carefor_banner034.jpg
อัปเดทล่าสุด : อังคาร 2 ธันวาคม 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 247 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

ก็รู้กันอยู่!! พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
"หน้าที่ของเราคือการปลดปล่อยตัวเองออกจากพันธนาการนี้ ด้วยการขยายขอบเขตแห่งความกรุณาให้ครอบคลุมไปถึงสรรพชีวิตทั้งปวง ตลอดจนสรรพสิ่งทั้งหลายในธรรมชาติ"

___________________

คอลัมน์ จิตวิวัฒน์

โดย เดวิด เจ สปิลเลน เขียน ชลนภา อนุกูล แปล แผนงานพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

พวกเราล้วนมีทางเลือก

เราอาจเลือกที่จะอยู่บ้านบนดาวโลกดวงนี้

เรียนรู้กฎเกณฑ์กติกา ซึ้งซาบความเปราะบางและความงามแห่งโลก

แบ่งปันทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดจำเขี่ยกับมนุษย์และสรรพสัตว์อื่น

เราไม่จำเป็นต้องเลือกทำเช่นนั้นก็ได้ แต่เราคงไม่อาจกล่าวว่า

"ถ้าพวกเราได้รู้ก่อน"

เรารู้กันแล้ว

แซลลี แม็คฟากิว

ในเชิงจิตวิทยานั้น หากคนคนหนึ่งไม่ยอมรับว่าพวกเขามีปัญหา หรือไม่ยอมรับว่ามีปัญหาอยู่ อาการนี้เรียกได้ว่าเข้าข่าย "ปฏิเสธ" อาทิ คนติดเหล้าหรือคนติดยาจะปฏิเสธทันทีที่มีคนบอกว่าพวกเขามีปัญหา บางครั้ง พวกฆาตกรก็ปฏิเสธว่าตนเองได้ก่ออาชญากรรม พวกเราย่อมนึกถึงตัวอย่างทำนองนี้ได้อีกมาก สิ่งที่ยอมรับได้ยากยิ่งกว่าก็คือ ในบางครั้ง พวกเราส่วนใหญ่ก็ปฏิเสธด้วยอาการทำนองนี้

ตัวอย่างเช่น เมื่อใดก็ตามที่มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ประชาชนมักจะถูกถามว่า ปัญหาสำคัญลำดับแรกที่อยากจะให้ท่านผู้ว่าราชการ กทม.แก้ไข คืออะไร

คำตอบก็เป็นอย่างเดิมๆ - ปัญหาจราจร

แล้วถ้าคุณซื่อสัตย์กับตัวเอง ไม่อยู่ในภาวะปฏิเสธ หนทางในการแก้ไขปัญหาย่อมหมายถึง การเลิกใช้รถยนต์ส่วนตัว อย่างน้อยก็สองสามวันในแต่ละสัปดาห์ล่ะ การหันมาใช้บริการขนส่งมวลชน

การย้ายสำนักงานออกไปนอกเมือง การย้ายผู้คนออกไปจากตัวเมือง ไม่ใช่ฉัน! ไม่ใช่ครอบครัวฉัน! ก็รู้กันอยู่!

ปริมาณน้ำมันและแก๊สโซลีนที่เหลืออยู่ในโลกปัจจุบันนี้มีอยู่ค่อนข้างจำกัด และกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ความต้องการใช้น้ำมันและแก๊สโซลีนกลับเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเหตุนี้เองราคาน้ำมันและแก๊สโซลีนจึงสูงขึ้นและจะสูงขึ้นอีกเรื่อยๆ ราคาแก๊สโซลีนในประเทศไทยก็ย่อมไม่ลดลง

แล้วรัฐบาลของคุณ หรือรัฐบาลของที่อื่นๆ ในโลก ได้เตรียมตัวรับมือกับปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นี้กันอย่างไร? คุณทำอะไรล่ะ? กำลังปฏิเสธหรือเปล่า? ก็รู้กันอยู่!

