 มีเด็กมากมาย ที่ได้รับผลกระทบ และต้อง "ทนทุกข์" จากการที่พ่อแม่แยกทาง "หย่าร้าง" กัน หนูน้อยวัย 10 ขวบผู้นี้เขียน "คำแนะนำ" เป็นเรื่อง เป็นราว กระทั่งกลายมาเป็น "หนังสือคู่มือ" ช่วยเหลือตัวเอง เพื่อให้เด็กๆ ที่ประสบปัญหา "บ้านแตก" ได้มีโอกาสซื้อหาอ่าน
____________________________
คอลัมน์ ร่อนตามลม
ลิบบี้ รีส์ เด็กหญิงชาวอังกฤษวัย 10 ขวบ เจ้าของหนังสือคู่มือ เฮลพ์, โฮป แอนด์ แฮปปี้เนสส์ (Help, Hope and Happiness) ที่เธอเขียนขึ้นเพื่อช่วยเด็กๆ ให้พ้นจากความทุกข์ ความเศร้า เมื่อพ่อแม่หย่า!!!
มีเด็กมากมาย ที่ได้รับผลกระทบ และต้อง "ทนทุกข์" จากการที่พ่อแม่แยกทาง "หย่าร้าง" กัน แต่จะมีเด็กสักกี่คนที่สามารถมี "คำแนะนำ" เป็นเรื่อง เป็นราว กระทั่งกลายมาเป็น "หนังสือคู่มือ" ช่วยเหลือตัวเอง เพื่อให้เด็กๆ ที่ประสบปัญหา "บ้านแตก" ได้มีโอกาสซื้อหาอ่าน เผื่อว่าจะพบทางออก ที่สามารถนำพาตัวเองให้พ้นจากมรสุมชีวิตในช่วงนั้นได้เหมือนกับ เจ้าของหนังสืออายุน้อยผู้นี้!!!
ด้วยอายุเพียง 10 ขวบ ลิบบี้ รีส์ เด็กหญิงหน้าตาน่ารักชาวเมืองริงวู้ด ประเทศอังกฤษ ก็ได้เป็นเจ้าของหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊ก เล่มบางความยาว 60 หน้าชื่อว่า เฮลพ์ , โฮป แอนด์ แฮปปี้เนสส์ (Help, Hope and Happiness) ที่เธอเขียนขึ้นมาจาก "ประสบการณ์จริง" ของตัวเอง ตอนที่เผชิญกับช่วงชีวิตสุดหดหู่ เมื่อพ่อแม่แยกทางกัน เมื่อ 3 ปีที่แล้ว และหวังว่าจะเป็นหนังสือคู่มือ ช่วยเพื่อนเด็กที่ประสบชะตากรรมแบบเดียวกับเธอได้
ทั้งนี้ จากข่าวเล่าว่า ลิบบี้ เพิ่งได้เซ็นสัญญากับสำนักพิมพ์อุลเบต้า ในเมืองอินเวอร์เนสส์ (Inverness) ประเทศสกอตแลนด์ เมื่อเร็วๆ นี้เอง หลังจากสำนักพิมพ์ได้อ่านต้นฉบับ แล้วรีบติดต่อขอเซ็นสัญญากับหนูน้อยทันทีภายใน 24 ชั่วโมง ด้วยเหตุผลที่ ชาร์ลส์ ฟอล์กเนอร์ เจ้าของสำนักพิมพ์บอกว่า นอกจากจุดเด่นตรงเป็นหนังสือที่เด็กเขียนให้เด็กอ่าน ซึ่งทุกวันนี้มีอยู่น้อยมากในตลาดหนังสือแล้ว "การที่เด็กอายุขนาดนี้ สามารถเขียนบอกเล่าสิ่งต่างๆ ออกมาได้ถึงขนาดนี้ นับเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น และไม่ธรรมดาเลย"
ขณะที่ลิบบี้ ซึ่งนั่งเครื่องบินไปเซ็นสัญญาที่สกอตแลนด์ พร้อมกับ นางแคเธอรีน มารดาวัย 41 เล่าด้วยความรู้สึกตื่นเต้นว่า "หนูตื่นเต้นที่สุด และแทบไม่อยากเชื่อเมื่อได้ยินว่าทางสำนักพิมพ์ตอบตกลง และหนูก็หวังว่า หนังสือของหนูจะสามารถช่วยเด็กคนอื่นๆ ได้"
ส่วนแม่ของนักเขียนรุ่นเยาว์ และเป็นนักเขียนอายุน้อยที่สุดของสำนักพิมพ์อุลเบต้า บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นราวกับ "ความฝัน" พร้อมกันนี้ แคเธอรีน ซึ่งขาดการติดต่อกับอดีตสามีนับแต่หย่าขาดจากกัน และทุกวันนี้เธอทำงานช่วยเหลือเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ได้เล่าถึงที่มาของหนังสือเฮลพ์, โฮป แอนด์ แฮปปี้เนสส์ ว่า "ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก มันเริ่มขึ้นตอนฉันกับลูกออกไปเดินเล่นด้วยกัน และพูดคุยกันไปตามทาง แล้วลิบบี้ก็เล่าให้ฉันฟังว่า ทุกครั้งที่เธอขว้างกิ่งไม้ออกไปให้สุนัข เธอได้ขว้างความรู้สึกโมโห ที่ทำให้เธอรู้สึกขุ่นเคืองใจออกไป ต่อมาเราก็ได้พูดคุยกันถึงเรื่องนี้อีก และฉันก็เลยคะยั้นคะยอให้เธอลองเขียนวิธีการต่างๆ ที่เธอใช้ปลดปล่อยความเครียด จากนั้นเธอก็ได้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือและเขียนบอกเล่าสิ่งต่างๆ ออกมา"
