 แต่ที่น่าดีใจก็คือ ปัญหาของคนชราจำนวนไม่น้อยที่มีชีวิตอยู่แบบมี "ไข้ใจ" รุมเร้า ทำให้ชีวิตแต่ละวันผ่านไปแบบหงอยเหงา เศร้าซึมนี้ "สุนัข" ช่วยได้ค่ะ และสามาารถช่วยคลายเหงาให้คนชราได้อย่างดีด้วย!!!
___________________________
คอลัมน์ ร่อนตามลม
ชีวิตยามวัยชราที่สามารถอยู่โดยไร้โรคภัย ไข้เจ็บมาเบียดเบียนนับเป็นชีวิตที่ "บุญโข" แต่ทุกวันนี้ก็มีคนชราจำนวนไม่น้อยที่สุขภาพกายแข็งแรง แต่สุขภาพจิตเนี่ยสิกลับทรุดโทรม ด้วยมีชีวิตอยู่แบบมี "ไข้ใจ" รุมเร้า ทำให้ชีวิตแต่ละวันผ่านไปแบบหงอยเหงา เศร้าซึม เห็นแล้วน่าสงสาร
แต่ที่น่าดีใจก็คือ ปัญหานี้ "สุนัข" ช่วยได้ค่ะ และสามาารถช่วยคลายเหงาให้คนชราได้อย่างดีด้วย อย่างน้อยตอนนี้ก็มีผลการศึกษาชิ้นหนึ่งเขาบอกไว้อย่างนั้น!!!
เป็นผลการศึกษาในบ้านพักคนชราที่เมืองเซนต์หลุยส์ มลรัฐมิสซูรี่ สหรัฐอเมริกา ที่พบว่าผู้สูงอายุในบ้านพักคนชราที่มีโอกาสได้อยู่กับสุนัขตามลำพังจะรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวาขึ้น และรู้สึกเหงาน้อยลง
และที่น่าแปลกใจก็คือ คนชราที่มีโอกาสอยู่กับสุนัขตามลำพัง จะรู้สึกดีกว่าการได้อยู่หรือเล่นกับสุนัขโดยมีคนอื่นอยู่ด้วยเสียอีก!!!
แมเรี่ยน แบงค์ และวิลเลี่ยม แบงค์ คือผู้ทำการศึกษาเรื่องนี้ โดยมี "สปาร์กี้" สุนัขซึ่งมีนิสัยเฟรนด์ลี่ เป็นมิตร เป็นเครื่องมือสำคัญ ที่พยาบาลแมเรี่ยนจะนำไปเยี่ยมผู้สูงอายุ ที่พักยาวอยู่ในบ้านพักคนชรา 3 แห่ง เป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยผู้สูงอายุทั้ง 37 คน ล้วนเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกแล้วว่า มีระดับคะแนนความเหงาสูงเข้าขั้นซึมลึก!!!
วิธีการทดลองของพวกเขาก็คือ ผู้สูงอายุทั้ง 37 คน จะถูกแบ่งครึ่งออกเป็น 2 กลุ่ม จากนั้น แมเรี่ยนก็จะนำสปาร์กี้ไปเยี่ยม และปล่อยให้อยู่กับผู้สูงอายุในกลุ่มแรกแบบตัวต่อตัว คนละครึ่งชั่วโมงทุกสัปดาห์ โดยเธอจะไม่เข้าไปรบกวนระหว่างนั้นเลย
ส่วนผู้สูงอายุในกลุ่มที่สอง แมเรี่ยนจะพาสปาร์กี้ไปเยี่ยมผู้สูงอายุในกลุ่มนี้ทุกสัปดาห์เช่นกัน แต่จะปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่กับสปาร์กี้เป็นกลุ่ม โดยจะให้คุณตา คุณยายนั่งล้อมกันเป็นวงกลม จากนั้นใครอยากจะเล่น จะพูดกับสปาร์กี้ก็ได้ หรืออยากจะพูดคุยกันเองก็ได้ตามสบาย
ในตอนแรกที่ออกแบบการทดลองเช่นนี้ขึ้นมา ทั้งแมเรี่ยนและวิลเลี่ยมต่างคิดว่า สุนัขจะทำหน้าที่เป็น "ตัวกลางทางสังคม" ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้สูงอายุมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกันมากขึ้น อันจะส่งผลให้ความรู้สึกเหงา อ้างว้างลดลง แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับไม่เป็นเช่นที่คาดกันไว้เเลยสักนิด!!!
