 "ยอมรับว่า ขณะนั้นผมมีความฮึกเหิมอย่างมาก... มั่นใจระบบการก่อสร้าง และไม่เคยยอมฟังคำทัดทานของใคร โดยเฉพาะอาจารย์ปริญญาที่ค้านมาตลอดว่า อันตรายมากที่สร้างเขื่อนทับแนวรอยเลื่อนที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว กระทั่งเขื่อนสร้างเสร็จระยะหนึ่ง..."
________________________
ข้อมูลใหม่แผ่นดินไหว 2เขื่อนน่าห่วง ศรีนครินทร์-เขาแหลม "รอยเลื่อน"พร้อมปะทุ จี้"12จว.-กทม."รับมือ
ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวยกข้อมูลล่าสุดเตือน พบรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์เคลื่อนตัวตลอดเวลา จี้วางระบบเตือนภัย เตรียมแผนอพยพ ดูแล 2 อำเภอในเมืองกาญจน์เป็นพิเศษ เชื่อแค่ไหวไม่ถึง 7.5 ริกเตอร์ เขื่อนศรีนครินทร์-เขาแหลม มีโอกาสแตกสูง อดีตวิศวกร กฟผ.อ้างข้อมูลบริษัทที่ปรึกษา 3 ประเทศ ระบุหากเขื่อนแตก น้ำจะท่วม 13 จว.
คณะอนุกรรมการสิทธิในทรัพยากรน้ำและแร่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเวทีสัมมนาการเสี่ยงต่อภัยพิบัติและอันตรายจากการพิบัติของเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี ขึ้นที่สำนักงาน กสม.เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 มกราคม โดยมีนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว ตัวแทนจากบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) หรือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเดิมเข้าร่วม ทั้งนี้ ในเวทีสัมมนามีการเปิดเผยข้อมูลที่ค้นพบใหม่จากนักวิชาการผู้ชำนาญการเรื่องแผ่นดินไหว ที่อาจจะนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่าพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของเขื่อนศรีนครินทร์ ปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนที่มีพลังมหาศาลหากเกิดแผ่นดินไหวอาจทำให้เขื่อนแตกได้
ดร.ปัญญา จารุศิริ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแผ่นดินไหว กล่าวว่า จากการศึกษาเก็บข้อมูลรอยเลื่อนที่มีผลกระทบต่อตัวเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งทำร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ครั้งล่าสุด พบข้อมูลใหม่ที่น่าสนใจมากคือ รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ ที่อยู่ในเขตประเทศพม่า เคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และมีรอยเลื่อนที่ชัดเจนมาก โดยรอยเลื่อนดังกล่าวจะค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อเข้ามาในเขตประเทศไทย
"จากข้อมูลนี้ทำให้วิตกว่าพื้นที่ที่ถูกขนาบด้วยรอยเลื่อนคืออำเภอไทรโยค และสังขละบุรี (จ.กาญจนบุรี) ที่อยู่ติดกับชายแดนพม่าอาจได้รับอันตราย เราสำรวจพบว่าบริเวณดังกล่าวมีชุมชนอยู่ 550 หลังคาเรือน สะพาน 38 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดต่างๆ อีก 5 แห่ง รวมทั้งเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนเขาแหลม พื้นที่เหล่านี้ต้องได้รับการดูแลพิเศษเรื่องการเตือนภัย และเตรียมแผนอพยพไปสู่ที่ปลอดภัยให้พร้อม" ดร.ปัญญากล่าว
ดร.ปริญญา นุตาลัย นักวิชาการด้านแผ่นดินไหว กล่าวว่า ก่อนที่เขื่อนศรีนครินทร์จะถูกสร้างขึ้นมานั้น เคยคุยกับวิศวกรชาวญี่ปุ่น สมัยนั้นไม่ได้นำข้อมูลเรื่องแนวรอยเลื่อนแผ่นดินไหวมาพิจารณาในการก่อสร้างเลย สำหรับข้อมูลที่ กฟผ.อ้างอยู่ตลอดเวลาที่มีการถกเถียงเรื่องแผ่นดินไหวแล้วทำให้เขื่อนแตกว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะเขื่อนนี้สร้างไว้รองรับการไหวของแผ่นดินได้ถึง 7.5 ริกเตอร์นั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะในอดีตก่อนสร้างไม่ได้นำเรื่องนี้มาเป็นตัวตั้ง และยังไม่มีความรู้เรื่องแนวรอยเลื่อนเท่ากับปัจจุบัน