ดาวโลกดวงนี้มีมนุษย์อยู่ล้นเกินกว่าจะรักษาภาวะความยั่งยืนไว้ได้ พวกเราต่างทำร้ายสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทั้งยังช่วยแพร่กระจายเชื้อร้ายพันธุ์ใหม่ที่บ่อนทำลายภูมิคุ้มกันโรคในตัว - ทั้งเอดส์เอย ซาร์สเอย ไข้หวัดนกเอย โรคดื้อยาที่เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะเกินขนาดเอย ฯลฯ

"หากมีโรคระบาดร้ายแรงเกิดขึ้น ไม่ว่าโลกจะเจริญสักแค่ไหน ก็ย่อมจบเห่ ผมรู้ว่าภาวะนั้นกำลังจะมาเยือน" ดร.กวน ยี ผู้ชำนาญการด้านไวรัสแห่งมหาวิทยาลัยฮ่องกงได้แสดงความเห็นไว้ขณะที่ไข้หวัดนกกำลังระบาดอย่างต่อเนื่อง (นิตยสารไทม์ ฉบับประจำวันที่ 26 กันยายน ค.ศ.2005)

พวกเราเตรียมตัวพร้อมหรือยัง? หรือว่ายังคงปฏิเสธ? ก็รู้กันอยู่!

บัดนี้ สหรัฐอเมริกากำลังประสบกับความเสียหายอย่างใหญ่หลวงจากพายุเฮอร์ริเคนแคทรินา และในขณะที่กำลังเขียนบทความนี้อยู่ เฮอร์ริเคนอีกลูก (ริตา) ก็กำลังเคลื่อนตัวไปยังพื้นที่เดียวกัน นำความทุกข์เดือดร้อนสู่ผู้คนนับล้าน ขณะเดียวกันนั้นรัฐบาลอเมริกาก็ยังคงปฏิเสธที่จะยอมรับความเชื่อมโยงระหว่างภาวะโลกร้อนกับพายุโซนร้อน

อย่าเพิ่งยิ้ม! ที่เชียงใหม่นี่ ที่ที่ผู้เขียนอาศัยอยู่นี่ ปีนี้เกิดน้ำท่วมสองหนแล้ว ผู้คนก็ยังคงตัดไม้ทำลายป่า สร้างเมืองคอนกรีต รถยนต์ก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ คุณกับรัฐบาลทำอะไรกันบ้างเพื่อลดมลพิษทางอากาศและปกป้องภาวะโลกร้อน? ไม่เลย! ไม่มีอะไรเลย! ไม่ใช่เรื่องของคุณ - คอยดูต่อไปก็แล้วกัน ปฏิเสธหรือเปล่า? แน่ล่ะ ก็รู้กันอยู่!

ความเปลี่ยนแปลงนั้นเริ่มที่คุณกับผู้เขียน

"ท่านไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรด้วยการต่อสู้หักหาญกับสิ่งที่ดำรงอยู่ก่อน ในการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่าง จำต้องสร้างสิ่งใหม่ที่ทำให้สิ่งเดิมจางหายไป"

อาร์ บัคมินิสเตอร์ ฟุลเลอร์

เราจะทำได้อย่างไร?

ก็เริ่มกันเลยไง!

"มนุษยชาติเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมด ที่พวกเราเรียกว่า "จักรวาล" ส่วนเสี้ยวนั้นถูกจำกัดด้วยกาลและอวกาศ เรารับรู้ตัวตน ความคิดและความรู้สึก เป็นดังบางสิ่งบางอย่างแยกตัวออกจากส่วนที่เหลือ - ซึ่งก็คือมายาการหนึ่งของจิตสำนึกนั่นเอง มายาการนี้เป็นดังที่คุมขังซึ่งขีดวงจำกัดเราไว้แต่เพียงความต้องการส่วนตัวและความพึงใจของผู้คนรอบข้างเพียงสองสามคน หน้าที่ของเราคือการปลดปล่อยตัวเองออกจากพันธนาการนี้ ด้วยการขยายขอบเขตแห่งความกรุณาให้ครอบคลุมไปถึงสรรพชีวิตทั้งปวง ตลอดจนสรรพสิ่งทั้งหลายในธรรมชาติ"

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

สำหรับผู้เขียน - ฝรั่งคนหนึ่ง - ถ้อยคำเหล่านี้คล้ายคลึงกับสิ่งที่พระพุทธองค์ตรัสสอนไว้เมื่อ 2500 ปีที่แล้ว ในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่เรียกตัวเองว่าเป็นพุทธศาสนิกชน มีสักกี่คนที่ปฏิบัติเมตตาภาวนาเพื่อ "สรรพชีวิตทั้งปวง ตลอดจนสรรพสิ่งทั้งหลายในธรรมชาติ"

จะปฏิเสธหรือไม่ล่ะ?

ก็รู้กันอยู่!

แต่ไม่รู้ว่าหัวหน้ารัฐบาลจะเห็นด้วยกับแนวคิดของเลขาธิการสภาพัฒน์หรือไม่!!

----------------------------------
มติชน 12 พฤศจิกายน 2548

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License