจ็บปวดอันแสนสาหัสของผู้ที่กำลังจะถูกเรียกว่าแม่จริงหรือ และไม่แน่ใจอีกเช่นกันว่าการทำแท้งของวัยรุ่นกลุ่มนี้คือทางออกสุดท้ายของการแก้ปัญหา เพราะว่าพวกเขาเหล่านั้นดูจะไม่สะทกสะท้านกับการต้องทำแท้งครั้งแล้วครั้งเล่า และทุกครั้งที่รู้ว่าตั้งท้องหนทางแรกที่ตัดสินใจคือการทำแท้ง

"หนูท้องทั้งหมด 3 ครั้ง ทำแท้งทั้ง 3 ครั้ง" บุ๋ม เด็กสาวจากเมืองเชียงใหม่ เล่าเรื่องราวอย่างไม่อาย

เด็กสาวพลาดท่าจนท้อง 3 ครั้งยังพอทำใจรับได้ แต่ "ทำแท้ง" ทั้ง 3 ครั้งดูจะเกินไปไหม!!!


"มันไม่พร้อม มันจำเป็นต้องเอาออก ยังเรียนอยู่ คิดถึงอนาคต พ่อแม่จะเสียใจแค่ไหน เขาหวังกับเราไว้มาก แล้วไหนจะเรื่องสังคม ที่เรียนไม่จบก็ท้องโย้เสียแล้ว" บุ๋มยังคงให้เหตุผลต่อ

ถึงตรงนี้หลายคนคงเกิดคำถามว่า "ความผิดครั้งแรกมันไม่เป็นบทเรียนเลยหรือ"

บอย เด็กหนุ่มวัย 19 ปี แฟนหนุ่มของบุ๋มซึ่งนั่งอยู่ข้างๆบอกด้วยน้ำเสียงสลดขณะที่นั่งอยู่หน้าหลุมศพ "ลูก"ทั้งสามคนของเขา ที่สำนักสงฆ์ เล็กๆ กลางเมืองเชียงใหม่ว่า "มันเป็นความประมาท บวกความคะนอง คิดว่าคงจะไม่เลยไม่ป้องกัน จนผมกลายเป็นฆาตกร ฆ่าลูกของตัวเองถึง 3 คน "

........

หนุ่มที่ยอมรับว่าตัวเองเป็น"ฆาตกร" เล่าว่า เขาเป็นคนทำแท้งให้แฟน ด้วยการใช้ "ยาสอด" ซึ่งเขาไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมันคือยาอะไร รู้เพียงว่ามันสามารถขับเด็กออกมาได้ จากคำแนะนำของเพื่อน ซึ่งเคยมีประสบการณ์การทำแท้งให้แฟนตัวเองมาก่อน

เขาไม่รู้เลยว่า "เครื่องมือสังหาร" ชีวิตน้อยๆนั้น ไม่ใช่ยาทำแท้ง แต่เป็นเพียงยาแก้โรคกระเพาะ ซึ่งฤทธิ์ของยาจะทำให้มดลูกเกิดการบีบตัดอย่างรุนแรง ถ้ากรณีที่ท้องหลายเดือน อาจส่งผลให้มดลูกแตก และมีเลือดออกในช่องท้องจนอาจทำให้ "แม่ตายตามลูก" ได้!!!

อย่างไรเสีย บอยยังรับว่าเขาเสียใจไม่น้อยเช่นกัน "มันเสียใจนะไม่ใช่ไม่เสียใจ ตอนผมห่อเด็กเอามาฝังในวัด ผมนึกนะว่า เขาไม่น่ามาในสภาพนี้ เขาน่าจะเป็นเด็กน่ารักอยู่ในอ้อมกอดของเรามากกว่า ผมขอโทษเขามาตลอดทาง แฟนผมก็ร้องให้ เขาไม่กล้าเข้ามาดูเลย"

ทุกครั้งที่มีประเด็น "นักเรียนสาววัยคอซอง" ทำแท้ง ให้ถกเถียงว่าแท้จริงแล้วอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ค่านิยมเรื่องเพศของวัยรุ่นถูกบิดเบือนได้มากขนาดนี้ แต่สาเหตุหนึ่งที่ "ผู้ใหญ่" ต้องทำใจยอมรับคือ เด็กกลายเป็น "เป้าหมาย" ของการกระแสวัตถุนิยมที่ถูกดึงให้เข้าไปสู่ความคิดผิดๆ ว่า"เซ็กส์"คือสิ่งโก้เก๋ และสมัยใหม่

"สมัยนี้ ใครไม่มีแฟน มันเชยมากเลยนะพี่ ขึ้น ม. 1 เพื่อนมีแฟนกันทั้งห้องแล้ว ถ้าหนูไม่มีแล้วหนูจะเอาอะไรไปคุยกับเขา บางทีมันมาคุยกันเรื่องเปิดซิงว่าสนุกอย่างโน้นอย่างนี้ เรามาจากบ้านนอกไม่เคยก็อยากลอง และที่สำคัญสมัยนี้ใครซิงเขาก็ว่าไม่ซิง เด็ก 13-14 มันมีเพศสัมพันธ์กันแล้ว " จิ๊บ เด็กมัธยม วัย 15 ปี จากอ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เล่าด้วยเสียงใสซื่อ แต่พฤติกรรมไม่ "ซื่อ" เพราะเธอก็เป็นอีกครั้งที่ผ่านการทำแท้งมาแล้วนับไม่น้อย

