carefor_banner003.jpg
อัปเดทล่าสุด : เสาร์ 22 พฤศจิกายน 2551 : carefor.org อัปเดททุกวัน
หน้าแรก arrow ใส่ใจมาฝาก arrow เรื่องจริง : เมื่อลุงริศเผชิญหน้ากับ 3 นักวิ่งราว
หน้าแรก
ความรัก
กำลังใจ
ตั้งสติ
ปันน้ำใจ
ใส่ใจมาฝาก
เพลงโดนใจ
สื่อสารอย่างสันติ
สมุดภาพบ้านใส่ใจ
ถาม-ตอบปัญหาชีวิต
ถาม-ตอบปัญหากับลุงริศ
สมุดเยี่ยม
ส่งเมลถึงลุงริศ-พี่นริศ
English Stories
ชวนเพื่อนๆมาที่นี่นะครับ
Careforปี12ยินดีต้อนรับ
โดยเฉพาะท่านที่กำลังออนไลน์
ในขณะนี้ทั้ง 128 ท่าน

รับข่าวสารฟรีจากCarefor

โปรดใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน

ค้นหาง่าย-ใส่คำแล้วEnter
เพื่อนร่วมทาง

Hostที่Careforไว้วางใจ
สนับสนุน Bandwidth

เว็บที่ให้คำแนะนำดีๆกับ Carefor

บ้านนอก|เครือข่ายพุทธิกา
พุทธทาสศึกษา|แก้วไดอารี่
เสมสิกขาลัย|อุดมสาร
นพลักษณ์|มูลนิธิเพืึอผู้บริโภค
GreenPeace
บ้านหมูอบ|นักศึกษาคาทอลิก
ค่ายอาสาพัฒนา | ฅนอาสา ยุติธรรม&สันติ

เรื่องจริง : เมื่อลุงริศเผชิญหน้ากับ 3 นักวิ่งราว พิมพ์เรื่องนี้ ส่งเมลเรื่องนี้ให้เพื่อน
Image
พอคล้อยหลังไปได้สักเพียงหนึ่งหรือสองก้าวเท่านั้น ชายหนุ่มหันหลังกลับมาแล้วคว้าถุงถือพลาสติคสีดำลักษณะคล้ายกับถุงถือจ่ายตลาดจากมือของผมแล้วดึงสุดแรง...



ผมลงจากรถไฟฟ้าสถานีสุรศักดิ์ราวสองทุ่ม เดินบนทางเท้าเลียบถนนสาทรเพื่อกลับบ้าน พอผ่านป้ายรถเมล์ก่อนถึงทางเลี้ยวใกล้ๆกับสถานทูตพม่า

ผมเดินสวนกับชายหนุ่มวัยรุ่น 3 คน อายุราว 16-17 ปีซึ่งเดินเรียงแถวตอนมาด้วยกันบนทางเท้าด้านขวามือของผม ชายหนุ่มคนแรกถามผมว่า "พี่ๆกี่โมงแล้ว" ผมไม่ได้ตอบอะไร เพราะผมไม่ใส่นาฬิกา คนที่สองก็ถามผมอีกว่า "พี่ๆกี่โมงแล้ว" ผมก็ยกแขนซ้ายให้ดู "ไม่ทราบครับ ผมไม่มีนาฬิกา"

ผมยังเดินต่อไปพร้อมกับมองชายหนุ่มคนที่สามเพราะรู้สึกสังหรณ์ใจอะไรบางอย่าง... พอคล้อยหลังไปได้สักเพียงหนึ่งหรือสองก้าว เท่านั้น หนุ่มคนที่สามหันหลังกลับมาแล้วคว้าถุงถือพลาสติคสีดำลักษณะคล้ายกับถุงถือจ่ายตลาดจากมือของผมแล้วดึงสุดแรง...

ผมหันกลับมาดึงถุงถือของผมทันทีเช่นกัน ต่างคนต่างดึงชักคะเย่อกันเต็มแรงอยู่ครู่หนึ่ง จนผมเริ่มรู้สึกว่าเส้นด้ายที่เย็บหูถือด้านหนึ่งเริ่มปริใกล้จะขาดแล้ว...

