 "ผมเป็นอาสาสมัครคนหนึ่งที่โชคดีที่สุด เพราะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ทุกครั้งที่เรือถูกปล่อยลงทะเล แสดงว่าเราได้สร้างอาชีพให้ไปแล้วอีกคนหนึ่ง ผมถือว่าตรงนี้เป็นสิ่งตอบแทนที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุด" สก็อตตั้งใจทำงานเป็นอาสาสมัครที่นี่อีกอย่างน้อย 1 ปี...
____________________________
คอลัมน์ ธรรมชาติเตือนใจ1ปีสึนามิ
ภาสกร จำลองราช- เรื่อง แวน แก้ววิกย์กรรม -ภาพ
ด้วยความประทับใจในธรรมชาติของอันดามัน ไม่ว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวทั่วโลกแห่งใด "แอนนา ฮอปกินส์" สาวน้อยจากอังกฤษ ก็ต้องมาแวะมาชมหาดทรายขาว ฟ้าสีครามของท้องทะเลพังงาและกระบี่แทบทุกปี จนกระทั่งมาพบเนื้อคู่ซึ่งเป็นชาวเยอรมันที่เป็นครูสอนดำน้ำอยู่หมู่เกาะสิมิลัน จ.กระบี่
โชคไม่ดีปีที่แล้ว หลังจากแอนนาตระเวนเที่ยวมาหลายประเทศ จนกระทั่งมาถึงชายทะเลเขาหลัก จ.พังงา เป็นจังหวะเดียวกันที่ "สึนามิ" โหมกระหน่ำชายฝั่งพอดี ทำให้เธอและสามีได้รับบาดเจ็บ และต้องเดินทางกลับไปรักษาตัวที่อังกฤษอยู่หลายเดือน
วันนี้แอนนาและสามีได้เดินทางกลับเขาหลักอีกครั้ง โดยสามีของเธอกลับไปเป็นครูสอนดำน้ำเหมือนเดิม ส่วนแอนนาใช้เวลาช่วง 3 เดือนเป็นอาสาสมัครอยู่ใน "ศูนย์อาสาสมัครสึนามิ" หรือ "Tsunami Volunteer Center:TVC" โดยเธอรับอาสาสอนหนังสือให้กับเด็กๆ ในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์
"ฉันผูกพันกับเขาหลักมาก ยิ่งประสบสึนามิ ยิ่งทำให้ผูกพันยิ่งขึ้น เพราะคนที่นี่ช่วยฉันและสามีไว้มาก" อาสาสมัครชาวอังกฤษเล่าถึงสาเหตุที่เดินทางกลับมายังเขาหลักอีกครั้ง ซึ่งเธอยอมรับว่าอย่างแรกที่มาถึงยังรู้สึกทำใจยากอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อได้มาสัมผัสบรรยากาศที่ค่อยๆ ฟื้นตัว ทำให้ความรู้สึกต่างๆ ของเธอดีขึ้น
"นึกถึงวันที่ฉันหนีคลื่นยักษ์ขึ้นมาได้ และไม่เหลืออะไรติดตัวอยู่เลย แต่ชาวบ้านช่วยเราอย่างดี ร้านเขาหลักมินิมาร์ทเปิดให้เข้าไปหยิบของกินของใช้ได้ฟรี เราไม่มีเงินเลย แฟนฉันก็เจ็บมาก แต่ทุกคนช่วยกันนำไปรักษาตัวฟรี" เธอเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมปีที่แล้ว
แอนนาตั้งใจกลับมาเขาหลักอีก และรู้จักศูนย์อาสาสมัครแห่งนี้จากการค้นหาในเว็บไซต์ โดยขณะนี้นอกจากเธอแล้วยังมีอาสาสมัครจากทั่วโลกเกือบ 200 คน ที่ร่วมมือกันช่วยเหลือชาวบ้านและธรรมชาติอย่างเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้าน ต่อเรือ สอนหนังสือ หรือทำความสะอาดท้องทะเล
"แม้ฉันต้องกลับไปทำงานที่อังกฤษ แต่จะกลับมาที่นี่อีกแน่ ฉันผูกพันกับเขาหลักและคนที่นี่มาก" เธอย้ำอย่างหนักแน่น
นอกจากอาสาสมัครชาวไทยแล้ว อาสาสมัครต่างชาติเหล่านี้ถือว่าเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านตั้งตัวและเข้มแข็งขึ้นมาได้ หลังจากต้องประสบความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงทั้งชีวิตและทรัพย์สิน แต่ความช่วยเหลือของภาครัฐมีข้อจำกัดมากมาย จนเข้าถึงชาวบ้านได้น้อยมากและส่วนใหญ่เป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้า
ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เฉพาะที่ TVC แห่งเดียว มีชาวต่างชาติจาก 51 ประเทศมากกว่า 2,000 คน เข้ามาเป็นอาสาสมัครทำงานร่วมกับชาวบ้าน บางคนอยู่เพียง 2 สัปดาห์ บางคนอยู่ตั้งแต่ต้นจนเดี๋ยวนี้ก็ยังคงอยู่ บางคนไปๆ มาๆ อยู่หลายรอบ โดยคนเหล่านี้ต้องเสียค่าอยู่ค่ากินเอง เช้าขึ้นมาก็แยกย้ายกันไปตามไซด์งานต่างๆ ที่ศูนย์แจกจ่ายให้ กินข้าวมื้อเที่ยงที่ชาวบ้านจัดหาให้ เย็นกลับมานอนตามเกรตเฮาส์ที่ต่างคนต่างเช่าเอาไว้
"ผมมาเพราะพ่อสั่งให้มาครับ" สก็อต คาเตอร์ วิศกรหนุ่มอเมริกันเล่าอย่างติดตลก เขาเป็นอาสาสมัครชุดแรกๆ ที่ตัดสินใจเดินทางมายังเขาหลักตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม หลังเกิดสึนามิเพียง 1 สัปดาห์ "จริงๆ พ่อผมอยากมาเอง แต่ติดที่ท่านทำงานอยู่เพนตากอน ทำให้มีข้อห้ามบางอย่างสำหรับคนที่กุมความลับราชการ ท่านเลยต้องการให้ผมมาแทน ท่านเคยแต่บริจาคเงินโดยการเซ็นเช็ค แต่พอเห็นภาพเหตุการณ์สึนามิ ท่านตัดสินใจให้คนในครอบครัวมาเอง ถือว่าเป็นครั้งแรกของเรา"
หนุ่มอเมริกันคนนี้ค่อนข้างสนิทสนมกับชาวบ้านมาก เพราะร่วมทุกข์กันมานาน เขายังมีบอดี้การ์ดส่วนตัวเป็นสุนัขพันธุ์ไทยตัวหนึ่งชื่อ "ลักกี้" ซึ่งเดือดร้อนจากสึนามิเช่นเดียวกับคน ชะตากรรมทำให้มันหอบร่างกายผอมโทรมมาเจอเขา หลังจากได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทำให้เขาและมันติดกันแจไปทุกหนแห่ง
สก็อตเป็นหัวหน้าทีมอาสาสมัครต่อเรือ ซึ่งสามารถแจกจ่ายเรือให้ชาวบ้านเอาไปทำมาหากินได้แล้ว 47 ลำ และขณะนี้กำลังลงมือทำอีก 22 ลำ โดยเรือแต่ละลำชาวบ้านต้องมีส่วนร่วมลงมือด้วย
"ผมเป็นอาสาสมัครคนหนึ่งที่โชคดีที่สุด เพราะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ทุกครั้งที่เรือถูกปล่อยลงทะเล แสดงว่าเราได้สร้างอาชีพให้ไปแล้วอีกคนหนึ่ง ผมถือว่าตรงนี้เป็นสิ่งตอบแทนที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุด" น้ำเสียงปลาบปลื้มทุกครั้งเมื่อเขาพูดถึงงาน "ครั้งแรกๆ ที่ชาวบ้านไปหาปลามาได้ เขาเอาปลามาให้ ผมเลยต้องค่อยๆ อธิบายให้เขาฟังว่ามันเป็นปลาของพวกคุณ" เขาเล่าพร้อมกับหัวเราะ
สก็อตตั้งใจทำงานเป็นอาสาสมัครที่นี่อีกอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้โครงการเสร็จสิ้น นอกเสียจากว่าชาวบ้านที่เดือดร้อนได้รับเรือครบเสียก่อน หรือไม่ก็เงินหมด ซึ่งการได้ทำงานเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกเพลิดเพลินจนลืมคิดถึงบ้าน แม้จากมานานนับปี
"แม่เพิ่งมาเยี่ยม ผมคงต้องกลับบ้านแน่ แต่ยังไม่รู้เมื่อไหร่" หนุ่มอเมริกันบอกอย่างอารมณ์ดี
ยิ่งใกล้เทศกาลคริสต์มาสซึ่งติดต่อกับวันครบ 1 ปีสึนามิ อากาศแถวเขาหลักยิ่งเย็นขึ้นทุกที ชวนให้คิดถึงบ้าน แต่สำหรับอาสาสมัครต่างชาติกลุ่มนี้ การเฉลิมฉลองของพวกเขาคือผลจากการเกื้อกูลชาวบ้านในมุมหนึ่งของสังคมไทย
___________________ มติชน 21 ธันวาคม 2548 |