 ตอนนี้มนุษย์เยี่ยงเดียวกับพวกเราราว 800 ล้านคนกำลังตกอยู่ในสภาพอดอยากหิวโหย และอีกราว 2,000 ล้านคนอยู่ในสภาพทุพโภชนาการ ในขณะที่ราว 3,000 ล้านคนหล่อเลี้ยงชีวิตตัวเองอยู่ได้ด้วยเงินเพียง 80 บาทต่อวัน
----------------------------------------------------
ปี 2548 ที่ผ่านมานับเป็นปีแห่งวิบัติภัยอย่างแท้จริง
มนุษยชาติเริ่มต้นปีด้วยความเศร้าสลดที่ค้างคามาจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิในช่วงรอยต่อของปีก่อนหน้านั้น เหตุการณ์ร้ายแรงที่ไม่เพียงคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมหาศาลชนิดที่หลายคนอาจไม่เคยพบเจอในชั่วชีวิตเท่านั้น ยังก่อผลสะเทือนมหาศาลต่อทั้งโลก แม้แต่ 1 ขวบปีผ่านไปยังไม่หมดแรงดีดสะท้อนจากวิบัติภัยร้ายแรงครั้งนั้น
มีผลพวงจากเหตุคลื่นยักษ์สึนามิบางแง่มุมที่ไม่เคยมีใครครุ่นคิดถึง อย่างเช่นการเปลี่ยนแปลงในเชิงภูมิศาสตร์ของสภาพพื้นที่และสภาพภูมิประเทศในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศในบริเวณดังกล่าวในลักษณะปรวนแปรและรุนแรงมากขึ้น แม้จะยังไม่มีการพิสูจน์ยืนยัน แต่นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่า สภาวะน้ำท่วมหนัก ฝนตกในปริมาณมากในไทยเหตุการณ์เมื่อครั้งกระนั้นมีส่วนร่วมด้วยอย่างแน่นอน
หรือจะมีใครคาดคิดบ้างไหมว่า กองขยะซึ่งเกิดขึ้นในเหตุการณ์ธรณีวิบัติภัยหนนั้นที่เรียกขานกันว่า "ขยะสึนามิ" ในอินโดนีเซียจะมีปริมาณมหาศาลถึงขนาดกองสุมสูงเท่าตึก 3 ชั้นและครอบคลุมพื้นที่ขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 30 สนามรวมกัน ชาวอาเจะห์จะทำอย่างไรกับมัน?
แผ่นดินไหวซึ่งเป็นต้นเหตุของคลื่นยักษ์ในครั้งนั้น เปลี่ยนแปลงรูปร่างในทางภูมิศาสตร์ของอินโดนีเซียบางส่วน และหมู่เกาะอีกกว่าพันแห่งของมัลดีฟส์ใช้พักอาศัยไม่ได้โดยสิ้นเชิง ดุนแนวปะการังใต้ทะเลขึ้นเหนือน้ำ ทำลายชายหาดและป่ามะพร้าวชายฝั่ง 1 ใน 4 ของพื้นที่ชุ่มน้ำและพื้นที่ป่าชายเลนทั่วชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียเสียหาย
มันรุนแรงถึงขนาดทำให้ทั้งโลกสั่นสะเทือนไปอีก 1 สัปดาห์หลังเกิดเหตุ และนักธรณีวิทยาส่วนหนึ่งเชื่อว่า แผ่นดินไหวครั้งนั้นเป็นที่มาของเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่กลืนกิน 75,000 ชีวิตเป็นอย่างน้อยในปากีสถานและอินเดียในเวลาต่อมา
นักนิเวศวิทยายอมรับว่าสึนามิหนนั้นสร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศของโลกขนาดมหึมา แต่ผลกระทบที่มีต่อมนุษย์บนโลกนั้นมหาศาลยิ่งกว่า
กระนั้นนักนิเวศวิทยาหลายคนเชื่อว่า สิ่งที่มนุษย์กระทำย่ำยีต่อโลกในช่วงที่ผ่านมาก่อนหน้านั้นมากมายมหาศาลกว่ากันอย่างเปรียบเทียบกันไม่ได้
................