อยู่ดีๆผมรู้สึกเหมือนมีพลังบางอย่างที่ช่วงท้อง... พลังนี้ผลักดันให้ผมตะโกนออกไป "อ๊าาาาาาาาาาาา" ตอนนั้นผมก็นึกขำๆอยู่ในใจเหมือนกันว่า ตัวเองทำไปได้อย่างไร... สงสัยจะสู้ไม่ได้ ก็เลยเอาเสียงเข้าข่ม!!!

สักพักหนึ่ง หนุ่มคนที่สามก็ปล่อยมือจากถุงถือของผม... ผมขยับตัวเอาถุงถือสะพายไว้ที่ไหล่ซ้าย พลางมองไปด้านหลัง เห็นเสาไฟฟ้าต้นหนึ่ง แล้วหันกลับมายืนตั้งหลักเท้าขวาอยู่ด้านหน้า เท้าซ้ายอยู่ด้านหลังอย่างมั่นคง... หันหน้าจ้องตรงไปที่หนุ่มคนที่สามพร้อมกับยกมือขวาขึ้นเหนือศีรษะเล็กน้อยแล้วแบบมือออกไปทางชายหนุ่มคนนั้นโดยอัตโนมัติ...

เขามองผมพร้อมกับชี้หน้าพูดอะไรบางอย่างกับผม ผมได้ยินชัดเจนเป็นบางคำว่า "...เล่นของเหรอ เล่นของเหรอ..." เขาคงคิดว่าผมเล่นของ เล่นไสยศาสตร์ใส่เขาเข้าให้แล้ว... พอเขาชี้หน้าพูดกับผมสักพักหนึ่ง แล้วเขาก็หันหลังกลับเดินไปพร้อมเพื่อนอีกสองคนที่มาด้วยกัน... ผมก็รีบเดินตรงไปตามทางกลับบ้านของผมเช่นกัน...

ระหว่างทางกลับบ้านผมคิดในใจว่า จะทำอย่างไรต่อไปดี เพราะถ้ามีคนอื่นที่เดินเส้นทางนี้ คงต้องโดนเหมือนอย่างผม... พอผมกลับบ้านแล้วโทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจ 191 ซึ่งบอกว่าจะส่งสายตรวจมาตระเวนในที่เกิดเหตุ ผมโทรไปที่สถานีรถไฟฟ้า เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นและขอให้เขาประกาศเพื่อให้ผู้โดยสารทราบ จะได้ใช้เส้นทางอื่นที่ปลอดภัยกว่า แล้วผมก็ติดต่อไปที่สายด่วน 24 ชั่วโมงกรุงเทพมหานคร 1555 ถามว่าจะทำอะไรได้บ้าง... ซึ่งต่อมาทางกรุงเทพมหานครแจ้งให้ทราบว่าจะติดตั้งไฟฟ้าในบริเวณนั้นให้สว่างขึ้นภายใน 30 วัน...

วันรุ่งขึ้นผมไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน... ซึ่งทำให้ผมได้ทราบว่า เคยมีเด็กนักเรียนมาแจ้งความว่าถูกวิ่งราวโทรศัพท์มือถือ... เพื่อนบ้านท่านหนึ่งยังบอกเพิ่มเติมว่า มีนักเรียนมัธยมศึกษาโรงเรียนสตรีแห่งหนึ่งถูกลวนลามระหว่างไปโรงเรียนตอนเช้าโดยคนร้ายที่ใช้รถมอเตอร์ไซด์ผ่านมาจับหน้าอกแล้วขับรถหนีไปอีกด้วย

ผมรู้สึกขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผมนับถือ ที่ช่วยให้ผมเผชิญหน้าและผ่านเหตุการณ์นี้ได้อย่างมีมีสติ... และดูเป็นเรื่องที่ออกจะขำๆเวลาเล่าให้คนอื่นฟังโดยผมไม่สูญเสียอะไรไปเลย... ในถุงถือของผมเวลานั้นมีเพียงอาหาร 2-3 ถุง ร่ม 1 คัน ปากกา และบันทึกงานเขียนที่ผมเขียนไว้ราว 30 หน้า (ที่สำคัญคงเป็นบันทึกนี่แหละครับ)...

