 ด้วยความห่วงใยการโฆษณาที่เกินความจริง องค์การอาหารและยาได้ออกเตือนผู้บริโภคให้ระวังการบริโภคจำนวนมาก จะได้รับคาเฟอีนและน้ำตาลสูง เป็นอันตรายต่อร่างกาย อีกทั้งการอวดอ้างสรรพคุณสามารถยับยั้งและป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ถือว่ายังไม่มีหลักฐานทางวิชาการ
_________________________
ชาเขียวได้รับความนิยมอย่างมหาศาลว่าเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยแต่กระจายไปทั่วโลก ในสหรัฐอเมริกามีมูลค่าการจำหน่ายสูงถึง 6.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา คนไทยที่รักสุขภาพก็หันเหจากเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมมาเป็นชาเขียวพร้อมดื่มสารพัดยี่ห้อ เครื่องสำอางมากมายก็มีการผสมผสานสารสกัดจากชาเขียวเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพผิวหนังอีกด้วย
หลายคนที่หลงรักชาเขียวเพราะเข้าใจว่า เพื่อสุขภาพที่ดี คงจะได้ทำความเข้าใจถึงข้อเท็จจริง จะได้ไม่ต้องคาดหวังอะไรมากมายจากชาเขียวพร้อมดื่มเหล่านั้น เพราะปัจจัยส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตต้องไปพร้อมๆ กัน เช่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อาหารที่พอเหมาะและเหมาะสมต่อสุขภาพ รวมถึงการบริหารจิต ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ลดอนุมูลอิสระอย่างมหาศาลโดยไม่ต้องพึ่งชาเขียว
ทีโพลีฟีนอลส์ สารสำคัญในชาเขียว
ใบชา จะมีสารสำคัญชื่อว่า ทีโพลีฟีนอลส์ (Tea Polyphenols) คาเฟอีนและคลอโรฟิล ทีโพลีฟีนอลส์เป็นสารที่ให้รสฝาด มีอยู่ในใบชาประมาณ 30% สารกลุ่มนี้ยังพบในพืชเกือบทุกชนิด ปริมาณที่พบในพืชแต่ละชนิดมากน้อยแตกต่างกันไป โพลีฟีนอลส์ที่พบในพืชทั้งหลายมีประโยชน์คล้ายคลึงกันไม่ใช่แต่เฉพาะในใบชาเท่านั้น แต่อาจแตกต่างกันไปแล้วแต่รายละเอียดของโมเลกุลหรือชนิดของโพลีฟีนอลส์ที่พบในพืชแต่ละประเภท
อย่างไรก็ตาม โพลีฟีนอลส์จากพืชโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พบในใบชา มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ค่อนข้างแรง เมื่อเปรียบเทียบกับวิตามินซีและวิตามินอี ความเสื่อมโทรมของร่างกายรวมถึงอวัยวะส่วนต่างๆ ก็เกิดเนื่องจากการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย อาการเครียดทางจิต ก็กระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย ผิวหนังก็เช่นกัน ความเสื่อมโทรมของผิวหนัง ก็เกิดจากอนุมูลอิสระที่ไปทำลายเซลล์ผิว โรคที่รุนแรงทั้งหลาย เช่น มะเร็ง โรคตับอักเสบ โรคสมองเสื่อม และอื่นๆ ก็มีการสันนิษฐานว่ามีสาเหตุจากอนุมูลอิสระ
ดังนั้นสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้มข้นและแรง เมื่อให้เข้าไปในร่างกาย โดยการรับประทาน หรือโดยการทาที่ผิวหนัง ก็จะไปทำหน้าที่ดูดซับอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นได้ ทำให้การถูกทำลายของเซลล์ร่างกายถูกยับยั้งหรือทำลายน้อยลง นอกจากนั้นยังพบว่าสารกลุ่มนี้สามารถดูดซับสารพิษหลายๆ ชนิดในร่างกายได้อีกด้วย
จากผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ พบว่า ทีโพลีฟีนอลส์มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านโรคต่างๆ ได้ เช่น ต้านเซลล์มะเร็ง ต้านโรคตับอักเสบ ต้านโรคท้องร่วง ต้านมะเร็งผิวหนัง และเมื่อเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางจะช่วยลดและต้านการเกิดริ้วรอยแห่งวัย เนื่องจากกลไกของการต้านอนุมูลอิสระและการดักจับสารพิษที่เกิดขึ้นในร่างกายนั่นเอง
อย่างไรก็ตามผลการวิจัยเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นของการทดลองในระดับหลอดทดลองหรือในสัตว์เล็กๆ แต่หากการวิจัยพัฒนาจนสามารถทดสอบในคน จึงจะสรุปประโยชน์ในเชิงการรักษาโรคได้อย่างชัดเจน ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ได้ปฏิเสธฤทธิ์ในการต้านมะเร็งเต้านม ต่อมลูกหมากและมะเร็งในรูปแบบอื่น ๆ เรียบร้อยแล้ว เพราะข้อมูลจากผลการวิจัยยังไม่มากพอที่จะบ่งชี้ได้
จุดอ่อนของโพลีฟีนอลส์