ยอมรับว่าทุกครั้งที่ได้เข้าไปสัมผัสหรือรับรู้เรื่องราวลักษณะนี้แล้วเหนื่อย!! แต่มันคงจะหนีความเหนื่อยไปไม่พ้นเพราะมันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคม ที่สำคัญทุกวันนี้สังคมไทยมีเรื่องให้น่าเหนื่อยหน่ายเยอะเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่ทะเลาะกัน ด่ากันเสียๆหายๆไม่รู้จักลดลาวาศอก , เหนื่อยใจกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่โกงกินบ้างเมือง อันไหนกินได้ก็กินกันจนพุงกาง เหล่านี่หรือคือตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชน ซึ่งถ้าสังคมไทยยังเป็นเช่นนี้แล้วใครหละจะเป็นฮีโร่ขี่ม้าขาวมาช่วยพวกวัยรุ่นที่ยังหลงทางได้ เพราะทุกวันนี้ผู้ใหญ่เหล่านี้ก็แทบจะเอาตัวกันไม่รอดอยู่แล้ว ...คิดแล้วเหนื่อยจริงๆ...  (มติชน 9 กุมภาพันธ์ 2549)

...........................................

ก่อนตัดสินใจ... เรื่องทำแท้ง... (จากเว็บบอร์ดบ้านใส่ใจ)

พี่เสนอให้ฝ่ายหญิงมีโอกาสคุยกับคนที่มีสภาพปัญหาอย่างเดียวกับเธอ
และสามารถผ่านมาได้อย่างดี เพื่อว่าเมื่อฝ่ายหญิงตัดสินใจไปแล้ว
จะได้ทราบว่า เธอจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจอย่างไรก็ตาม

ที่คณะศรีชุมพาบาล ดินแดง กรุงเทพฯ ให้ความช่วยเหลือเรื่องมีท้องขณะที่ยังไม่พร้อม

มีวัยรุ่น...เยาวชน นักเรียน นักศึกษา จนถึงผู้ใหญ่ ปีหนึ่งราว 1,000-2,000 คน

ฝ่ายหญิงสามารถโทรศัพท์ หรือนัดพบเพื่อปรึกษา
เพื่อทราบขั้นตอนเกี่ยวกับการทำแท้งว่าเป็นอย่างไร
มีผลต่อร่างกาย-จิตใจของผู้หญิงอย่างไร และถ้าไม่ทำแท้ง
ผู้หญิงจะเผชิญหน้ากับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างไร

คนที่มีท้องขณะที่ยังไม่พร้อมนั้นยังมีทางเลือกอื่นอีกมากมายหลายทาง โดยไม่ต้องทำแท้ง

(ติดต่อคณะศรีชุมพาบาลได้ที่ โทร 02-2450457 และ 02-6428949 ครับ...)

แฟนของน้องจะได้คุยกับผู้หญิงที่มีปัญหาแบบเดียวกัน
เพื่อจะได้เห็นว่ามีทางเลือกอะไรบ้าง ที่นำความสบายใจมาให้ในระยะยาว เช่น
มาพักที่บ้านพักที่นี่ เขาจะดูแลสุขภาพ ให้อาหาร มีงานให้ทำเพื่อจะได้ไม่คิดมาก
พาไปฝากครรภ์ให้ จนกระทั่งคลอด...

พอคลอดแล้ว ถ้าไม่รับเด็กกลับบ้าน ก็ฝากไว้ให้ที่นี่ดูแลไปเลยก็ได้
เขาจะหาพ่อแม่อุปถัมภ์ให้ หรืออยากจะฝากไว้จนตัวเองเรียนจบก่อนก็ได้
มีคนที่ฝากไว้เป็นปีๆก็มีครับ

ที่นี่จะรักษาความลับต่างๆของผู้หญิงทุกคนที่มาขอความช่วยเหลือครับ
ไม่บอกพ่อแม่ ไม่บอกญาติหรือใครๆเลย
(ยกเว้น ถ้าเจ้าตัวขอร้องให้บอกกับใครบางคน เป็นกรณีพิเศษ เขาจะรับบอกให้ครับ)

ผู้หญิงส่วนมากที่มาขอความช่วยเหลือจากที่นี่เป็นนักเรียน นักศึกษา
ดังนั้นเธอสามารถเรียน และมาอยู่ในช่วงใกล้คลอดได้ด้วย
โดยคนใกล้ชิดไม่ทราบ หลายคนบอกว่า ท้องแรกนี่ดูยากครับ
บางทีใส่เสื้อหลวมๆก็ไม่มีใครทราบครับ...

และมีอีกมากมายหลายคนที่รับลูกตัวเองกลับไปเลี้ยง
พ่อแม่ญาติพี่น้องต้อนรับ หรือบางรายญาติๆรับไปเลี้ยงเป็นลูกของเขาไปเลยก็มี...

ที่แน่ๆ เธอไม่รู้สึกผิดหวังเลยที่เธอตัดสินใจเอาเด็กไว้
ภายใต้การช่วยเหลือของผู้ทำงานที่นี่ครับ

อย่างไรก็ตาม ถ้ามาปรึกษาแล้ว จะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่ครับ...

แม้ว่า จุดยืนของศาสนิกชนนั้น เราเชื่อว่าชีวิตเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า
เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การทะนุถนอม การรักษาชีวิตไว้ย่อมดีกว่าการทำลายชีวิตก็ตาม...

และเพราะเหตุนี้เอง ที่นี่จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้ชีวิตแก่เด็กๆ ที่มีสิทธิจะมีชีวิตอยู่ครับ

หวังว่าคงตอบคำถามน้องได้บ้างนะครับ ขอให้กำลังใจให้เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ผ่านไปด้วยดีนะครับ

ถ้าต้องการปรึกษาเพิ่มเติมโดยตรงติดต่อได้ที่

***คณะศรีชุมพาบาลได้ที่ โทร 02-2450457 และ 02-6428949***

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License