ในอีกแง่หนึ่ง... ผมต้องยอมรับว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในละแวกใกล้บ้านของผมเอง ทั้งๆที่ผมอยู่แถวนี้มาตั้งแต่เด็ก... ผมตระหนักว่า ถึงเวลาที่เกิดเรื่องฉกชิงวิ่งราวกันขึ้นมา ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครช่วยเราได้เลย เราต้องดูแลตัวเอง... จะหวังพึ่งใครไม่ได้เสียแล้ว...

ผมคิดไปว่า ถ้าวันนั้น มีเด็ก หรือผู้หญิงคนหนึ่งพบเหตุการณ์เดียวกันกับผม จะเกิดอะไรขึ้น?... คงต้องเสียทรัพย์สินให้กับวัยรุ่นทั้งสามอย่างแน่นอน นี่ยังดีว่าทั้งสามคนนี้ต้องการทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว ไม่ได้คิดจะทำร้ายเรา พวกเขาไม่ได้เอามีดหรือปืนมาจี้เรา...

จนทุกวันนี้ ผมยังคิดอยู่เสมอว่า ผมจะทำอะไรมากกว่านี้ได้บ้าง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในเขตบ้านและเขตชุมชนที่ผมอยู่... อย่างมากก็เตือนคนรู้จัก เขียนจดหมายบอกตามโรงเรียนที่อยู่ในละแวกนี้ และเขียนบอกท่านผู้อ่านอย่างที่ผมเขียนอยู่นี้ครับ...

เมื่อผมย้อนมองไปยังพ่อแม่พี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอดคิดไม่ได้ว่าพ่อแม่พี่น้องที่นั่นจะยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากกว่านี้อีกหลายเท่าหรือครับ?... ต้องดูแลชีวิตของตนเองและคนที่เขารักจากฝ่ายก่อการร้าย... ซึ่งเราทราบกันว่ามีทั้งผู้บริสุทธิ์ที่ถูกทำร้าย มีทั้งเจ้าหน้าที่ที่ต้องเสียชีวิต น่าเห็นใจทุกๆคน ทุกๆฝ่ายที่ต้องเสียบุคคลอันเป็นที่รักให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...

ผมตั้งคำถามในใจของตัวเองว่า ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความไม่ไว้วางใจนี้... ถ้าสมมุติว่าใครสักคนหนึ่งรู้เบาะแสเกี่ยวกับฝ่ายก่อการร้ายแล้วไปแจ้งเจ้าหน้าที่... เกิดวันดีคืนดี ฝ่ายก่อการร้ายเข้ามาทำร้ายพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ตอนที่เราไม่อยู่... เราจะทำอย่างไร? หรือถ้าไม่บอก ไม่พูดอะไร... ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็จะเข้าใจผิดได้ว่า เราให้ความร่วมมือกับฝ่ายก่อการร้าย อาจโดนนำตัวไปสอบสวนอีก... เรียกว่าต้องโดนทั้งขึ้นทั้งล่องอย่างนั้นเลยหรือครับ?

สำหรับผม...การเผชิญหน้ากับนักวิ่งราวทั้ง 3 คนนี้ ทำให้ผมเกิดความเข้าใจ เกิดความเห็นใจผู้คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับผม รวมไปถึงพ่อแม่พี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ...

แม้ว่าขณะนี้ผมยังไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไป นอกจากติดตาม เขียนบทความและหาข่าวลงในเว็บไซท์ เพื่อช่วยให้ผู้คนเกิดความเข้าใจกันในหลายๆแง่มุม ทั้งฝ่ายชาวบ้าน และฝ่ายเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดบรรยากาศแห่งสันติ... การแสดงความคิดเห็นที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย การดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ก่อการร้าย เพื่อนำสันติให้กลับคืนมาในที่สุด...