แม้ว่าโพลีฟีนอลส์จากพืชหรือจากใบชาจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่มีข้อจำกัดในเรื่องความไม่คงตัวของสารสำคัญกลุ่มนี้ กล่าวคือ สารโพลีฟีนอลส์ทุกชนิดจะสลายตัวได้ง่ายเมื่อได้รับแสงแดด ความร้อน ความชื้น และออกซิเจนในอากาศ
ดังนั้นขบวนการสกัดใบชาเพื่อให้ได้สารกลุ่มนี้ออกมาให้มากที่สุดและยังคงสภาพนั้น กระบวนการผลิตใบชาหรือสกัดสารสำคัญต้องไม่มีการใช้ความร้อนเลย และต้องเก็บรักษาในที่เย็นให้พ้นจากแสงแดด
ในความเป็นจริงผู้ผลิตใบชา ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดำ หรือชาอู่หลง ต้องผ่านขบวนการนึ่ง คั่ว อบแห้งโดยใช้ความร้อนสูงทั้งนั้น การจำแนกเป็นชนิดของ ชาเขียว ชาดำ หรือ ชาอู่หลง ก็จะขึ้นอยู่กับขบวนการผลิตใบชานั่นเอง การชงชาจากใบชาเฉกเช่นชาวจีนโดยทั่วไป ต้องใช้น้ำร้อน ดังนั้นสารทีโพลีฟีนอลส์ที่ละลายออกจากใบชาจะมีบางส่วนสลายตัวไปเรียบร้อยแล้วเนื่องจากความร้อน นอกจากนั้นสารสำคัญเหล่านี้ยังถูกดูดซึมได้ไม่ดีจากกระเพาะอาหารอีกด้วย สารเหล่านี้มักจะไปเคลือบที่กระเพาะอาหารแทนที่จะถูกดูดซึม
อย.เตือนภัยชาเขียว
ด้วยความห่วงใยการโฆษณาที่เกินความจริง องค์การอาหารและยา หรือ อย.ได้ออกเตือนผู้บริโภคเมื่อไม่นานมานี้ให้ระวังการบริโภคจำนวนมากจะได้รับคาเฟอีนและน้ำตาลสูง เป็นอันตรายต่อร่างกายอีกทั้ง การอวดอ้างสรรพคุณสามารถยับยั้งและป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ถือว่ายังไม่มีหลักฐานทางวิชาการ
ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ปัจจุบันมีเครื่องดื่มชาเขียวหลากหลายยี่ห้อจำหน่ายตามท้องตลาด ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีกลยุทธ์ส่งเสริมการขายหลายรูปแบบ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนบริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะที่เห็นได้ชัดในขณะนี้ คือ การโฆษณาหรือกล่าวอ้างสรรพคุณว่า เครื่องดื่มชาเขียวมีสารโพลีฟีนอล (polyphenol) ที่เป็นแอนติออกซิแดนซ์ มีคุณสมบัติช่วยป้องกันกำจัดอนุมูลอิสระ และคอเลสเทอรอล ป้องกันการเกิดเส้นเลือดอุดตัน ความดันโลหิตสูง หากดื่มเป็นประจำทำให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ สามารถป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ เบาหวาน ลดน้ำหนัก หรือป้องกันฟันผุได้ จนผู้บริโภคหลงเชื่อโหมดื่มชาเขียวเป็นจำนวนมาก
สำนักงาน อย. เกรงผู้บริโภคเข้าใจผิด จึงขอชี้แจงให้ทราบข้อเท็จจริงว่า สารโพลีฟีนอลจะมีผลดีต่อร่างกายดังที่กล่าวอ้างจะต้องมีการบริโภคชาเขียวมากกว่าปกติหลายเท่า ที่สำคัญ การศึกษาประโยชน์และการป้องกัน หรือรักษาโรคในการบริโภคชาเขียวเป็นการศึกษาเฉพาะในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง ซึ่งยังไม่เคยมีการศึกษาในมนุษย์และปริมาณที่ใช้ในการทดลองก็เป็นปริมาณที่สูงมากกว่าที่คนทั่วไปบริโภคหลายเท่าตัวเช่นกัน ดังนั้น อาจสรุปได้ว่า ประโยชน์จากการดื่มเครื่องดื่มชาเขียวคือ เพื่อดับกระหาย และให้ความสดชื่นเท่านั้น
"ขอให้ตระหนักถึงปริมาณคาเฟอีนในเครื่องดื่มชาเขียวด้วย ถึงแม้จะเป็นคาเฟอีนที่ได้มาจากธรรมชาติ แต่หากได้รับปริมาณมากเกินในแต่ละวัน ก็อาจจะไม่เกิดผลดีต่อสุขภาพ เพราะคาเฟอีนมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการทำงานของประสาท เพิ่มการเผาผลาญเพิ่มการทำงานของหัวใจและไต โดยเฉพาะเด็ก สตรีมีครรภ์ หรือผู้ป่วยโรคหัวใจควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มชาเขียว ซึ่งส่วนใหญ่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบเพื่อแต่งรส"
ผู้บริโภคท่านใดพบเห็นการโฆษณาเครื่องดื่มชาเขียวที่เกินจริง โปรดแจ้งมายัง สายด่วน อย. 1556 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อ อย. ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
.................................. หมายเหตุ : ข้อมูลจาก มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และองค์การอาหารและยา
____________________________ กรุงเทพธุรกิจ 9 พฤศจิกายน 2548 |