carefor_banner036.jpg
อัปเดทล่าสุด : อังคาร 2 ธันวาคม 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 123 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

เอฟทีเอ เมื่อไทยยิ้มได้??? พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
"จากการวิเคราะห์พบว่า ผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี คือกลุ่มธุรกิจพาณิชย์การเกษตร ธุรกิจโทรคมนาคม ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ และอื่นๆ ในขณะที่เราต้องยอมให้เกษตรกรนับล้านต้องสูญเสียอาชีพ คนไทยต้องซื้อยาและจ่ายค่าบริการสาธารณสุขในราคาแพง ต้องจำยอมให้ต่างชาติเข้ามายึดครองรัฐวิสาหกิจเกี่ยวกับกิจการสาธารณประโยชน์ทุกๆ ด้าน  คนไทยจะหมดโอกาสดำเนินวิถีชีวิตตามแนวคิดพึ่งพาตนเอง"

_________________________

โดย วันชัย ตัน

คุณทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเคยให้ทรรศนะสนับสนุนการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ไว้ครั้งหนึ่งว่า

"เกษตรกรต้องปรับตัวรับการเปิดเสรี หรือไม่ก็เลิกไปประกอบอาชีพอื่น"

ขณะที่เมื่อสามเดือนก่อน คุณบุญคลี ปลั่งศิริ บิ๊กบอสแห่งค่ายชินคอร์ป เคยให้สัมภาษณ์นักข่าวระหว่างที่มีการเจรจาเอฟทีเอระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริการอบที่แล้วว่า

"กิจการโทรคมนาคมยังไม่พร้อมที่จะรับการเปิดเสรีภายใต้เอฟทีเอ"

ไม่น่าแปลกใจอันใด เอฟทีเอที่ประเทศไทยไปตกลงทำสัญญากับประเทศอื่น ไม่ว่าจะเป็นจีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น หรือสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยยินดีเปิดการค้าเสรีในสินค้าเกือบทุกประเภท ไม่ว่าสินค้าการเกษตร อุตสาหกรรม และล่าสุดคือกลุ่มธุรกิจการเงิน แต่มีประเภทเดียวที่ไม่ยอมเปิดคือ กิจการโทรคมนาคม

คุณบุญคลีพูดถูกต้อง เพราะหากไทยขืนเปิดเสรีด้านโทรคมนาคม ให้บริษัทยักษ์ใหญ่จากต่างชาติเข้ามาบุกตลาดเมืองไทยเมื่อใด คงกระทบกระเทือนผลประโยชน์ของบริษัทในเครือชินคอร์ปอย่างแน่นอน

อันที่จริงไม่เพียงเฉพาะกิจการด้านโทรคมนาคมที่ยังไม่พร้อมจะรับการเปิดเสรี กิจการด้านอื่นๆ ไม่ว่าการเกษตร การเงิน อุตสาหกรรมหลายประเภทในประเทศไทยก็ยังไม่พร้อม เพราะเสียเปรียบบริษัทข้ามชาติที่มีเทคโนโลยีและเงินทุนมหาศาลกว่า

ตอนนี้กลุ่มธุรกิจการเงิน โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารดูเหมือนจะกลายเป็นแนวร่วมกลายๆ กับเสียงคัดค้านของภาคประชาชนในเรื่องการเจรจาเอฟทีเอกับสหรัฐอเมริกา

มองไปรอบๆ ตัวขณะที่ยังไม่เปิดเสรีทางการเงิน ทุกวันนี้มีเพียงธนาคารสัญชาติไทยพันธุ์แท้อยู่ไม่กี่แห่งเอง นอกนั้นล้วนเป็นธนาคารชื่อไทยนามสกุลฝรั่งทั้งนั้น

แต่รัฐบาลชุดนี้กลับมุบมิบเร่งรีบที่จะให้มีการตกลงการทำสัญญาเอฟทีเอกับต่างประเทศ ถึงขนาดไม่ยอมนำเรื่องนี้ให้สภาได้พิจารณา และไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดในการเจรจาว่าประเทศไทยได้อะไรหรือเสียอะไร

ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจว่า การเจรจาเรื่องเขตการค้าเสรีของประเทศทั้งสองฝ่ายนั้น โดยปกติจะมีกลุ่มเศรษฐกิจที่ได้ประโยชน์ และกลุ่มเศรษฐกิจที่เสียประโยชน์

ลองศึกษาจากบทเรียนที่ผ่านมาว่า ใครได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์

ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ทำสัญญาเอฟทีเอกับออสเตรเลีย โดยมีสาระสำคัญคือ ไทยยอมลดภาษีนำเข้าเนื้อและผลิตภัณฑ์นม ทำให้สินค้าราคาถูกจากออสเตรเลียมาตีตลาดเมืองไทย ส่งผลให้เกษตรกรไทยผู้เลี้ยงโคเนื้อและโคนมได้รับความเดือดร้อน

ในขณะเดียวกันออสเตรเลียเปิดรับการลงทุนด้านโทรคมนาคม โทรศัพท์มือถือ ดาวเทียม และลดภาษีชิ้นส่วนยานยนต์ที่นำเข้าจากไทย ส่งผลให้บริษัทที่ทำธุรกิจโทรคมนาคมและดาวเทียม และบริษัทผู้ประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ไทยได้ประโยชน์เต็มที่

ผลประโยชน์เหล่านี้แทบจะไม่แตกต่างจากสาระสำคัญการทำสัญญาเอฟทีเอระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ เมื่อไทยยอมลดภาษีเนื้อและผลิตภัณฑ์นม ขณะที่นิวซีแลนด์ยอมลดภาษีชิ้นส่วนยานยนต์และเปิดรับการลงทุนด้านโทรคมนาคม