ผมขอจบด้วยการเชิญชวนทุกท่าน ร่วมจิตร่วมใจกันขยายพื้นที่แห่งความเข้าใจ มีความเห็นใจกัน ให้เกิดสันติในทุกหนแห่งที่เราอยู่... ในบ้าน ในที่ทำงาน ในชุมชม เปลี่ยนความรุนแรงและความเกลียดชังมาเป็นสันติสุขและความรัก อยู่ร่วมกันด้วยความช่วยเหลือเกื้อกูลกันในที่สุด…

........................................................................

- ที่ใดมีความเกลียดชัง ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความรัก
- ที่ใดมีความเจ็บแค้น ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำการอภัย
- ที่ใดมีความแตกแยก ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความเป็นหนึ่งเดียวกัน
- ที่ใดมีความเท็จ ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความจริง
- ที่ใดมีความสงสัย ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความเชื่อ
- ที่ใดมีความท้อแท้สิ้นหวัง ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความหวัง
- ที่ใดมีความมืด ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความสว่าง
- ที่ใดมีความเศร้าโศก ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำชื่นชมยินดี

โปรดให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ให้บรรเทาใจมากกว่าที่จะรับความบรรเทาใจ
ให้ข้าพเจ้าเห็นใจผู้อื่นมากกว่าจะรับความเห็นใจ
ให้ข้าพเจ้ารักผู้อื่นก่อนที่จะให้คนอื่นรักข้าพเจ้า

(บทภาวนาของนักบุญฟรังซิส แห่งอัสซีซี ซึ่งเป็นที่ยอมรับในหมู่ศาสนิกจากศาสนาต่างๆ ที่ทำงานเพื่อสันติภาพ...)

_________________
บันทึกการเดินทางของลุงริศ : ตุลาคม 2548

ความคิดเห็น
เห็นใจ
เขียนโดย จันทนา เมื่อ 2005-10-18 23:28:26
:) ดีใจค่ะที่คุณมีสติ ขอให้ปลอดภัยตลอดไปนะคะ
เก่งและโชคดีมากครับ
เขียนโดย Pangya เมื่อ 2005-10-18 23:33:13
ลุงริศนับว่าโชคดีมากนะครับ ที่ไม่ได้รับอันตรายใดๆ หวังว่าอย่ามีคราวหน้าเลยนะครับ ถ้าเห็นท่าไม่ดีก็ยอมๆ มันไปก่อนเถอะครับ ถุงราคาไม่เท่าไหร่ไม่คุ้มที่จะเสี่ยง ดูแลตัวเองด้วยนะครับ อยู่ในเมือง หรือบ้านนอก มันก็หาความปลอดภัยยากเหลือเกินนะครับ ..
เขียนโดย ดาวสีฟ้า เมื่อ 2005-10-18 23:50:07
ถ้าจะต้องเดินทางกลับบ้านในเวลาดึกๆ และมีคนน้อยในช่วงนั้นอยากให้ระวังตัวนะคะ อย่าพกเงินสดติดตัวมาก อย่าใส่ของมีค่าราคาแพง และโทรศัพท์มือถือด้วยพยายามอย่าใช้ เพราะบางทีโจรพวกนั้นอาจอยากได้ เพราะโทรศัพท์เดี๋ยวนี้ราคาค่อนข้างมีราคา โจรสามารถนำไปขายได้ ขอให้ลุงริศเดินทางไปไหนมาไหนอย่างปลอดภัยนะคะ 
คนดีพระคุ้มครองนะ
เขียนโดย กระบองเพชร เมื่อ 2005-10-23 18:46:14
ลุงริศ ต้องดูแลตัวเองมากกว่านี้นะ นับว่าโชคดีนะที่ลุงริศปลอดภัย แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ เป็นห่วงลุงริศนะ เพราะลุงริศเป็นที่พึ่งพาสำหรับพี่น้องหลายๆ คนที่มีปัญหา ย้ำ :roll ! ลุงริศดูแลตัวเองให้มากกว่านี้นะไม่ว่าจะเดินทางกลางวัน หรือกลางคืน ขอเป็นกำลังใจให้ลุงริศทำงานเพื่อสังคมต่อไป ขวัญเอ๋ย ขวัญมานะคะ ลุงริศ
ใจดีจัง
เขียนโดย กระถางแก้ว เมื่อ 2005-10-23 18:45:21
ทั้งๆที่เจอกับเหตุร้ายด้วยตัวเองแบบนี้ ยังมีใจไปนึกถึงคนที่กำลังเดือดร้อนอยู่ทางใต้ น่าจะมีคนอย่างลุงริศเยอะๆนะ บ้านเมืองเราจะได้สงบสุข 
 