"เมื่อเขียนเสร็จ เธอก็ได้พิมพ์ต้นฉบับออกมาหลายชุด และลองส่งอี-เมลไปยังสำนักพิมพ์หลายแห่ง ฉันเองก็ไม่รู้ว่าสำนักพิมพ์ต่างๆ จะมีปฏิกิริยาอย่างไร แต่ก็รู้สึกกลัวอยู่เหมือนกันว่าจะถูกปฏิเสธ แต่แล้วไม่กี่วันต่อมา เราก็ได้รับโทรศัพท์ยืนยันจากสำนักพิมพ์อุลเบต้า ในอินเวอร์เนสส์ว่าสนใจจะพิมพ์หนังสือของลิบบี้ ทำให้เราแม่ลูกตื่นเต้น ดีใจกันยกใหญ่ และรู้สึกขอบคุณทางสำนักพิมพ์มาก"
คุณแม่ซึ่งเลี้ยงลูกตามลำพัง ยังบอกด้วยว่า เริ่มแรกสำนักพิมพ์จะพิมพ์หนังสือของลิบบี้ออกมา 1,000 เล่ม โดยเธอยังไม่รู้แน่ชัดว่าลูกสาวจะได้รับส่วนแบ่งเป็นเงินเท่าไร "แต่ไม่ว่าอะไรก็ตาม ทุกอย่างที่ลิบบี้ทำ เธอต้องการปันส่วนแบ่งเพื่อช่วยเหลือกองทุนเซฟ เดอะ ชิลเดร้น และกองทุนการกุศลช่วยเหลือสัตว์"
ว่าแล้ว เราก็ลองมาดูเนื้อหา "เคล็ดลับ" คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ของลิบบี้กันดูบ้างดีกว่า ที่เธอใช้เป็นเครื่องมือฉุดตัวเองขึ้นมาจากความเศร้า เริ่มจาก
1.หาเวลาพัก พยายามหาเวลาอยู่ตามลำพัง ดูหนังหรืออ่านหนังสือที่ตัวเองชอบ ซึ่งจะช่วยให้คุณใช้เวลาหลบเลี่ยงจากความทุกข์ กังวลใจได้อย่างมีคุณค่า
2.หาประโยค หรือคำพูดตลกๆ ที่สามารถทำให้คุณหัวเราะได้ทุกครั้งที่นึกถึง!!!
3.คิดด้านบวก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม พยายามคิดถึงแง่มุมดีๆ เข้าไว้เสมอ ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาตอนเช้า ให้ส่องกระจกแล้วพูดกับตัวเองว่า "ฉันจะต้องดีขึ้นทุกวันๆ 5 ครั้ง"
4.หาความสำเร็จ ลองมองหาสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกหวาดกลัว แล้วพยายามเอาชนะมันให้ได้ ยกตัวอย่างเช่น การจัดการกับความกลัวแมงมุม อย่างนี้เป็นต้น
5.หาค่ำคืนพิเศษ ลองมองหา "ค่ำคืนพิเศษ" แต่ละสัปดาห์เพื่อทำสิ่งให้ตัวเองมีความสุข เช่น อาจจะเป็นวันศุกร์ เพราะเป็นวันสุดท้ายของการเรียน หรืออาจจะเป็นคืนอังคาร ซึ่งมีรายการทีวีที่คุณชื่นชอบ
6.หาเวลาทบทวนชีวิตที่ผ่านไปแต่ละสัปดาห์ ลองหาเวลามานั่งคิดดูสิว่า มีสิ่งใดที่เราทำไปแล้วดี สิ่งใดที่ทำแล้วมีปัญหา แล้วลองคิดหาทางปรับปรุง แก้ไข ว่าเราพอจะทำอย่างไรได้บ้าง
7.หาทางปลดปล่อย มองหาสถานที่ ซึ่งคุณสามารถปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกออกมาได้เต็มที่ ไม่ว่าจะอยากตะโกน กรีดร้อง กระทืบเท้า หรืออะไรก็ได้ที่คุณอยากจะทำ ซึ่งกิจกรรมพิเศษนี้จะช่วยคุณได้ระบายความโกรธที่อัดแน่นอยู่ข้างในออกมา
นี่เป็นเพียงเคล็ดลับบางส่วนที่ลิบบี้ เขียนแนะนำในหนังสือเท่านั้นนะคะ
____________________ มติชน 9 มกราคม 2549 |