 ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งร้อนผิดปกติ หนาวมากกว่าปกติ พายุพัดอย่างที่ไม่เคยพัดมาก่อน รวมไปถึงน้ำท่วมหนักในบางพื้นที่ เหล่านี้ ล้วนเกิดจากการขาดความสมดุลของสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่เดิมทั้งสิ้น และตัวต้นเหตุที่ทำให้ความสมดุลหายไปคือ มนุษย์เป็นสำคัญ
-----------------------------------------------
โดย ชุติมา นุ่นมัน
ผลพวงจากการที่มนุษย์ใช้งานโลกหนักเกินไป แล้วยังขาดการทำนุบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม ปี 2548 ที่ผ่านมา โลกจึงสำแดงความผิดปกติทางกายภาพออกมาหลายประการ คล้ายจะเตือนเราว่า ทำกับเขามากเกินไปแล้ว สมควรได้รับสิ่งตอบแทนกลับไปบ้าง
ถ้าเปรียบเทียบกับร่างกายคนเรา ก็เหมือนกับว่าตรากตรำการงาน แล้วยังไม่ค่อยสนใจดูแลเอาใจใส่ รักษาตัวเอง ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอลงทุกวัน รอวันถึงขีดสุดที่ร่างกายจะทนได้ ก็จะสำแดงอาการผิดปกตินานาประการออกมา
ภัยพิบัติจากคลื่นยักษ์สึนามิ ที่คร่าชีวิตผู้คนแถบเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งพื้นที่ข้างเคียงไปกว่า 2 แสนคน พายุเฮอร์ริเคนที่พัดผิดทิศผิดทาง จนทำให้เกิดน้ำท่วมหนักหลายพื้นที่แบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยน้ำแข็งก้อนใหญ่สามก้อนที่ขั้วโลกใต้ที่นักวิทยาศาสตร์นานาชาติกำลังจับตาดูอยู่อย่างไม่คลาดสายตามีแนวโน้มว่าอาจจะละลายเร็วกว่าปกติ เพราะชั้นบรรยากาศบริเวณดังกล่าวถูกก่อกวนด้วยรังสีความร้อน ที่เกิดจากปรากฏการณ์เรือนกระจก หากน้ำแข็งสามก้อนนี้ละลายมาเมื่อไร หลายๆ เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดอาจจะเกิดขึ้นมาอีกก็ได้
ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) ให้ทรรศนะว่า ทุกวันนี้มนุษย์ใช้โลกจนกระทั่งโลกเกิดความชอกช้ำอย่างหนัก ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งร้อนผิดปกติ หนาวมากกว่าปกติ พายุพัดอย่างที่ไม่เคยพัดมาก่อน รวมไปถึงน้ำท่วมหนักในบางพื้นที่ เหล่านี้ ล้วนเกิดจากการขาดความสมดุลของสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่เดิมทั้งสิ้น และตัวต้นเหตุที่ทำให้ความสมดุลหายไปคือ มนุษย์เป็นสำคัญ
"มนุษย์รู้เรื่องวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ทราบความจริงทั้งหมด เรารู้จักการขุดเอาน้ำมันมากลั่นใช้ประโยชน์ ผลิตสารสังเคราะห์ต่างๆ แทนวัสดุธรรมชาติ ที่บ้านติดเครื่องปรับอากาศ ฯลฯ เราไม่รู้ หรือรู้แล้วแต่แกล้งทำเฉยๆ เสียว่า ผลกระทบจากการกระหน่ำใช้สิ่งที่กล่าวมาเหล่านั้นทำให้เกิดผลกระทบกับโลกอย่างไรบ้าง" คุณหมอเฉลิมชัยกล่าว
จากข้อมูลที่นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศโลกจากหลายๆ ประเทศรวบรวมเอาไว้ พบว่า ปัจจุบันนี้โลกเราร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ หลายพื้นที่เกิดสภาวะโอโซนเป็นรูโหว่ ส่งผลให้รังสีอัลตราไวโอเลต เล็ดลอดลงมาสร้างความเสียหายให้สิ่งแวดล้อมในหลายๆ ประเทศ อย่างเช่น ฤดูกาลเปลี่ยนไป ลมพายุเปลี่ยนทิศทางและมีกำลังแรงขึ้น