ขออนุญาตนะครับ
เขียนโดย หมู เมื่อ 2005-10-25 22:58:43
ขอบคุณพระเจ้าที่พี่ปลอดภัย ผมขออนุญาตนำเรื่องนี้ส่งต่อเป็นบทเรียนสำหรับคนอื่นๆ ต่อไป หวังว่าคงอนุญาตนะครับ ขอบคุณล่วงหน้า
คนทำดีย่อมแคล้วคลาด
เขียนโดย คนทำดี เมื่อ 2005-10-26 21:05:09
คนอื่นอาจจะไม่โชคดีอย่างนี้เพราะฉะนั้นทุกคนก็ต้องดูแลตัวเอง และระมัดระวังตัวให้มาก ๆ น๊ะขอรับ...... (สักวันหนึ่งทุกอย่างต้อง ดีขึ้น ๆๆๆๆๆๆๆ....-
ดีใจที่ไม่เป็นอะไร
เขียนโดย ปุ๊(สกลนคร) เมื่อ 2005-10-27 00:32:49
ยังโชคดีนะที่ไม่เป็นอะไรอย่างนี้แหละเขาเรียกว่าคนดีพระคุ้มคร อง หนูรู้สึกดีต่อลุงนริศมากเลยที่เป็นห่วงเป็นใยคนอื่นมากขนาดนี้ เวลาหนูรู้สึกไม่สบายใจหนูก็จะอ่านบทความต่างๆหรือเรื่องเล่าจา ก บ้านใส่ใจ ทำให้หนูรู้สึกดีกับคนอื่นและมองโลกในแง่ดีมากขึ้นและรู้สึกอุ่ นใจ ขอบคุณมากๆค่ะที่สร้าง เว็บไซต์ดีๆแบบนี้ขึ้นมา
คนดีมักแคล้วคลาด
เขียนโดย fu0y' เมื่อ 2005-11-01 07:41:12
:zzz
พระคุ้มครอง
เขียนโดย ตะวัน เมื่อ 2005-11-01 15:44:57
หลายคนละเลยที่จะใส่ใจกับสังคม แต่วันนี้ เห็นสังคมมีคนอย่างพี่ ดีใจค่ะ ขอพระคุ้มครองพี่นะคะ
ดีใจด้วยค่ะ
เขียนโดย ...คุณครู... เมื่อ 2005-11-01 15:45:13
..ขอให้โชคดีตลอดไปนะคะ...
อีกกำลังใจหนึ่ง
เขียนโดย หยาดโขง เมื่อ 2005-11-05 14:20:21
ขอให้พี่ทำงานของพระต่อไปและทำด้วยใจรัก เพื่อคนอื่นๆ อีกมากมาย จะเป็นกำลังใจและภาวนาให้เสมอ หยาดโขง :)
สติ
เขียนโดย น้องสาวคนหาดใหญ่ เมื่อ 2005-11-06 11:45:00
ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมกันนาน พอเข้ามาก็ได้อ่านเรื่องราวน่าตื่นเต้นเลย อ่านเรื่องลุงริศแล้วนึกถึงเรื่องหักมุมที่พระไพศาลมักเล่าบ่อย ๆเกี่ยวกับการมีสติ เพื่อรับและแก้ไขสถานการณ์ที่แย่หรือหน้าสิ่วหน้าขวานให้กลับกล ายเป็นดีได้
อึ้ง
เขียนโดย หัวโต เมื่อ 2005-11-07 23:46:42
สวัสดีครับพี่นริศ 
ผมหัวโตนะครับ ไม่ได้เข้ามาอ่าน web ของพี่นานมากแล้วเนื่องจากงานรัดตัว 
อ่านแล้ว รู้สึกว่าใครหนอช่างใจร้ายทำพี่ชาย (หรือลุงของหลานๆ) คนนี้ได้ลงคอ ยังไงปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้วครับพี่ 
ขอให้โชคดีนะครับ คนดี ทั้งพระทั้งผี คุ้มครองครับ
พี่เบิ้มสู้ๆๆ
เขียนโดย คุณชายตัวแสบ เมื่อ 2005-11-10 13:06:34
อ่านเรื่องราวแล้ว กังวลไป และขำไป เพราะผมทำงานอยู่แถวั้นด้วย ก็กลับบ้านไม่ค่อยดึกนะ แต่ 6 โมงแถวนี้มันมืดแล้วอ่ะ เพราะมันเป็นหน้าหนาวเลยมืดเร็ว ก็เดี๋ยวผมจะเล่าให้คนที่บริษัมฟังด้วยครับ พวกเขาจะได้ระหว่างตัว ถ้าเป็นไปได้พี่บอกรูปประพันธ์สันธานได้คงดี แต่อ่านไปผมก็ยังคำเรื่องที่พี่นริศ ร้องออกมาว่า อ้ากๆๆๆ  
ทำให้พวกนั้นกลัวได้ วันไหนผมลองทำบ้างดีกว่า เพื่อพวกนั้นเข้ามาถึงผมจะได้ร้อง อ้ากๆๆๆๆ 
:grin :grin (ปล. ผมกำลังนึกถึงพี่ตอนร้อง อ้ากๆๆ แล้วขำมาก ที่จริงถ้าพี่บอกชื่อจริงว่าพี่เบิ้มไป เขาน่าจะกลัวกว่านะครับ ล้อเล่น) 
ให้กำลังใจครับพี่ และขออย่าให้เจอพวกนั้นอีก และคนอื่นๆ ด้วยที่อยู่ละแวกนี้
คนดีพระคุ้มครองเสมอนะค่ะ
เขียนโดย จอย จันทบุรี เมื่อ 2005-11-13 18:06:49
พี่เป็นคนดี อารักขเทวดาต้องดูแลและช่วยเหลือพี่ตลอดเวลา คราวหน้า อย่าลืมพกอาวุธด้วยนะคะใช้เป็นกำลังใจเฉย ๆ ไม่ได้ใช้ทำอะไรใครหรอกค่ะ555
เขียนโดย เอื้อง เมื่อ 2005-11-14 20:43:13
ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีเลยขำๆที่ลูงเขียน ไม่ได้เข้ามานานพอดีคิดถึงเลยแวะมา มาเจอเรื่องนี้พอดี ก็ขอให้พระคุ้มครองลุงนริศตลอดไปนะคะ
เขียนโดย บอยอิ้ง เมื่อ 2005-11-14 20:47:40
:grin อิอิ ลุง คล้ายๆ กาตูน + นิยายนิดเนิง แต่ ลุงเป็นพระเอก หึหึ เค้าคิดไงวิ่งราวลุง ง่ะ เหอะ งง จิงๆๆ มันมือแหง๋ ๆๆ อิอิ :grin :grin :p
คิดถึง
เขียนโดย เอื้อง เมื่อ 2005-11-14 20:50:15
ก็ไม่ได้เข้ามานาน คิดถึงเลยแวะมา มาเจอเรื่องนี้พอดี เรื่องทุกอย่างผ่านไปด้วยดีก็ดีใจค่ะ อ่านแล้วเลยขำที่ลุงเล่า ขอให้พระคุ้มครองลุงนริศตลอดไปนะคะ
เขียนโดย กิ๊ฟเกล มาแตร์ เมื่อ 2005-11-17 10:16:50
ดีใจด้วยนะค่ะที่พี่นริศไม่เป็นอะไร ขอหั้ยคนดีอย่างพี่นริศไม่เจอเองร้ายๆแบบนี้อีก  
God Bless U ค่ะ
ที่ใดมีความ...
เขียนโดย มดแดง เมื่อ 2005-11-19 19:29:25
ขอบคุณสำหรับตัวอย่างของการมีสติเผชิญกับคนร้าย  
 