"พื้นที่ตามแนวรอยเลื่อน ซึ่งมีเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนเขาแหลมรวมอยู่ด้วยนั้น ถ้าเกิดแผ่นดินไหวใต้เขื่อน ไม่จำเป็นต้องถึง 7.5 ริกเตอร์ เขื่อนก็มีโอกาสแตกอยู่ดี" ดร.ปริญญากล่าว
นายธำรง ธวัชชัยประชา ซึ่งร่วมในเวทีสัมมนาครั้งนี้ด้วย เปิดเผยว่า ตัวเองเป็นอดีตวิศวกรโยธา กฟผ.ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มวิศวกรที่ปรึกษาที่ดูแลรักษาเขื่อนศรีนครินทร์มาตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง
"ยอมรับว่า ขณะนั้นผมมีความฮึกเหิมอย่างมากที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างเขื่อนศรีนครินทร์ มั่นใจระบบการก่อสร้าง และไม่เคยยอมฟังคำทัดทานของใคร โดยเฉพาะอาจารย์ปริญญาที่ค้านมาตลอดว่าอันตรายมากที่สร้างเขื่อนทับแนวรอยเลื่อนที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว กระทั่งเขื่อนสร้างเสร็จระยะหนึ่ง กฟผ.ให้บริษัทที่ปรึกษาจากสหรัฐอเมริกา สวีเดน และแคนาดา ตรวจประเมินเขื่อนจากข้อมูลเรื่องการเกิดแผ่นดินไหว ทั้ง 3 แห่ง สรุปผลออกมาเหมือนกันว่าจังหวัดกาญจนบุรีอาจเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ขนาด 7.5-8.0 ริกเตอร์ นั่นคือ มากกว่าที่ กฟผ.ออกแบบเขื่อนไว้ 500-4,000 เท่า และทั้งหมด แนะนำให้ กฟผ.เพิ่มมาตรการเสริมความแข็งแรงของเขื่อน" นายธำรงกล่าว
นายธำรงกล่าวว่า ที่ กฟผ.บอกกับสาธารณะว่าเขื่อนรับแรงไหวของแผ่นดินได้ 7.5 ริกเตอร์นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะความจริงคือ ตัวเลข 7.5 ริกเตอร์ ที่เขื่อนจะรองรับความเสียหายได้ จุดศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหว จะต้องห่างจากตัวเขื่อนมากกว่า 250 กิโลเมตร แต่จากข้อมูลใหม่และความรู้ในปัจจุบัน พบว่าแนวรอยเลื่อนแผ่นดินไหวที่มีพลังนั้น อยู่บริเวณเดียวกับที่เขื่อนสร้างอยู่นั่นเอง
นายธำรงกล่าวว่า บริษัทที่ปรึกษาเหล่านั้นยังระบุอีกว่าหากเขื่อนศรีนครินทร์แตกแล้ว โอกาสที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง ครอบคลุม 13 จังหวัด 65 อำเภอ เป็นพื้นที่ถึง 7,500 ตารางกิโลเมตร หรือราว 4,700,000 ไร่ สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) นั้น น้ำจะไหลมาถึงเขตบางกอกน้อย ตลิ่งชัน ธนบุรี ภาษีเจริญ จอมทอง ราษฎรบูรณะ และบางขุนเทียน ภายใน 35 ชั่วโมง และ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จะเจอสภาพหนักสุด คือ น้ำจะไหลสู่ อ.เมือง ภายใน 5 ชั่วโมง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี 11 ชั่วโมง
"สมัยที่ผมอยู่ กฟผ.รู้สึกสำนึกผิดที่มีส่วนร่วมให้เกิดเขื่อนแห่งนี้ขึ้น หลังจากทราบข้อมูลจากหลายๆ ฝ่ายแล้ว จึงเขียนบันทึกขึ้นมา 25 หน้า ขอให้ กฟผ.เปลี่ยนเครื่องวัดระดับน้ำที่ท้ายเขื่อน เพื่อเพิ่มมาตรการเตือนภัย เพราะมาตรวัดล้าสมัยมาก รวมทั้งข้อมูลเรื่องรอยเลื่อนต่างๆ แต่บันทึกดังกล่าว ต้องผ่านผู้ใหญ่หลายระดับ ผมพยายามติดตาม แต่กระทั่งออกมาจาก กฟผ.ก็ยังไม่ได้ข่าวว่าบันทึกที่ผมทำขึ้นมานั้น ไปอยู่ที่ไหนกับใคร แต่ผมก็สำเนาเอกสารเก็บเอาไว้" นายธำรงกล่าว
ขณะที่นายแกว่น สีตะธนี ผู้จัดการฝ่ายบำรุงรักษาโยธา กฟผ. ซึ่งนั่งในเวทีนี้ด้วย กล่าวว่า ขณะนี้ กฟผ.มีแผนป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากเขื่อนแตกอยู่แล้ว ทั้งนี้ เมื่อเกิดข้อมูลใหม่ๆ ขึ้น กฟผ.ก็ได้เพิ่มการกวดขันในการตรวจสอบรอยร้าวรอยรั่วของเขื่อนเพิ่มมากขึ้น
______________________ มติชน 25 มกราคม 2549 |