ผศ.นพ.เฉลิมชัยบอกอีกว่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่ปี ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะแถบยุโรปและอเมริกา มักจะชอบอาบแดดให้ผิวออกมาเป็นสีแทน แต่ปัจจุบันนี้กลับพบว่า บางจุดในทวีปออสเตรเลียชั้นโอโซนมีรูรั่วอยู่หลายแห่ง แพทย์ผิวหนังที่นั่นถึงกับออกมาเตือนว่า ช่วงเวลาตั้งแต่ 10 โมงเช้า ถึงบ่าย 2 โมงเย็น ถ้าไม่จำเป็นอย่าตากแดด ที่สำคัญถ้าไม่อยากเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง ห้ามอาบแดดในช่วงเวลาดังกล่าวเด็ดขาด เพราะสภาพของโลกวันนี้กับในอดีตไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศหลายคนแสดงความกังวล จากการที่พวกเขาได้ศึกษาชั้นบรรยากาศโลก แล้วพบว่า ทุกวันนี้โอโซนที่เคยทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ในการปกป้องโลกจากรังสีต่างๆ จากนอกโลกเริ่มเบาบางลงทุกที สาเหตุหลักๆ มาจากก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นผลมาจากกิจกรรมในโรงงานอุตสาหกรรมบนโลกมนุษย์นั่นเอง
มองใกล้ตัวขึ้นมาอีกนิด ถึงสาเหตุแห่งการเกิดความวิปริตแปรปรวนบนโลกเวลานี้ คุณหมอเฉลิมชัยบอกว่า เป็นเพราะมนุษย์เราใช้ชีวิตอย่างไม่ระมัดระวัง ถนนหลายเส้นถูกตัดโดยไม่ยอมศึกษาให้ดีที่สุดก่อนว่า ตัดเสร็จแล้วจะเกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง ถนนบายพาสหลายๆ เส้น โดยเฉพาะในประเทศไทย จึงเป็นเครื่องมือขัดขวางการไหลผ่านของน้ำได้อย่างดีเยี่ยมไม่มีที่ติ จึงไม่น่าแปลกใจว่า พื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมหลายแห่งมากๆ น้ำไม่ยอมลดลงเสียที
เรื่องใกล้ตัวสุดสุด อันเป็นเหตุให้โลกเจ็บป่วยอย่างทุกวันนี้ คือเรื่องวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของมนุษย์ การบีบคั้นตัวเอง ที่ทำให้หลายคนต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ความเครียดเพิ่มมากขึ้น ออกกำลังกายน้อยลง หรือหลายคนแทบจะไม่ออกกำลังกายเลย
"ความเครียด ก่อให้เกิดหลายโรครุมเร้า จากสถิติการรักษาของแพทย์ในหลายๆโรงพยาบาล พบว่าคนโดยเฉพาะคนเมืองนั้นป่วยเพิ่มขึ้น โรคที่คนเมืองเป็นกันมากที่สุดคือ โรคกระเพาะอาหาร โรคมะเร็ง โรคความดัน และโรคเบาหวาน คนเมืองชอบกินอาหารแบบหรูหรา รวดเร็ว และราคาไม่แพงมากนัก อาหารพวกนี้เรียกว่าอาหารขยะ ถ้าคิดตามหลักโภชนาการแล้ว มีคุณค่าทางอาหารน้อยมาก การกินของพวกนี้ ท่ามกลางปรากฏการณ์ที่ร่างกายต้องเจอกับสภาพแวดล้อมแย่ๆรอบๆ ตัว ทั้งมลพิษ ความเครียด ความเร่งรีบ แถมไม่มีเวลาออกกำลัง และยังพักผ่อนน้อย จึงเหมือนกับว่าเราทำร้ายตัวเองทุกวัน รอวันที่ร่างกายจะทนไม่ไหวและล้มป่วย" คุณหมอเฉลิมชัยบอก
ปี 2548 สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ออกมายืนยันดัชนีตัวเลข ความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ ด้วยปริมาณค่าจีดีพี ที่สูงขึ้น ความหมายอีกนัยที่สภาพัฒน์ต้องการบอกคือ คนไทยมีกินมีใช้มากขึ้น
แต่ก็ไม่ได้ยืนยันว่า ในความมีกินมีใช้มากขึ้น โดยการอ้างดัชนีตัวเลขดังกล่าวนั้น คนไทย มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นด้วยหรือไม่
สิบกว่าปีที่ผ่านมาประเทศสิงคโปร์ ได้รับการยกย่องจากนานาประเทศว่า ระบบเศรษฐกิจ การเงิน และการพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก หากเทียบกับขนาดพื้นที่และจำนวนประชากรในประเทศกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก รัฐบาลสิงคโปร์ยืดอกรับความภาคภูมิใจในความมั่นคงของเศรษฐกิจตัวเองมาตลอด กระทั่งปัจจุบัน กลับพบว่า ในความมั่งคั่งด้วยตัวเลขสวยงามทางเศรษฐกิจเหล่านั้น ผู้คนในประเทศไร้ความสุข และมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความเคร่งเครียด และกดดัน ล่าสุดรัฐบาลสิงคโปร์จึงได้ประกาศชะลอความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ และเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากรมากขึ้น เพราะเขาซาบซึ้งแล้วว่า เศรษฐกิจในประเทศดี ไม่ใช่ตัวการันตีว่า ประชาชนจะมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้