ขอบคุณสำหรับบทภาวนาของนักบุญฟรังซิส แห่งอัสซีซี  
อ่านแล้วมีกำลังใจ ไม่รู้ว่า จะหาอ่านได้จากไหนอีก
เขียนโดย เสือน้อย เมื่อ 2005-11-25 17:04:56
ยังมีคนกล้าดีกับลุงเค้าด้วยเหรอ สงสัยว่าอยากโดนพลังฝ่ามือไร้เงาสำนักหัวซาน :grin
เขียนโดย เมื่อ 2005-12-01 13:54:18
:p
เขียนโดย เมื่อ 2005-12-02 11:50:32
:upset :( :sigh :roll :( :x :x :? :roll :) :grin :upset :eek :cry :cry :cry :x :upset :ro  
ll upset :eek
ตกใจหมดเลยนึกว่าเป็นไรไป
เขียนโดย ก้อย สกลนคร เมื่อ 2005-12-27 18:43:32
พี่นริศต้องดูและตัวเองให้มากนะคะ แล้วทำไมไม่นั่งรถไปหล่ะคะ ไม่ห่วงตัวเองเลยนะ ... ขอให้คุณพระคุ้มครองนะคะ..
เขียนโดย paang เมื่อ 2006-07-17 09:49:03
:) สาธุ ขอบคุณสติที่ทำให้ลุงริศของพวกเราปลอดภัยจากเหตุการณ์ครั้งนี้  
 
