carefor_banner028.jpg
อัปเดทล่าสุด : อังคาร 2 ธันวาคม 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 149 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

แพทย์แนะคนอายุมาก เลียนแบบวัยโจ๋ป้องกันสมองเสื่อม พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
แพทย์แนะคนอายุมาก หัดทำสิ่งใหม่ ร้องเพลงวัยโจ๋ ใช้คอมพิวเตอร์ ลดอาการสมองเสื่อม การทำในสิ่งใหม่ ๆ คิดอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำ เพื่อพัฒนาสมอง ซึ่งใข้สมองกันไม่ถึง 10 % ในขณะที่สมองสามารถพัฒนาได้อีก 90 %

____________________

แพทย์แนะคนอายุมาก หัดทำสิ่งใหม่ ร้องเพลงวัยโจ๋ ใช้คอมพิวเตอร์ ลดอาการสมองเสื่อม

นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยพบว่าผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกำลังเคลื่อนเข้าสู่ระยะที่เรียกว่า ภาวะประชากรผู้สูงอายุ ทั้งนี้ อายุคาดเฉลี่ยของคนไทยในเพศชาย คือ 68 ปี เพศหญิง คือ 73 ปี สูงกว่าเวียดนาม อินโดนีเซีย พม่า แต่ก็นับว่ายังมีอายุคาดเฉลี่ยที่ต่ำกว่าญี่ปุ่น สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย ซึ่งอายุคาดเฉลี่ยของคนไทยหากมีอายุอยู่ได้ถึง 60 ปี จะมีโอกาสอายุ 80 ปีได้ หากอายุ 80 ปี แล้วถ้าดูแลร่างกายและจิตใจให้ดีสามารถมีอายุยืนยาวไปได้อีก 10 ปี จนมีอายุ 90 ปี

แต่ในปัจจุบันผู้สูงอายุที่มีภาวะสุขภาพดีมีไม่ถึงร้อยละ 50 พบปานกลางร้อยละ 30 และอีกร้อยละ 20 มีสุขภาพไม่ดี ซึ่งผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวอย่างน้อยคนละ 1 โรค โดยภาระโรคของผู้สูงอายุพบโรคติดต่อน้อยลงมีเพียงร้อยละ 11.3 ในขณะที่โรคไม่ติดต่อ อาทิ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง สมองเสื่อม มีมากขึ้นถึงร้อยละ 85.2 และมีอุบัติเหตุร้อยละ 3.5

อาการที่พบบ่อย ได้แก่ การปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดหลัง ปวดข้อ ข้อเสื่อม นอนไม่หลับ เวียนศีรษะ โรคเกี่ยวกับตา ความจำเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องออกกำลังสมอง โดยการทำในสิ่งใหม่ ๆ คิดอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำ เช่น การฟังเพลง การร้องเพลงแนวใหม่แตกต่างจากที่เคยทำ การหัดใช้คอมพิวเตอร์ หัดเล่นโปรแกรมต่าง ๆ  เพื่อเป็นการพัฒนาหน่วยความจำในสมอง ซึ่งในปัจจุบันใข้สมองกันไม่ถึงร้อยละ 10 ในขณะที่สมองสามารถพัฒนาได้อีกร้อยละ 90 นพ.ชาตรี กล่าว

อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ควรจะออกกำลังกายและดูแลสุขภาพจิตควบคู่กับการออกกำลังสมองเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งการออกกำลังกายมีเป้าหมาย 3 อย่าง ได้แก่ การออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรงของปอด หัวใจ ระบบหลอดเลือด เรียกว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิค การออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง เช่น การยกน้ำหนัก และการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น เช่น โยคะ รำไม้พลอง

อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ สูง จึงควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ประกอบกับนโยบายคนไทยแข็งแรง เมืองไทยแข็งแรงได้กำหนด ป้าหมายเกี่ยวกับผู้สูงอายุไว้ 2 ประเด็นคือ ผู้สูงอายุต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวและมีอายุคาดเฉลี่ยยาวขึ้นพร้อมมีคุณภาพชีวิตที่ดี อัตราป่วยและตายด้วยโรคที่เป็นสาเหตุสำคัญลดลง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการให้มีช่องทางพิเศษในสถานพยาบาลและโรงพยาบาลในสังกัดทั้ง โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน สถานีอนามัยรวมทั้งเชื่อมโยงกับคลินิกผู้สูงอายุ เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว ให้แก่ผู้สูงอายุที่มารับบริการ โดยเน้นการดูแลแบบองค์รวม ดูแลสุขภาพในแบบสร้างนำซ่อม ป้องกันไว้ก่อน ทั้งนี้การเกิดโรคต่าง ๆ พันธุกรรมอาจเป็นส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรม เช่น อาหาร การขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เป็นต้น

____________________________
กรุงเทพธุรกิจ 17 มกราคม 2549

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License