|
"เข้าใจและให้โอกาส" 2สาวขอ"ของขวัญวันเด็ก" |
|
|
 "อยากให้ผู้ใหญ่เข้าใจความรู้สึกของเด็กบ้าง บางครั้งเด็กอาจทำผิดเพราะความไม่ตั้งใจ แต่เกือบทุกครั้งที่ทำผิดมักจะถูกดุก่อนเสมอ โดยที่ยังไม่ถามก่อน ทำให้เด็กรู้สึกกลัว และไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่หรือคุณครูไม่ถามเรื่องราวก่อน อยากให้ถามเหตุผล สาเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจว่าเป็นเรื่องร้ายแรงหรือเข้าใจผิดหรือไม่"
______________________ "อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด"
คำขวัญวันเด็กปี 2549 ที่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ให้กับเยาวชน คำขวัญวันเด็กแต่ละปีนั้น ก็เปรียบเสมือน "คำขอ" ที่ผู้ใหญ่อยากเห็นเด็กไทยเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต
ทว่า...วันเด็กทีไร ผู้ใหญ่ก็มักจะขอให้เด็กทำอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งทุกปี "พวกหนูๆ" ก็ทำตามกันอย่างเต็มกำลังความสามารถ แต่วันเด็กปีนี้ ก็มีเด็กเยาวชนอยากจะขอเปลี่ยนเป็น "ขอ" ของขวัญจากผู้ใหญ่กันบ้างดีกว่า
 คนแรก นางสาวปัทฏิมาพร จินดา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสายน้ำผึ้ง สาวน้อยยิ้มสวย ขอผู้ใหญ่ว่า อยากให้ผู้ใหญ่เข้าใจความรู้สึกของเด็กบ้าง บางครั้งเด็กอาจทำผิดเพราะความไม่ตั้งใจ แต่เกือบทุกครั้งที่ทำผิดมักจะถูกดุก่อนเสมอ โดยที่ยังไม่ถามก่อน ทำให้เด็กรู้สึกกลัว และไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่หรือคุณครูไม่ถามเรื่องราวก่อน อยากให้ถามเหตุผล สาเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจว่าเป็นเรื่องร้ายแรงหรือเข้าใจผิดหรือไม่ นอกจากนี้ ยังอยากให้ประเทศไทยมีความรัก ความสามัคคีกันให้มาก มีน้ำใจซึ่งกันและกัน โลกจะได้สงบสุข ไม่มีปัญหาให้ลูกหลานภายหลัง
 ต่อมา สาวเรียบร้อย "หนุงหนิง" นางสาวรุจิรา โฆษวรรณะ นักเรียนชั้นเกรด 9 โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ภาคภาษาอังกฤษ ร่วมขอร้องผู้ใหญ่ด้วยว่า ปีนี้อยากขอโอกาสที่จะได้ทำในสิ่งใหม่ๆ อยากให้เปลี่ยนทัศนคติและมีมุมมองกับเด็กเยาวชนใหม่ เพราะบ่อยครั้งที่ผู้ใหญ่จะคิดว่าเด็กคงทำไม่ได้หรือคิดว่ายังเด็กเกินไป แล้วก็มักจะมีกรอบกำหนดว่าเด็กควรทำสิ่งใด ไม่ควรทำสิ่งใด ซึ่งความจริงแล้ว เด็กก็มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถเหมือนกัน นอกจากนี้ หนุงหนิงยังฝากถึงผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองด้วยว่า ไม่อยากเห็นทั้งสองฝ่ายเถียงกันไปมา อยากให้ช่วยกันทำงานมากกว่า และอยากให้โอกาสรัฐบาลทำงานตามนโยบายเสียก่อน ถ้าไม่ดีก็ค่อยแก้ไขกันต่อไป
หวังว่าผู้ใหญ่คงนำคำขอของเด็กไปพิจารณากันบ้างเพื่อเป็นของขวัญวันเด็กแล้วกัน
________________________ มติชน 13 มกราคม 2549 |