แล้วประเทศไทย จะเดินตามรอยคนเคยป่วยอย่างประเทศสิงคโปร์ หรือเดินเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ที่มีให้เลือกมากมายว่า เราสามารถอยู่ได้ คืออยู่อย่างพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งหลายคนปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวมาแล้ว พบทางสว่างว่าอยู่ได้ และอยู่อย่างมีความสุขด้วย
การที่เรารู้จักคำว่า พอ ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่มีอยู่มันมากอยู่แล้ว หลักการแห่งความพอเพียงนี้แม้ในแง่วิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ได้ เช่น สมัยก่อนมีการรณรงค์เรื่องการป้องกันโรคฟันผุในเด็ก ทางกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการให้เด็กกลั้วปากด้วยฟลูออไรด์ทุกวันหลังอาหารเที่ยง ผลปรากฏว่าปริมาณฟันผุในเด็กลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ต่อมามีพ่อแม่หลายรายอยากให้ลูกฟันแข็งแรงมากกว่านี้ เลยไปซื้อฟลูออไรด์มาป้อนลูก ผลปรากฏว่าเด็กฟันเปราะจำนวนมาก และนี่เป็นตัวอย่างในเชิงวิทยาศาสตร์ที่เห็นชัดเจนถึงการขาดความพอเพียง
นพ.ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) อธิบายถึงทรรศนะ ต่อภาพรวมของโลกปีที่ผ่านมา ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาเป็นวัฏจักรปกติบนโลก แต่มีการกระทำของมนุษย์เป็นตัวกระตุ้นให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น และเป็นเรื่องธรรมดาที่โลกซึ่งบัดนี้มีประชากรมนุษย์ถึง 6,000 ล้านคน จะมีปัญหามากกว่า ช่วงเวลาที่โลกมีมนุษย์เพียง 2,000 ล้านคน ช่วงที่ผ่านมา
"ถ้าจะถามว่า สิ่งไม่ดีต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องโรคใหม่ๆ รวมทั้งโรคที่เคยหายไปนานมากแล้วกลับมาใหม่นั้น เป็นเพราะเราทำอะไรผิดหรือเปล่า ผมรู้สึกว่า เราก็ไม่ได้ทำผิดอะไร เพียงแต่สิ่งเหล่านี้เป็นวัฏจักร เพียงแต่เหตุปัจจัยที่มันจะเกิดขึ้นมันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะความเป็นไปและเหตุผลต่างๆ นานา ที่สั่งสมมาเรื่อยๆตั้งแต่ในอดีต ผมไม่แน่ใจบางคนเขาอาจจะคิดว่า ความเป็นไปและเหตุผลต่างๆ ที่ผมว่ามานี้เป็นความผิด ที่เกิดจากความไม่รู้จักพอของมนุษย์เราก็ได้" นพ.ประสิทธิ์กล่าว
ในฐานะกำลังสำคัญของประเทศไทยคนหนึ่งที่ดูแลเรื่องการเตรียมการป้องกันโรคไข้หวัดนก และโรคระบาดใหม่ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในอนาคต นพ.ประสิทธิ์บอกว่า ยังพอรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ และทำเต็มที่ในกำลังและสถานการณ์ที่พอจะทำได้
"ถ้าคะแนนเต็ม 10 คือความพร้อมสมบูรณ์แบบ 100% ที่เราจะรับมือกับสถานการณ์การเกิดโรคระบาดในอนาคต โดยเฉพาะไข้หวัดนกนั้น เราทำคะแนนได้ประมาณ 2 คะแนน แต่ถ้าพูดถึงความทุ่มเทที่เราทำเท่าที่กำลังความสามารถเรามีอยู่และทำได้ เราอยู่ในระดับ 7 ก็ถือว่าไม่เลวร้ายมากนัก" นพ.ประสิทธิ กล่าว
หนทางการรับมือกับความผันแปรที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต จากการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์ในอดีต สำหรับวันนี้ ใช่ว่าจะถึงทางตัน เพียงแต่การปรับความรู้สึกให้เกิดความอยากน้อยลง ให้รู้จักพอมากขึ้น
เมื่อรู้จักพอแล้ว ที่ไหน ที่ไหนเราก็อยู่อย่างมีความสุขได้เสมอ
____________________ มติชน 31 ธันวาคม 2548 |