ปี 2548 ที่ผ่านมานอกจากแผ่นดินไหวรุนแรง คลื่นยักษ์สึนามิ ในมหาสมุทรอินเดีย ในฟากฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ก็เผชิญหน้ากับฤดูกาลเฮอร์ริเคนที่ชุกชุมที่สุดในประวัติศาสตร์ เฮอร์ริเคนร้ายแรงหลายระลอกรวมทั้งแคทรีนาและสแตน ไม่เพียงทำลายทรัพย์สิน สร้างความเสียหายจนถึงขั้นกระทบต่อเศรษฐกิจในระดับโลก ยังคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก และจำหลักทุกข์เข็ญให้กับอเมริกันส่วนหนึ่งต่อเนื่องมาจนกระทั่งถึงขณะนี้
แต่ในขณะเดียวกันจากการสำรวจของคณะทำงานแห่งสหประชาชาติ สหรัฐอเมริกาก็ยังเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตัวการสร้างภาวะโลกร้อนและก่อให้เกิดความแปรปรวนรุนแรงของบรรยากาศของโลกมากที่สุดอยู่เหมือนเช่นที่เคยเป็นมา
ความบอบช้ำที่โลกต้องเผชิญนั้นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งจึงเกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษยชาติอย่างแน่ชัด ภาวะเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง เฉียบพลันที่โลกแสดงออกมา เปรียบได้เสมือนหนึ่งการแสดงออกของอาการป่วยไข้ หลังจากต้องตรากตรำแบกรับมานานนับปี ชนิดที่นับวันยิ่งหนักหน่วงสาหัสมากขึ้นเป็นทวีคูณนั่นเอง
เงื้อมมือของมนุษย์ ไม่เพียงสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับโลก ยังก่อโรคปริศนาให้เกิดขึ้นกับเหล่าผู้คนกันเองอีกด้วย ในช่วงขวบปีที่ผ่านมาในขณะที่เอชไอวี/เอดส์ ยังคงคุกคามคร่าชีวิตผู้คนเป็นเรือนล้าน แพร่ระบาดออกไปชนิดยังมองไม่เห็นจุดจบ
โลกเราก็เผชิญภัยคุกคามใหม่จากเชื้อไวรัสร้ายแรง เอช 5 เอ็น 1 ที่รู้จักกันดีในนามไข้หวัดนกสร้างความหวาดหวั่นพรั่นพรึงต่อมนุษยชาติให้แตกตื่นได้มากมายกว่า เพราะเฉียบพลันกว่า
จดสถิติไว้แค่ 21 ธันวาคม ไข้หวัดนกก็ระบาดออกไปจากสัตว์ปีก ทั้งที่เป็นสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง เข้าสู่ผู้คนใน 5 ประเทศแล้ว คร่าชีวิตไปแล้ว 71 คนจากจำนวนผู้ที่ติดเชื้อ 139 คน
ประเทศที่มีการแพร่ระบาดเริ่มจากในเอเชียอย่าง เวียดนาม ไทย กัมพูชา อินโดนีเซีย ระบาดไกลออกไปถึงจีน ญี่ปุ่น เข้าสู่ภาคพื้นยุโรป รัสเซีย โรมาเนีย ตุรกี กรีซ อังกฤษ และแม้กระทั่งเยอรมนี
กลายเป็นคำถามปริศนาใหญ่โตว่า เมื่อใดเชื้อร้ายจะกลายพันธุ์เพิ่มศักยภาพความรุนแรงขึ้นถึงระดับแพร่ระบาดจากคนสู่คนได้ และกลายเป็นหายนะครั้งใหม่ของมวลมนุษยชาติในที่สุด
แม้ภัยคุกคามร้ายแรงขนาดนั้นคุกคามอยู่ตรงหน้า มนุษย์เองก็ยังไม่ลดราการเข่นฆ่าทำลายล้างกันเอง สงครามยังดำรงอยู่เช่นเดียวกับความอดอยาก หิวโหย และความยากไร้จากการกดขี่เบียดบังซึ่งกันและกันของคนเรา
ณ เวลานี้ ประชากรโลกมีประมาณ 6,000 ล้านคน นักวิชาการด้านประชากรศาสตร์เชื่อว่า เพียงแค่ช่วงชีวิตเดียวจำนวนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 9,000 ล้านคน
ตอนนี้มนุษย์เยี่ยงเดียวกับพวกเราราว 800 ล้านคนกำลังตกอยู่ในสภาพอดอยากหิวโหย และอีกราว 2,000 ล้านคนอยู่ในสภาพทุพโภชนาการ ในขณะที่ราว 3,000 ล้านคนหล่อเลี้ยงชีวิตตัวเองอยู่ได้ด้วยเงินเพียง 80 บาทต่อวัน
พื้นที่เกษตรกรรมที่ทรงคุณค่ากำลังถูกทำลายด้วยพิษสารเคมีสารพัด หรือไม่ก็กลายเป็นคอนกรีตแข็งหยาบกร้าน ผิวหน้าดินที่เคยอุดมเสื่อมทรามลง ลำน้ำเหลือเพียงแค่ร่องรอยว่างเปล่า แหล่งต้นน้ำที่ยังพอหล่อเลี้ยงชีวิตได้เหือดหายลดจำนวนลงทุกที
เมื่อถึงกาลเวลาหนึ่ง จำเป็นอยู่ดีที่จะต้องมีผู้ตกเป็นเหยื่อ และสิ่งแรกสุดที่มักจะกลายเป็นเหยื่อก็คือพืชพรรณและสัตว์ป่า
