carefor_banner040.jpg
อัปเดทล่าสุด : อังคาร 2 ธันวาคม 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 192 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

เสรีภาพและสิทธิหญิงชาย พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
ส่วนฝ่ายชายนั้นเล่าก็รับไหว้ฝ่ายหญิงที่รับมาเป็นคู่หมั้นหมาย ซึ่งน่าจะหมายถึงการขอบคุณที่ฝ่ายหญิงยอมรับในความรักของตนที่มีต่อฝ่ายหญิง



โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

รัฐธรรมนูญหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย มาตรา 30 บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน

รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 เป็นฉบับที่รับประกันเสรีภาพของความเป็นมนุษย์ให้มีศักดิ์ศรี เพื่อให้ความเป็นมนุษย์ของคนไทยได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเพศใดและอยู่ในวัยใด

ส่วนที่ว่า สิทธิของชายและหญิงเท่าเทียมกัน ย่อมหมายถึงสิทธิที่มีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งคือสิทธิในการที่ทั้งสองเพศจะพึงปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพ และให้เกียรติซึ่งกันและกัน

โดยบางประการ ฝ่ายชายย่อมได้เปรียบฝ่ายหญิง ขณะที่บางประการฝ่ายหญิงก็ได้เปรียบฝ่ายชาย

ทั้งนี้ ไม่ว่าฝ่ายใดจะได้เปรียบในบางประการใด โดยสรุปคือทั้งสองฝ่ายย่อมมีความเท่าเทียมกันในทุกด้านทุกทาง

อย่างไรก็ตาม ในสังคมคนไทย ทั้งสองฝ่ายต่างให้เกียรติซึ่งกันและกันเสมอมา โดยเฉพาะผู้ที่ร่วมหอลงโรงเป็นสามีภริยา

ทุกวันนี้ แม้ฝ่ายหญิงจะมีสิทธิเท่าเทียมกันฝ่ายชาย ทั้งในด้านกฎหมาย และในด้านสิทธิมนุษยชน แต่ฝ่ายหญิงก็ให้เกียรติฝ่ายชายเสมอ ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดคือ ในพิธีหมั้น หลังจากที่ฝ่ายชายสวมแหวนหมั้นให้กับฝ่ายหญิง จะเห็นว่าฝ่ายหญิงซึ่งส่วนมากอายุน้อยกว่าฝ่ายชายจะพนมมือไหว้ฝ่ายชาย เพื่อแสดงความขอบคุณที่ฝ่ายชายมาหมั้นหมายเป็นคู่หมั้นเป็นสัญญาว่าจะรับเธอไปเป็นภริยาในอนาคตอันใกล้ต่อหน้าผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย และสักขีพยานที่ได้รับเชิญมาในงาน

ส่วนฝ่ายชายนั้นเล่าก็รับไหว้ฝ่ายหญิงที่รับมาเป็นคู่หมั้นหมาย ซึ่งน่าจะหมายถึงการขอบคุณที่ฝ่ายหญิงยอมรับในความรักของตนที่มีต่อฝ่ายหญิง

อ้าว - อย่าเพิ่งแสดงสีหน้าผะอืดผะอมอย่างนั้นซิ ไม่เคยเห็นหรือไงในเรื่องที่ว่ามานี้

แน่นอน เมื่อสมัยอดีตกาลนานกาเล ฝ่ายชายคือผู้นำครอบครัว ถือเสมือนเป็นช้างเท้าหน้า ส่วนฝ่ายหญิงเป็นแม่เหย้าแม่เรือน ถือเสมือนช้างเท้าหลัง เพราะผู้ชายคือนักรบ แต่เมื่อยามศึกสงครามเข้ามาประชิดติดพระนคร หลายครั้งฝ่ายหญิงก็ออกไปร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับฝ่ายชาย เป็นที่ประจักษ์มาแล้วในประวัติศาสตร์ จึงมีคำกล่าวขานกันว่า เปลก็ไกวดาบก็แกว่ง

แต่เมื่อบ้านเมืองอยู่ในความสงบ ฝ่ายหญิงจะเป็นแม่บ้านคอยดูแลลูก และผู้คนข้าเก่าเต่าเลี้ยงในบ้านไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ปฏิบัติหน้าที่ภริยาที่ดีมาโดยตลอด

ส่วนฝ่ายชายที่มีความเป็นปกติ เป็นชายเต็มชาย ก็จะออกไปปฏิบัติหน้าที่การงานหาทรัพย์สมบัติมาให้ฝ่ายหญิงจับจ่ายใช้สอยอยู่ไม่ขาด

หนังสือธรรมนูญชีวิต ของท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตโต) ว่าไว้ถึงฐานะความเป็นสามีภริยา คือ ในฐานะที่เป็นสามี พึงให้เกียรติบำรุงภริยา ผู้เปรียบเสมือนทิศเบื้องหลัง ดังนี้

1.ยกย่องให้เกียรติสมฐานะที่เป็นภริยา 2.ไม่ดูหมิ่น 3.ไม่นอกใจ 4.มอบความเป็นใหญ่ในงานบ้าน 5.หาเครื่องแต่งตัวมาให้เป็นของขวัญตามโอกาส

ส่วนภริยาควรอนุเคราะห์สามี ตามหลักปฏิบัติดังนี้

1.จัดงานบ้านให้เรียบร้อย 2.สงเคราะห์ญาติมิตรทั้งสองฝ่ายด้วยดี 3.ไม่นอกใจ 4.รักษาทรัพย์สมบัติที่หามาได้ 4.ขยัน ช่างจัดช่างทำ เอางานทุกอย่าง

ไม่เห็นมีข้อไหนที่ฝ่ายภริยาต้องกราบเท้าสามีก่อนนอนสักข้อเดียว

เอ๊ะ - หรือว่าภริยาท่านรัฐมนตรีปฏิบัติกับท่านอย่างนั้น - กราบเท้าผัวก่อนนอนทุกคืน

เขาว่า คำพูดที่ออกมาครั้งแรกมักจะเป็นความจริงเสมอ

--------------------------------------
มติชน 18 พฤศจิกายน 2548
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License