และขอบคุณสำหรับความห่วงใยที่เผื่อแผ่มาถึงพี่ ๆ น้อง ๆ ร่วมโลกทุก ๆคน ด้วยค่ะ
ไหนว่าจะใช้สันติวิธี
เขียนโดย ภิรมย์ เมื่อ 2008-06-05 22:53:21
สำหรับเหตุการนี้ลุงริศจะใช้สันติวิธีในการเผชิญหน้ากับสามหนุ่ มนี้อย่างไรถึงจะปลอดภัยกว่านี้
ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ
เขียนโดย ลุงริศ เมื่อ 2008-06-08 20:01:01
ขอบคุณที่เป็นห่วงในความปลอดภัยครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น ในใจประเมินสถานการณ์โดยอัตโนมัติว่าปลอดภัยครับ ใจก็ไม่อยากยอมจำนนครับคือไม่หนี แต่ก็ไม่สู้ (เพราะสู้ไม่ได้อยู่แล้วละครับ) เหมือนกับใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวมั๊งครับ... บอกไม่ถูกเหมือนกันครับเพราะเป็นการตอบโต้โดยธรรมชาติครับและยั งมีสติอยู่ด้วยครับ
เขียนโดย blue เมื่อ 2008-11-06 10:00:22
:) ดีใจจัง ที่ลุง 'ริศ ไม่เป็นอะไร 
 
เดี๋ยวนี้ทำอะไรต้องระวังตัวเสมอแล้ว

เชิญแสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:



กรุณาใส่รหัสที่เห็น:* Code

ขับเคลื่อนโดย อโกคอมเม้นท์ ๒.๐!


< ก่อนหน้า   ถัดไป >

"บ้านใส่ใจ" สนับสนุนผู้คนให้ค้นพบ&แบ่งปันสิ่งดีที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน
Carefor.org ©1997 ออกแบบ, ขับเคลื่อนด้วย "แมมโบ้ลายไทย" GNU/GPL License