"ผลที่ได้ออกมาเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างยิ่ง เราคาดหวังว่ากลุ่มคนชราที่ได้เล่นกับสุนัขด้วยกันเป็นกลุ่มจะต้องได้ผลดีกว่า แต่มันกลับไม่ใช่เลย" วิลเลี่ยม อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้สูงอายุ จากมหาวิทยาลัยแพทย์เซนต์หลุยส์ เล่าถึงผลการทดลองที่แสดงให้เห็นว่า ในกลุ่มคนแก่ช่วงวัย 75-90 ปี จะรู้สึกดีขึ้นมากกับการได้อยู่กับสุนัขตามลำพัง
"คุณตา คุณยายที่ได้อยู่กับสปาร์กี้แบบตัวต่อตัว เมื่อถูกจับไปวัดระดับคะแนนความรู้สึกหงอยเหงา ปรากฏว่ามีระดับคะแนนลดลงฮวบเลย" แมเรี่ยนเล่าในรายงาน ซึ่งจะตีพิมพ์ในวารสาร Anthr0zoos ฉบับเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นวารสารที่เน้นเนื้อหาความรู้เรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนและสัตว์
อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่เข้าร่วมในการศึกษานี้ส่วนใหญ่ต่างมีสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงในวัยเด็ก และเมื่อโตขึ้น
แมเรี่ยนเล่าด้วยว่า ผู้สูงอายุในกลุ่มแรกที่ได้ใช้เวลาอยู่กับสปาร์กี้ตามลำพัง มักจะพูดคุยเรื่องต่างๆ ที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังให้สปาร์กี้ฟัง ซึ่งเป็นการระบายที่ดีมาก ต่อการที่ได้พูดคุยระบายถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาในอดีตให้สัตว์เลี้ยงฟัง
ด้าน แซนดี้ แรนซัม รองประธานคณะกรรมการเอเดน อัลเตอร์เนทีฟ ซึ่งมีเป้าหมายสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่จะเอื้อประโยชน์สุขต่อผู้สูงอายุในบ้านพักคนชรา และส่วนหนึ่งที่เอเดนฯได้ทำก็คือการอนุญาตให้คุณตา คุณยายในบ้านพักของเอเดนฯเลี้ยงสัตว์ได้ บอกว่าเธอไม่รู้สึกประหลาดใจต่อผลการศึกษาของแมเรียนและวิลเลี่ยมเลยสักนิด "ฉันคิดว่ามันเพียงยืนยันสิ่งที่เรารู้กันอยู่แล้ว"
และทางเอเดนฯก็เคยมีโปรแกรมทดลองให้ผู้สูงอายุในบ้านพักราว 300 แห่ง มีสัตว์เลี้ยงมาแล้ว และเห็นได้ชัดว่า บรรดาคุณตา คุณยายต่างรู้สึกว่าชีวิตมีความหมายขึ้น และรู้สึกเหงาน้อยลง
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ บอกว่าความรู้สึกเหงา อ้างว้าง นับเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากสำหรับคนเฒ่าคนแก่ที่พักอยู่ในบ้านพักคนชรามานาน หรือพบได้บ่อยในรายของผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก และรู้สึกว่าพึ่งพาตนเองไม่ได้
สำหรับแซนดี้ ยังมีความเห็นด้วยว่า อยากให้บ้านพักคนชราอนุญาตให้ผู้พักอาศัย สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปอยู่ด้วยกันได้ เพราะเธอไม่เห็นด้วยกับการที่แค่ยอมให้พาสัตว์ไปเยี่ยม
"เรารู้สึกว่าการบำบัดโดยใช้สัตว์เป็นสื่อ เป็นตัวช่วย เป็นสิ่งสำคัญ และมันดูเป็นการโหดร้ายกับผู้สุงอายุเกินไปต่อการที่คุณให้สิ่งที่พวกเขาไม่สามารถจะมีได้ แล้วจากนั้นคุณก็พรากมันไปจากเขาอีก นั่นคือเหตุผลที่ทำไมเราจึงเชื่อว่า ควรให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้านพักคนชราได้ ถ้าหากผู้พักอาศัยเขาเลือกอยากจะเลี้ยง"
________________________ มติชน 30 มกราคม 2549 |