ใครคือยักษ์ใหญ่กลุ่มโทรคมนาคมในเมืองไทย ทุกคนคงทราบดี โดยเฉพาะดาวเทียมดวงล่าสุด "ไอพีสตาร์" นั้นมีเป้าหมายการให้บริการดาวเทียมที่รองรับบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงอันดับ 1 ของโลก พื้นที่การให้บริการดาวเทียมครอบคลุมทั่วทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์

แต่สำหรับยักษ์ใหญ่ของกลุ่มบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในเมืองไทยนั้น หลายคนยังไม่ทราบว่าเป็นของกลุ่มบริษัทจึงรุ่งเรืองกิจ กลุ่มธุรกิจของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เลขาธิการพรรคไทยรักไทยสุดเลิฟของคุณทักษิณ

สองกลุ่มนี้ได้ประโยชน์เต็มที่จากเอฟทีเอกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ขณะที่เกษตรกรไทยผู้เลี้ยงโคนมนับล้านคนรอวันล้มละลาย

หันมามองการทำสัญญาเอฟทีเอไทยกับจีน สาระสำคัญคือการลดภาษีผักและผลไม้เหลือ 0% ส่งผลให้เกษตรกรปลูกหอม กระเทียม และเกษตรกรที่ปลูกผักและผลไม้เมืองหนาวใกล้สูญพันธุ์เต็มที่ เพราะถูกผักผลไม้ราคาถูกจากจีนเข้ามาตีตลาด ในขณะที่บริษัทที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือ กลุ่มบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ซึ่งเชี่ยวชาญตลาดจีนมาเป็นเวลานานแล้ว และเป็นพันธมิตรอันเหนียวแน่นและซื่อสัตย์ของรัฐบาลในปัจจุบัน

ส่วนสาระสำคัญของข้อตกลงการทำสัญญาเอฟทีเอไทยกับญี่ปุ่นนั้น คือการเปิดเสรีบริการการแพทย์ โดยญี่ปุ่นตกลงให้คนป่วยญี่ปุ่นมารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทยได้ โดยสามารถเบิกจ่ายจากกองทุนสวัสดิการรักษา

รัฐบาลไทยรักไทยประกาศอย่างชัดเจนว่ามีนโยบายจะทำให้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชีย โดยมีนัยยะสำคัญที่จะให้คนต่างชาติมารักษาพยาบาลในเมืองไทยเพิ่มขึ้น เพราะสามารถเก็บค่ารักษาพยาบาลได้แพงกว่าคนไทยตาดำๆ อย่างแน่นอน

แต่ก่อนหน้านี้ กลุ่มทุนของชินคอร์ปที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการแพทย์มาก่อน ได้แผ่ขยายอาณาจักรมาทำธุรกิจด้านนี้ โดยเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลเอกชน 8 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพญาไท 1-2-3 โรงพยาบาลศรีราชานคร โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล โรงพยาบาลสยาม โรงพยาบาลวชิรปราการ โรงพยาบาลอุดรปัญญาเวช และอีกหลายแห่งที่ยังอยู่ในระหว่างการเจรจา

กลุ่มธุรกิจด้านการแพทย์จะเป็นกลุ่มธุรกิจสำคัญของกลุ่มชินคอร์ปในอนาคต เพราะจะเป็นกลุ่มที่ทำรายได้สูงจากการทำเอฟทีเอกับประเทศอื่นๆ ช่างบังเอิญสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลชุดนี้จริงๆ

ส่วนคนไทยแท้ๆ จะต้องประสบปัญหาขาดแคลนแพทย์ตามโรงพยาบาลของรัฐอย่างแน่นอนในอนาคต เพราะคุณหมอคงถูกกว้านซื้อตัวไปอยู่ตามโรงพยาบาลเอกชน ที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า เพื่อรักษาลูกค้ากระเป๋าหนักจากเมืองนอก

เมื่อสองปีก่อนกลุ่มนักวิชาการจากสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศ 83 คนเคยออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งทำนายผลการเจรจาเอฟทีเอที่ประเทศไทยจะไปทำกับประเทศอื่นๆ ว่า

"จากการวิเคราะห์พบว่า ผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี คือกลุ่มธุรกิจพาณิชย์การเกษตร ธุรกิจโทรคมนาคม ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ และอื่นๆ ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล ในขณะที่เราต้องยอมให้เกษตรกรนับล้านต้องสูญเสียอาชีพ คนไทยต้องซื้อยาและจ่ายค่าบริการสาธารณสุขในราคาแพง ต้องจำยอมให้ต่างชาติเข้ามายึดครองรัฐวิสาหกิจเกี่ยวกับกิจการสาธารณประโยชน์ทุกๆ ด้าน ประเทศจะหมดหนทางปกป้องสังคมเศรษฐกิจจากการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นตามมา คนไทยจะหมดโอกาสดำเนินวิถีชีวิตตามแนวคิดพึ่งพาตนเอง"

ระหว่างการเจรจาเอฟทีเอไทยกับสหรัฐ คุณทักษิณ ชินวัตร ได้ให้สัมภาษณ์ว่า "เรายึดผลประโยชน์ของประเทศและเอฟทีเอต้องทำให้ไทยยิ้มได้"

ไม่รู้ว่าเอฟทีเอที่ผ่านมา คนไทยยิ้มได้ หรือไทยรักไทยยิ้มได้กันแน่

_______________________
มติชน 15 มกราคม 2549

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License