 นานมาแล้ว บรรดาสัตว์น้อยใหญ่อาศัยอยู่ในป่าลึกอย่างมีความสุข ... จนกระทั่งวันหนึ่ง มีพ่อมดตนหนึ่งได้ย้ายเข้ามาอยู่ในป่าแห่งนี้ และทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปจากเดิม
แทนที่จะสร้างรังขนาดพอตัว พ่อมดโค่นต้นไม้มากมายเพื่อสร้างบ้านหลังใหญ่ สร้างกรง สร้างกับดักเพื่อจับสัตว์ต่างๆ ไปทดสอบเวทมนตร์
และทุกวันพ่อมดจะเทส่วนผสมของตัวยาที่ผิดพลาดลงในลำธาร ทำให้พวกสัตว์ต้องปวดท้อง ปวดหัว บ้างก็หางเปลี่ยนสี มีอาการแปลกๆ ไปตามตัวยาแต่ละชนิด
สัตว์ในป่าต่างได้รับความเดือดร้อนมาก พวกมันจึงมาชุมนุมกันเพื่อคิดหาวิธีกำจัดพ่อมด
"ฉันจะไปแอบถามเจ้าแมวดำ ญาติห่างๆ ของฉันซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงของพ่อมด ว่ามีวิธีใดบ้างที่จะขับไล่พ่อมดไปเสียจากป่าของเราได้" แมวป่าผู้ปราดเปรียวเสนอ
เมื่อแมวป่าไปถึงบ้านของพ่อมดมันพบว่าแมวดำญาติของมันกลับกลายเป็นแมวสีฟ้ามีตาสีม่วง และกำลังนอนอาบแดดเล่นอยู่ มันจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง
"ฉันเห็นใจว่าพวกเจ้าเดือดร้อนกันมาก ฉันเองก็ลำบากใจที่จะช่วย แต่ถ้าไม่ช่วยก็จะยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่" แมวสีฟ้าที่เคยเป็นแมวดำบอกกับแมวป่า
"เอาวิธีนี้ก็แล้วกันไม่อันตราย ไม่ต้องใช้ความรุนแรง เพียงแต่ต้องใช้ความอดทนและใช้เวลาสักหน่อย" ในที่สุดมันก็คิดหาทางออกได้
"ญาติของฉันแนะให้ใช้ เสียงเพลง ขับไล่พ่อมดไปเสียจากป่า พวกพ่อมดจะทำอะไรไม่ได้เลยเมื่อได้ยินเสียงเพลง อย่าว่าแต่ท่องมนตร์คาถาเลย แม้แต่จะนอนหลับก็ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ" แมวป่าถ่ายทอดสิ่งที่มันรู้มาให้สัตว์อื่นๆ ฟัง
"ที่พวกเราต้องทำก็คือ ช่วยกันร้องเพลงติดต่อกันโดยไม่หยุดเลย จนกว่าพ่อมดจะยอมแพ้"
พวกสัตว์จึงช่วยกันวางแผน จัดลำดับผู้ที่จะร้องเพลงโดยมีนกนานาชนิดเป็นตัวหลัก เสริมด้วยเหล่าแมลงปีกแข็ง หมาป่า แมวป่า ส่วนสัตว์ที่เหลือคอยร้องเป็นลูกคู่
เมื่อถึงวันที่นัดหมาย ฝูงนกหมุนเวียนกันทำหน้าที่ของพวกมันตั้งแต่เช้าจนย่ำค่ำ ต่อด้วยหมาป่า สลับกับแมวป่า และแมลงปีกแข็งก็รับช่วงต่อในรอบดึกจนถึงเช้า
พอดีกับที่พวกนกได้พักจนหายเหนื่อย ตื่นขึ้นมารับช่วงต่ออีกรอบหนึ่ง
พวกสัตว์ช่วยกันร้องเพลง เพลงแล้วเพลงเล่าติดต่อกัน จนพ่อมดไม่ได้หลับไม่ได้นอน และไม่ได้กินอะไรเลยมาสามวันสามคืน จนเกือบจะทนไม่ไหว เก็บข้าวของเตรียมจากไปในวันที่สี่
แต่ทว่า ...ในช่วงเย็นของวันที่สี่นั้นเอง ฝนก็ได้ตกลงมาอย่างหนัก สัตว์ต่างๆ รวมทั้งพวกนกที่กำลังรับช่วงร้องเพลงอยู่รีบหาที่กำบังหลบฝนกันชุลมุน จนทำให้เสียงเพลงเงียบลง
"ในที่สุดพวกมันก็หยุดร้องเพลงกันได้ ของีบหลับเอาแรงสักหน่อยก่อน แล้วค่อยออกไปจัดการพวกมันทีหลัง" พ่อมดที่กำลังอ่อนแรงคิดอย่างดีใจ
แต่ในขณะที่พ่อมดกำลังจะเคลิ้มๆ หลับนั้นเอง เสียงเพลงก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระทบใบไม้และพื้นดิน เป็นเสียงร้องประสานที่รื่นเริงสนุกสนานและดังต่อเนื่องกันอย่างไม่ขาดสาย
จนทำให้พ่อมดตัดสินใจยอมแพ้และเดินทางออกจากป่าไปท่ามกลางสายฝนในคืนนั้นเอง
พวกสัตว์ต่างพากันส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ และช่วยกันมองหาสัตว์ที่มาช่วยร้องเพลงในตอนที่ฝนตกเพื่อกล่าวคำขอบคุณ
ในที่สุดพวกมันพบว่า บรรดากบเขียด อึ่งอ่าง และคางคก เพื่อนผู้อยู่ในป่าอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนเสนอมานั่นเอง คือเจ้าของเสียงเพลงในสายฝนที่มาช่วยพวกมันเอาไว้
"ต่อจากนี้ไป พวกท่านอย่าซ่อนเสียงเพลงที่รื่นเริงเอาไว้อีกเลย เสียงเพลงของท่านทำให้สายฝนดูรื่นรมย์ และทำให้พวกเรามีความสุขมาก" สัตว์ต่างๆ กล่าวชมเชยและให้กำลังใจบรรดากบเขียด
นับแต่นั้นเป็นต้นมา เวลาที่ฝนโปรยปราย เสียงเพลงในสายฝนก็จะเริ่มต้นบรรเลง ...อย่างสดชื่น สนุกสนาน เต็มไปด้วยความมั่นใจ และเปี่ยมไปด้วยความสุข ...เสมอมา ..
-------------------------------------------------------- โดย รักษิตา มติชน วันที่ 28 พฤษภาคม 2543 |