ในอีกราว 100 ปีข้างหน้าเชื่อกันว่า ราวครึ่งหนึ่งถึงประมาณ 2 ใน 3 ของสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์จะสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ นั่นคงไม่กระไรนัก ถ้าหากไม่ได้หมายความถึงพืชและสัตว์ไม่น้อยกว่า 10 ล้านสายพันธุ์...พืชและสัตว์ที่เหล่ามนุษย์ผู้อวดดีอาศัยเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต
ถึงที่สุดแล้วกระบวนการต่างๆ ที่ย่ำยีบีฑาต่อโลกผู้กรุณานี้ก็จะวกกลับมาเป็นการเข่นฆ่าทำลายล้างตัวเองของมนุษย์ เมื่อสภาวะแวดล้อมต้องแบกรับถึงขีดสุด ก็จำเป็นต้องมีการกำจัด ต้องปรับตัวเพื่อพลิกฟื้นทั้งหมดขึ้นมาใหม่
เมื่อเวลานั้นมาถึง มนุษย์เราคงไม่อาจกระทบใดๆ ต่อธรรมชาติได้อีกต่อไปโดยไม่กลายเป็นการทำลายล้างตัวเอง
ห้วงเวลาแห่งการ "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว" อาจมาถึงในอีกไม่นานนักแล้ว! ................
บันทึกวินาศภัยร้ายแรง ในรอบปี 2548
วันที่ 26 ธันวาคม 2547 - เกิดแผ่นดินไหว 9.15 ริกเตอร์ที่ประเทศอินโดนีเซีย จนเป็นเหตุให้เกิดคลื่นยักษ์พัดถล่มหลายประเทศ ทั้งในอินโดนีเซีย ศรีลังกา อินเดีย และประเทศไทย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 231,127 คน
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2548 - เกิดแผ่นดินไหว 6.4 ริกเตอร์ ในเมืองซาแรนด์ ประเทศอิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 612 คน และบาดเจ็บอีก 1,411 คน
วันที่ 28 มีนาคม - เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 8.7 บริเวณชายฝั่งเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 1,000 คน
เดือนมิถุนายน - เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ทางตอนใต้และตะวันออกของประเทศจีน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 567 คน และหายสาบสูญ 165 คน ประชาชนต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัย 2.46 ล้านคน
เดือนกรกฎาคม/สิงหาคม - ฝนที่ตกหนักในรัฐมหารัชตระ ทางตะวันตกของประเทศอินเดีย ทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่าพันคน
วันที่ 29 สิงหาคม - เฮอร์ริเคนแคทรีนา พัดถล่มรัฐหลุยส์เซียนาและมิสซิสซิปปี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1,228 คน สร้างความเสียหายอย่างน้อย 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วันที่ 8 ตุลาคม - เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 7.6 ริกเตอร์ ห่างจากกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 95 กิโลเมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึงกว่า 73,000 คน นอกจากนี้ยังสะเทือนไปถึงแคว้นแคชเมียร์ ในอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1,244 คน
วันที่ 8 ตุลาคม - เฮอร์ริเคนสแตน พัดถล่มกัวเตมาลาและเอลซัลวาดอร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,000 คน
วันที่ 17-19 ตุลาคม - เฮอร์ริเคนวิลมา ที่มีความรุนแรงมากที่สุดในบรรดาเฮอร์ริเคนในแอตแลนติก มุ่งหน้าสู่คิวบาและคาบสมุทรยูคาตัน ประเทศเม็กซิโก รวมทั้งมุ่งหน้าสู่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายเพราะอ่อนตัวลงไปก่อน
โดยวิลมานับเป็นเฮอร์ริเคนลูกที่ 21 ในมหาสมุทรแอตแลนติก ทำให้ปี 2005 กลายเป็นปีที่มีเฮอร์ริเคนเกิดขึ้นมากที่สุดเท่ากับสถิติเดิมที่เคยมีมา
_______________________ มติชน 31 ธันวาคม 2548 |