|
เสรีภาพและสิทธิหญิงชาย |
|
|
 ส่วนฝ่ายชายนั้นเล่าก็รับไหว้ฝ่ายหญิงที่รับมาเป็นคู่หมั้นหมาย ซึ่งน่าจะหมายถึงการขอบคุณที่ฝ่ายหญิงยอมรับในความรักของตนที่มีต่อฝ่ายหญิง
โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์
รัฐธรรมนูญหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย มาตรา 30 บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน
รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 เป็นฉบับที่รับประกันเสรีภาพของความเป็นมนุษย์ให้มีศักดิ์ศรี เพื่อให้ความเป็นมนุษย์ของคนไทยได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเพศใดและอยู่ในวัยใด
ส่วนที่ว่า สิทธิของชายและหญิงเท่าเทียมกัน ย่อมหมายถึงสิทธิที่มีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งคือสิทธิในการที่ทั้งสองเพศจะพึงปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพ และให้เกียรติซึ่งกันและกัน
โดยบางประการ ฝ่ายชายย่อมได้เปรียบฝ่ายหญิง ขณะที่บางประการฝ่ายหญิงก็ได้เปรียบฝ่ายชาย
ทั้งนี้ ไม่ว่าฝ่ายใดจะได้เปรียบในบางประการใด โดยสรุปคือทั้งสองฝ่ายย่อมมีความเท่าเทียมกันในทุกด้านทุกทาง
อย่างไรก็ตาม ในสังคมคนไทย ทั้งสองฝ่ายต่างให้เกียรติซึ่งกันและกันเสมอมา โดยเฉพาะผู้ที่ร่วมหอลงโรงเป็นสามีภริยา
ทุกวันนี้ แม้ฝ่ายหญิงจะมีสิทธิเท่าเทียมกันฝ่ายชาย ทั้งในด้านกฎหมาย และในด้านสิทธิมนุษยชน แต่ฝ่ายหญิงก็ให้เกียรติฝ่ายชายเสมอ ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดคือ ในพิธีหมั้น หลังจากที่ฝ่ายชายสวมแหวนหมั้นให้กับฝ่ายหญิง จะเห็นว่าฝ่ายหญิงซึ่งส่วนมากอายุน้อยกว่าฝ่ายชายจะพนมมือไหว้ฝ่ายชาย เพื่อแสดงความขอบคุณที่ฝ่ายชายมาหมั้นหมายเป็นคู่หมั้นเป็นสัญญาว่าจะรับเธอไปเป็นภริยาในอนาคตอันใกล้ต่อหน้าผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย และสักขีพยานที่ได้รับเชิญมาในงาน
ส่วนฝ่ายชายนั้นเล่าก็รับไหว้ฝ่ายหญิงที่รับมาเป็นคู่หมั้นหมาย ซึ่งน่าจะหมายถึงการขอบคุณที่ฝ่ายหญิงยอมรับในความรักของตนที่มีต่อฝ่ายหญิง
อ้าว - อย่าเพิ่งแสดงสีหน้าผะอืดผะอมอย่างนั้นซิ ไม่เคยเห็นหรือไงในเรื่องที่ว่ามานี้
แน่นอน เมื่อสมัยอดีตกาลนานกาเล ฝ่ายชายคือผู้นำครอบครัว ถือเสมือนเป็นช้างเท้าหน้า ส่วนฝ่ายหญิงเป็นแม่เหย้าแม่เรือน ถือเสมือนช้างเท้าหลัง เพราะผู้ชายคือนักรบ แต่เมื่อยามศึกสงครามเข้ามาประชิดติดพระนคร หลายครั้งฝ่ายหญิงก็ออกไปร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับฝ่ายชาย เป็นที่ประจักษ์มาแล้วในประวัติศาสตร์ จึงมีคำกล่าวขานกันว่า เปลก็ไกวดาบก็แกว่ง
แต่เมื่อบ้านเมืองอยู่ในความสงบ ฝ่ายหญิงจะเป็นแม่บ้านคอยดูแลลูก และผู้คนข้าเก่าเต่าเลี้ยงในบ้านไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ปฏิบัติหน้าที่ภริยาที่ดีมาโดยตลอด
ส่วนฝ่ายชายที่มีความเป็นปกติ เป็นชายเต็มชาย ก็จะออกไปปฏิบัติหน้าที่การงานหาทรัพย์สมบัติมาให้ฝ่ายหญิงจับจ่ายใช้สอยอยู่ไม่ขาด
หนังสือธรรมนูญชีวิต ของท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตโต) ว่าไว้ถึงฐานะความเป็นสามีภริยา คือ ในฐานะที่เป็นสามี พึงให้เกียรติบำรุงภริยา ผู้เปรียบเสมือนทิศเบื้องหลัง ดังนี้
1.ยกย่องให้เกียรติสมฐานะที่เป็นภริยา 2.ไม่ดูหมิ่น 3.ไม่นอกใจ 4.มอบความเป็นใหญ่ในงานบ้าน 5.หาเครื่องแต่งตัวมาให้เป็นของขวัญตามโอกาส
ส่วนภริยาควรอนุเคราะห์สามี ตามหลักปฏิบัติดังนี้
1.จัดงานบ้านให้เรียบร้อย 2.สงเคราะห์ญาติมิตรทั้งสองฝ่ายด้วยดี 3.ไม่นอกใจ 4.รักษาทรัพย์สมบัติที่หามาได้ 4.ขยัน ช่างจัดช่างทำ เอางานทุกอย่าง
ไม่เห็นมีข้อไหนที่ฝ่ายภริยาต้องกราบเท้าสามีก่อนนอนสักข้อเดียว
เอ๊ะ - หรือว่าภริยาท่านรัฐมนตรีปฏิบัติกับท่านอย่างนั้น - กราบเท้าผัวก่อนนอนทุกคืน
เขาว่า คำพูดที่ออกมาครั้งแรกมักจะเป็นความจริงเสมอ
-------------------------------------- มติชน 18 พฤศจิกายน 2548 |